TranslatedFictions

Something Better by ann2who

posted on 15 Apr 2016 23:11 by translatefiction in TranslatedFictions directory Fiction

Something Better by ann2who http://archiveofourown.org/works/5296685

Pairing: Tony/Steve

Summary: สำหรับโทนี่และสตีฟ ระหว่างความรักและความเกลียดมีเพียงเส้นบางๆกั้นอยู่ ยิ่งนานไปเส้นนั้นมันยิ่งเลือนลางมากขึ้นเท่านั้น จนกระทั่งพวกเขาแยกทั้งสองอย่างออกจากกันได้ยากเต็มที (Insp by Civil Wars trailer)

Note: ต้อนรับ CA:CW ค่ะ เราไม่อยากแปลเรื่องที่เขียนโดยอิงจาก CW comic version เลยเลือกเรื่องนี้มาแปล คุณ ann2who เป็นคนที่เขียนฟิค tony/steve เวอร์ชั่นภาพยนตร์ที่เราชอบที่สุดในสามโลก

 

 

หนึ่งร้อยยี่สิบสองชั่วโมงที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานและเจ็บปวดที่สุดในชีวิตเขา

 

ชั่วโมงที่เขาใช้เดินผ่านระเบียงที่ว่างเปล่า นอนหลับในห้องนอนที่เหลือเขาแค่เพียงคนเดียว และค่ำคืนที่เขารู้สึกเหน็บหนาวจนชาไปทั้งร่าง และวันที่เขาให้คำสัญญาเลื่อนลอยกับทุกคนว่าวันพรุ่งนี้จะต้องดีขึ้น สิ่งเดียวที่ดีขึ้นก็คืออกกลัดหนองของเขาที่มันเริ่มจะหายปวดลงบ้างแล้ว

 

หนึ่งร้อยยี่สิบสองชั่วโมง ห่าเอ้ย โทนี่ไม่อยากจะเชื่อว่ามันผ่านมาแล้วถึงห้าวัน ห้าวันที่เขายังหายใจอย่างเดียวดาย ห้าวันที่เขากลับมาดื่มวิสกี้อีกครั้ง ห้าวันที่เขาแอบหวังว่าสักวันเขาจะตื่นขึ้นมาแล้วเจอทีมอเวนเจอร์กลับมานั่งที่ครัวตอนเช้าแล้วบ่นกันเรื่องอาหารเหมือนเคย ห้าวันที่เขาอยู่ในนรก

 

ในฝันเขาเห็นสายตาเย็นชาที่สตีฟส่งให้ สมองเขาฉายภาพนั้นซ้ำๆเหมือนแผ่นเสียงตกร่องที่หน้าที่อย่างเดียวของมันคือทำร้ายเจ้าของให้ได้มากที่สุด มันทำให้เขาหยุดคิดเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ เขาเฝ้าครุ่นคิดว่าเขาจะเปลี่ยนอะไรได้บ้าง ฝันหวานถึงความเป็นไปได้ต่างๆ แล้วก็ต้องหยุดตัวเองลงเมื่อความเป็นจริงมันอยู่ตำตาเขา

 

แต่เขาเป็นเพื่อนผม

ผมก็เคยเป็นเพื่อนคุณ

 

โทนี่กระดกเหล้าในแก้วลงคอหมดในรวดเดียว แล้วหัวเราะขื่นๆกับตัวเอง เขารู้ว่าเขามันน่าสมเพชสิ้นดี นั่งจมอยู่กับกองเถ้าถ่านแห่งความทรงจำนี้ ในเก้าอี้กลางห้องว่าง ห้องที่ควรเป็นของอเวนเจอร์ทุกคน

 

ในชั่ววินาทีเดียวทุกอย่างที่เขาสร้างขึ้นมันก็ถูกทำลายลง บ้านที่ควรเป็นของทุกคนถูกทำลายด้วยสงครามระหว่างพวกเขา เหมือนกับมิตรภาพของพวกเขาที่สะบั้นลงโดยไม่อาจรักษาเอาไว้ได้

 

เขาควร...เขาควรจะกลับไปมาลิบู แต่ขาเขากลับก้าวไม่ออกนับตั้งแต่วินาทีที่เขาเดินมาที่นี่ เศษซากอาคารที่ถูกทำลาย เขาต้องห้ามตัวเองไม่ให้ทรุดตัวลงแล้วร้องไห้ซะวินาทีนั้น ทั้งร่างเขาชา ไม่ใช่แค่จากความรู้สึก แต่เป็นจากการต่อสู้กับบาร์นและสตีฟ ทั้งสองคนนั้นอัดเขาโดยไม่ยั้งมือ

 

ที่ๆพวกเขาเคยใช้เวลาอยู่ด้วยกัน มันหายไปหมดแล้ว และหลังจากผ่านมาห้าวัน ในที่สุดเขาก็ไม่รู้สึกอะไรอีกต่อไปแล้ว

####

 

มีใครบางคนกำลังเดินตามระเบียง นั้นเป็นสิ่งแรกที่โทนี่คิดทันทีที่เขาตื่นขึ้น ทุกอย่างยังคงมืดสนิทมันเป็นกลางดึก ชายหนุ่มยันตัวขึ้นช้าๆ ทั้งร่างปวดไปหมดจากการที่เขาหมดสติหลับไปบนเก้าอี้นั้น มือควานหาแก้วเหล้าที่อยู่ติดมือเขาเสมอ ก่อนจะเห็นว่าเขาปล่อยมันตกพื้นขณะที่หลับ เศษแก้วแตกกระจาย พร้อมกับวิสกี้หกไหลบนพื้นหินอ่อน

 

เสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งมันมาหยุดที่ข้างหลังเขา โทนี่สูดหายใจลึก อากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนไป เจือด้วยกลิ่นของใครบางคนที่ทำให้หัวใจเขาแทบจะหยุดเต้น

 

เขาโกหกตัวเองไม่ได้ แม้จะเกิดเรื่องราวเยอะขนาดไหน แต่เขาก็โกหกไม่ได้ว่าเขาจำทุกอย่างของสตีฟได้ จำได้แม้แต่กลิ่นกายของทหารหนุ่ม

 

โทนี่แสร้งทำเป็นถอนหายใจช้าๆและเสียงดัง มือยื่นไปหยิบขวดเหล้าที่โต๊ะใกล้ๆ เขาจะต้องการมันเขารู้

 

“ผมนึกว่าคุณเลิกดื่มแล้ว” สตีฟพูดขึ้นขณะที่โทนี่พยายามจะเหยียดตัวหยิบขวดเหล้านั้น พร้อมกับควานหาแก้วเปล่าๆ ก่อนจะเทวิสกี้ใส่ลงไป

 

“ใช่ แต่ผมก็เลิกคิดจะเป็นคนดีมีสติตลอดเวลาด้วยเหมือนกัน” โทนี่ตอบอย่างท้าทาย เขาหันมามองสตีฟ ตาเขาพร่ามัว

 

สตีฟเดินมาข้างหน้าเขา มือของเขายื่นมาตรงหน้าให้โทนี่เห็นว่าเขาไม่ได้พกอาวุธอะไร ก่อนจะเดินผ่านโทนี่ไปหยุดที่หน้าต่างกระจกใหญ่มองออกไปที่สวนเบื้องหน้า ห้องนี้เป็นห้องเดียวในอาคารที่มีกระจกอยู่ครบ และเมื่อคุณอยู่ในนี้มันก็เหมือนกับว่าคุณแกล้งทำเป็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อห้าวันที่แล้วไม่เคยเกิดขึ้นได้ อาคารฝึกอเวนเจอร์ไม่ได้ถูกถล่มราบคาบ และพวกเขาไม่ได้เกลียดกัน

 

โทนี่เขม้นมองร่างสูงที่หันข้างให้เขาอย่างเต็มตา สตีฟ...สตีฟไม่ได้ดูดีไปกว่าเขาสักเท่าไหร่เลย แย่เท่าที่คนอย่างสตีฟจะแย่ได้ก็แล้วกัน ตาของหนุ่มผมทองลึกโหล ผมเผ้ายุ่งเหยิง และไหล่ที่เคยผึ่งผายกลับห่อลงเหมือนคนกำลังแบกโลกไว้ทั้งใบ แต่ใบหน้านั้นกลับไม่ได้ทรยศแสดงความรู้สึกผิดดังเช่นใบหน้าของเขา แน่นอนเพราะสตีฟไม่เคยคิดว่าเขาทำอะไรผิด แต่สายตาคู่นั้นมองเงาสะท้อนของโทนี่ในกระจกด้วยสายตาที่เสียใจเป็นที่สุด

 

“นายช่วยกลับไปเถอะ” โทนี่พูดหลังจากเงียบไปสักครู่

 

ความโทมนัสแสนเศร้าที่อยู่ในดวงตาสีฟ้าสวยนั้นไม่ได้ช่วยให้อะไรง่ายขึ้นเลย “โทนี่—“

 

กลับไปซะ” โทนี่คำราม เขาหลับตาแน่น ไม่อยากเห็นแววตาของสตีฟอีกแล้ว เขาอยากจะลืมทุกอย่างให้หมด ไอ้สงครามบ้าๆระหว่างพวกเขา เรื่องทุกอย่างที่เขาไม่เข้าใจ พวกเขายังต้องพยายามนับจำนวนคนที่ต้องสังเวยชีวิตในสัปดาห์ที่ผ่านมา งานศพทุกคนจะถูกจัดอย่างสมเกียรติ ถ้าพวกเขาหาซากศพเจอนะ แต่คนที่ตายไปแล้วไม่ใช่คนที่น่าสงสารที่สุด คนที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความทรงจำที่เคยหอมหวาน ต้องเจอความจริงที่ตีแสกหน้าไม่เว้นวัน ต้องถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมาว่าเขาทำอะไรผิด มันมีอะไรที่เขามองข้ามไป อะไรที่ทำให้เกิดเรื่องห่าเหวทั้งหมดนี้

 

เขาแค่เลือกข้าง แต่ผิดแค่มันไม่ใช่ข้างเดียวกับสตีฟ ดังนั้นการเลือกของเขามันเท่ากับการที่โทนี่ยื่นหัวใจให้อีกคนแล้วบอกว่าคุณเชิญย่ำยีมันตามใจชอบเถอะ เชิญคุณทำลายสิ่งเดียวที่เป็นความสุขของผมเถอะ เชิญคุณทำลายอนาคตของพวกเราจนไม่เหลืออะไรเลยสักนิดเถอะ

 

สตีฟถอนหายใจแล้วหันหลังกลับมา ตากวาดมองไปรอบห้อง “ผมจะกลับไปก็ได้ แต่คุณก็ต้องกลับไปด้วย ให้ผมพาคุณกลับบ้านนะโทนี่”  

 

บ้านเหรอ สตีฟยังกล้าพูดถึงบ้านอีกเหรอ

 

“เอางั้นเหรอ แลกกับการให้ฉันอัดนายสักรอบเอาไหม” เขาหัวเราะขื่นๆ ก่อนจะยกแขนที่ยังหักขึ้น “แต่เราสองคนก็รู้ว่าฉันคงทำไม่ได้”

 

สตีฟเงียบไปนานก่อนจะพูดเบาๆ “ผมแค่อยากคุยกับคุณ” น้ำเสียงของอีกคนฟังดูเจ็บปวดเสียเหลือเกิน

 

มันทำให้เขาขำ เขาอยากจะหัวเราะออกมาดังๆให้สมกับเรื่องตลกที่สตีฟกำลังพูด ‘คุย’อย่างนั้นหรือ เพราะอย่างนี้ใช่ไหมสตีฟถึงได้กลับมาที่นี่ เพื่อได้เห็นโทนี่ยอมรับว่าสตีฟคือฝ่ายถูกตลอดมา

 

เขาไม่ทำหรอก เพราะมันไม่มีอะไรถูกหรือผิด และสิ่งสุดท้ายที่โทนี่ต้องการเวลานี้คือสิ่งเตือนใจว่า