TranslatedFictions

ฟิคแปล: Doer of Good Deeds (HP/DM)

posted on 03 Dec 2015 17:11 by translatefiction in TranslatedFictions directory Fiction

Doer of Good Deeds by Lomonaaeren

ต้นฉบับ 

ฉบับแปล

 

 

Summary: รอนจำไอ้หน้าตาหมกมุ่นแบบนี้ของแฮร์รี่ได้ มันเป็นหน้าแบบเดียวกับที่เขาชอบส่งให้เฮอร์ไมโอนี่ แต่เพื่อนสนิทของเขาดันมีหน้าแบบนี้ทุกครั้งที่อยู่กับเดรโก มัลฟอยน่ะสิ ให้ตายสิเขาต้องทำอะไรสักอย่างแล้วก่อนที่เขาจะต้องใช้เวลาที่เหลือทั้งชีวิตฟังแฮร์รี่บ่นว่าแฟนของมัลฟอยน่ะห่วยแตกแค่ไหน

Pairing: Harry/Draco

Rating: PG

 

 

“พาร์กินสันเต้นรำไม่เป็น”

 

รอนก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์ตรงหน้า เดลี่โพรเฟตไม่ค่อยน่าสนใจสักเท่าไหร่หรอก โดยเฉพาะหลังสงครามแบบนี้ ตอนนี้ข่าวหน้าหนึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับอาชญากรรมเล็กๆน้อย การเลือกตั้งรัฐมนตรีซึ่งทุกคนรู้อยู่แล้วว่าคิงส์ลีย์จะต้องชนะ แล้วก็วันครบรอบหนึ่งปีชัยชนะของศึกแห่งฮอกวอตส์ซึ่งวันครบรอบที่ว่าน่ะก็อีกตั้งแปดเดือนกว่าจะถึงแน่ะ!!!

 

“นายคิดดูสิ มัลฟอยจะต้องคบกับคนที่เต้นรำไม่เป็นอย่างนั้นเนี้ยนะ รอนนี้นายฟังฉันอยู่รึเปล่า!”

 

“ฟังสิ ถึงฉันจะไม่อยากฟังเลยก็เหอะ” รอนบ่นอุบเบาๆ แล้วยอมเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือพิมพ์ เพื่อจะได้มองเพื่อนเขากำลังฉีกขนมปังเป็นชิ้นๆขณะป้ายเนยลงบนมือเพราะหมอนั้นไม่ยอมละสายตาจากโต๊ะบ้านสลิธีรินสักแค่ชั่วครู่เดียว

“แล้วนายไปรู้เกี่ยวกับว่าพาร์กินสันเต้นรำเป็นหรือไม่เป็นได้ยังไงวะ ไอ้งานเต้นรำฤดูหนาวมันก็มีตั้งแต่ปีสี่แล้ว”

 

“ได้ยินนักเรียนบ้านสลิธีรินเม้าท์กันน่ะสิ” แฮร์รี่พูดขณะยังคงจ้องตรงไปที่กลุ่มนักเรียนบ้านสลิธีรินเขม็ง หรือถ้าจะให้ชัดคือจ้องมัลฟอยกับพาร์กินสันที่กำลังหัวเราะกระซิบกระซาบกันอยู่

 

“เฮ้อ” รอนถอนใจพร้อมยกชาขึ้นมาจิบ เดี๋ยวนี้ชาตอนเช้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเขามาก เพราะเขามักต้องนอนดึกเสมอเพื่อใช้เวลาส่วนตัวกับเฮอร์ไมโอนี่หรือไม่ก็ทบทวนเพื่อเตรียมสอบส.พ.บ.ส. เขารักเฮอร์ไมโอนี่มากพอที่จะอดทนกับการทบทวนการเรียนเพื่อเธอ แต่นั้นไอ้บทเรียนพวกนั้นทำให้เขายิ่งนอนไม่หลับขึ้นไปอีก บทร่ายคาถาติดอยู่ในหัวรอนยังกับเป็นเพลงห่วยๆของเซเลสติน่า วอร์เบ็ค

“นายเองก็เต้นรำไม่เป็นเหมือนกัน หรืออย่างน้อยก็ไม่เป็นตอนปีสี่”

 

แฮร์รี่หันขวับมามองเขา พร้อมกับส่งสายตาหงุดหงิดมาให้

“นายหมายความว่ายังไงหา!?”

 

รอนจ้องแฮร์รี่กลับ แต่ดูเหมือนยังไงมันก็ไร้ผล เพราะถึงแฮร์รี่จะกลับมาเอาแต่พูดถึงมัลฟอย จ้องหมอนั้นไม่วางตา เดินตามเจ้าเฟอร์เร็ตนั้นไปทั่วโรงเรียน แล้วยังคอยแอบฟังข่าวซุบซิบเกี่ยวกับเดรโก มัลฟอยอีก แต่เพื่อนหัวทึบของเขาก็ยังคงไม่เข้าใจว่าอาการที่ว่าน่ะมันหมายความว่ายังไง ให้ตายสิแฮร์รี่เป็นคนแรกๆที่พูดว่ารอนน่ะตกหลุมรักเฮอร์ไมโอนี่นะ แล้วทำไม๊ทำไมทีตอนเป็นเรื่องตัวเองแฮร์รี่ถึงได้หัวช้าแบบนี้นะ มันเป็นอาการหลักของพวกฮีโร่รึเปล่าที่ไม่ค่อยคิดถึงเรื่องตัวเอง

 

“ฉันหมายความว่า” รอนพยายามหาคำพูดมาอธิบายโดยไม่พูดไปโจ้งๆเรื่องความรู้สึกของแฮร์รี่

“นายเองก็เปลี่ยนไปตั้งเยอะตั้งแต่ตอนนั้น บางทีเธอก็อาจจะเปลี่ยนด้วยเหมือนกัน”

 

แฮร์รี่ยังคงมองเขานิ่ง เหมือนกับเขาบ้าไปแล้วแทนที่คนที่บ้าน่ะเป็นแฮร์รี่เอง

“ฉันไม่เคยมีโอกาสเรียนรู้วิธีการเต้นรำ”

 

“แต่ว่านาย..เอ่อ...นายก็ดูสง่างามขึ้นตั้งเยอะ” รอนด่าแฮร์รี่ในใจที่ดันมาใช้สมองในเวลาแบบนี้ ทำให้เขาต้องหาคำพูดพยายามมาอธิบายอย่างมีเหตุมีผล

“แบบว่านายก็ได้เล่นควิดดิชตั้งแต่ตอนนั้น มีคนบอกว่าคนที่เล่นกีฬาจะเคลื่อนไหวได้สง่างามเวลาเต้นรำ แล้วบางทีพาร์กินสันก็อาจจะเล่นกีฬาด้วยก็ได้”

 

แฮร์รี่หรี่ตามองรอน ก่อนจะหันกลับไปมองมัลฟอยและพาร์กินสันดังเดิม พร้อมกับตัวแข็งนิ่ง เปล่งเสียงที่เหมือนเสียงคำรามออกมาจากลำคอ

 

รอนหันไปมองตามแฮร์รี่ หญิงสาวผมดำกำลังปัดปอยผมออกจากใบหน้าของมัลฟอย พร้อมกับพูดอะไรสักอย่างที่ทำให้เด็กชายผมบลอนด์หน้าแดง ก่อนจะหัวเราะเบาๆส่งให้พาร์กินสันส่ายหน้าแล้วหัวเราะไปด้วย

 

เด็กชายผมแดงถอนหายใจ เขาไม่เคยคิดว่าพาร์กินสันน่ะหน้าตาดี แต่ถ้าเขาให้เลือกเขาคงเลือกหญิงสาวแทนที่จะเป็นแฮร์รี่ที่ดูมีแววบ้าแบบนี้ รอนโบกมือผ่านหน้าแฮร์รี่แอบกลัวแวบนึงว่ามือเขาจะไหม้จากสายตาร้อนๆของเพื่อนสนิท

 

“อะไร!” แฮร์รี่ตะคอกใส่

 

“เอ่อ ไม่มีอะไร” รอนรีบตอบกลับ

“แค่เฮอร์ไมโอนี่จะฆ่าพวกเราแน่ถ้าพวกเราไปเรียนวิชาแปลงร่างสาย” แฟนสาวของเขาน่ะรีบไปที่ห้องแล้วเพื่อถามศาสตราจารย์มักกอนนากัลเกี่ยวกับบทเรียนพิเศษ ไม่อย่างนั้นเธอคงอยู่ที่นี่แล้วมาช่วยเป็นโล่ระหว่างรอนกับแฮร์รี่

 

“ทำไมฉันต้องสนใจด้วย” แฮร์รี่ตอบอย่างไม่ยี่หระ แล้วหันกลับไปมองมัลฟอยเหมือนเดิม

 

นั้นเป็นวินาทีที่รอนตัดสินใจว่าเขาต้องทำอะไรสักอย่าง เพราะแฮร์รี่คนไม่กลัวเฮอร์ไมโอนี่และไม่มีความรู้สึกสงสารรอนที่ต้องถูกหญิงสาวบ่นเป็นแฮร์รี่ที่รอนไม่อยากอยู่ใกล้ๆด้วยเด็ดขาด

 

เพื่อเพื่อนสนิทของเขาและเพื่อเขาจะได้มีเพื่อนสนิทที่กลับมาเป็นคนปกติซะที รอนต้องหาทางให้แฮร์รี่กับมัลฟอยเป็นแฟนกันให้ได้ การได้ไปเดทกับเดรโก มัลฟอยนั้นเป็นทางเดียวที่แฮร์รี่จะหยุดทำตัวบ้าๆแบบนี้ ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเป็นยังไงถ้าแฮร์รี่เป็นอย่างนี้ต่อไปทั้งปี

...และที่แย่ที่สุดคือถ้ามันเกินกว่าหนึ่งปีล่ะ ชายหนุ่มอดตัวสั่นไม่ได้เมื่อคิดว่าในอนาคตเขาอาจจะเห็นเพื่อนสนิทเดินตามมัลฟอยต้อยๆในกระทรวงเวทมนตร์พร้อมเป็นมือปราบมารกับรอน

 

ไม่เด็ดขาด เขาต้องหาทางหยุดความบ้าคลั่งนี้ก่อนมันจะไปไกลกว่านี้ เพื่อเกียรติและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นกริฟฟินดอร์

 

“นายเห็นไหมว่าหล่อนแตะแก้มเขา” แฮร์รี่พูดพร้อมกับมือไม้สั่นไปหมด

“นายเห็นรึเปล่า”

 

รอนซุกหน้าเข้ากับมือ แล้วก็เพื่อสุขภาพจิตของเขาด้วย

 

###

 

สิ่งแรกที่รอนทำคือแอบตามมัลฟอยบ้าง

 

ดูเหมือนเจ้าบ้านั้นจะทำอะไรตามระเบียบทุกอย่าง โดยเฉพาะหลังสงครามแบบนี้ หมอนั้นไปเรียน ทบทวนหนังสือในห้องสมุดเวลาว่าง หรือไม่ก็ฝึกควิดดิช ถึงแม้ว่ารอนไม่ได้เห็นว่ามัลฟอยจะตั้งใจฝึกขนาดก่อนสงครามก็เถอะ แต่แฮร์รี่ก็ขี้เกียจฝึกเหมือนกัน...แต่นั้นเป็นเพราะแฮร์รี่ใช้เวลาว่างทั้งหมดเอาแต่ไล่ตามมัลฟอยแทนที่จะไปไล่ตามลูกสนิช

 

นั้นเป็นอีกเหตุผลนึงที่เขาต้องจัดการให้แฮร์รี่กับมัลฟอยเดทกันเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ รอนคิดขณะสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายที่ทีมกริฟฟินดอร์พ่ายแพ้ทีมสลิธีรินย่อยยับเพราะซีกเกอร์ของพวกเขาเล่นเอาแต่ไล่ตามมองก้นมัลฟอยแทนที่จะไล่จับลูกสนิช และแฮร์รี่ก็อยากจะให้อีกทีมชนะเพื่อเขาจะได้จูบแสดงความยินดีกับมัลฟอย

ฝันร้ายสุดๆ!!!

 

และเมื่อยิ่งแอบดูมัลฟอย รอนก็ยิ่งสังเกตเห็นอะไรแปลกๆมากขึ้น มัลฟอยแทบจะไม่ใช้เวลาอยู่กับนักเรียนบ้านสลิธีรินคนอื่นๆเลยยกเว้นแต่เวลาอาหาร หมอนั้นไม่ใช้เวลาว่างอยู่ในหอนอนอะไรแบบนี้ รอนเห็นหมอนั้นเดินไปเดินมาบ่อยมากๆ บางทีนั้นอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้ เพราะตอนนี้พอมัลฟอยไม่ได้สุงสิงกับพวกสลิธีริน เขาอาจจะเริ่มคิดการมีเป็นกริฟฟินดอร์ไม่ใช่เรื่องแย่สักเท่าไหร่

 

รอนยังคงสะกดรอยตามมัลฟอยและแฮร์รี่อีกสองสามวัน ก่อนตัดสินใจว่าเขาจะลงมือตามแผน ในวันฝึกซ้อมควิดดิชครั้งหน้าทันที

 

###

 

“นายคิดยังไงกับเดเมลซ่า” รอนถาม หันไม้กวาดมาหยุดตรงหน้าแฮร์รี่ พวกเขาบินต่ำๆอยู่เหนือสนามคุยเรื่องการคัดเลือกเชสเซอร์คนใหม่ของทีม

“ฉันไม่คิดว่าเธอเร็วเท่าที่ปีที่แล้วนะ บางทีเราน่าจะลองเลือกแองเจลล่า เทย์เลอร์แทน ถึงเธอจะเป็นเด็กปีสี่ แต่เธอก็เคลื่อนไหวของเด็ดเลย”

 

แฮร์รี่ส่งเสียงงึมงำในลำคอ สายตามองตรงไปที่ปราสาท แบบเดียวกับทุกครั้งที่เขาอยู่ข้างนอกปราสาทและมัลฟอยอยู่ข้างในนั้น รอนกลอกตาอย่างรำคาญ เขาแน่ใจว่าแฮร์รี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแองเจลล่า เทย์เลอร์เป็นไง ทั้งๆที่เขาอยู่ด้วยกับรอนตอนที่เธอเข้ามาทดสอบเข้าทีม

 

“แต่ฉันก็คิดนะว่า” รอนพูดต่อเรียบๆ “บางทีเราอาจจะไม่ต้องพยายามมากก็ได้ในปีนี้ เพราะมัลฟอยไม่เล่นควิดดิชแล้ว ทำให้เรามีเวลาฝึกพวกปีสี่”

 

แฮร์รี่หันขวับมามองเขาทันทีที่ชื่อมัลฟอยหลุดออกจากปากรอน เด็กหนุ่มหมุนไม้กวาดแล้วลอบยิ้ม พร้อมกับตะโกนเรียกเด็กกรินฟินดอร์ทุกคนที่มาทดสอบกลับเข้ามา

 

แฮร์รี่ยื่นมือมาจับไม้กวาดรอนแน่น ก่อนที่เขาจะได้บินลงไป เสียงเพื่อนสนิทของเขาต่ำแหบปนคำราม

“ใคร! ใครบอกนายว่ามัลฟอยจะไม่เล่นควิดดิช”

 

รอนยักไหล่ “ขาวลือนะพวก ได้ยินพวกเรเวนคลอพูดกันเมื่อเช้านี้ ว่ากันว่ามัลฟอยคิดว่าการฝึกกวนเวลาเรียนของเขาน่ะ”

 

“แต่..แต่...หมอนั้นห้ามเลิกนะ แล้วถ้าเขา...” แฮร์รี่ปล่อยมือจากด้ามไม้กวาดของรอน หน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างคนที่ตกอยู่ในภวังค์ความคิด รอนได้แต่แอบกลัวว่าเพื่อนเขาจะลืมไปว่าตอนนี้พวกเขาทั้งคู่อยู่บนอากาศ

 

รอนสูดหายใจลึก มองในแง่ดี อย่างน้อยนี้ก็ไม่ใช่ระหว่างเกมส์ควิดดิชจริงๆ

 

“เขาห้ามทำแบบนั้นนะ” แฮร์รี่พูดขึ้นในที่สุด พร้อมกับส่ายหน้า “ฉันต้องทำให้หมอนั้นเห็นว่าควิดดิชน่ะเป็นเรื่องสำคัญสำหรับพวกเรา เฮ้ย...ฉันหมายความว่าสำหรับพวกเราทั้งคู่ สำหรับเขาด้วย คือใครกันที่เขาจะอยากเอาชนะถ้าเขาไม่เล่นกับฉัน”

 

“หมอนั้นอาจจะอยากเอาชนะเฮอร์ไมโอนี่” รอนตอบกลับ “หมายถึงทางวิชาการน่ะพวก” เขารีบพูดต่อเมื่อแฮร์รี่ขึงตาใส่เขา

 

“ไม่ เขาห้ามทำแบบนั้น” แฮร์รี่พูดอย่างเอาแต่ใจ แล้วบินตรงไปที่ปราสาท

 

รอนกรอกตาอีกครั้ง เพราะสุดท้ายแฮร์รี่ก็ไม่ได้ช่วยเขาเลือกเชสเซอร์ของทีมเลย แต่มันคงมีเหตุผลที่รอนถูกเลือกเป็นกัปตันแทนที่จะเป็นแฮร์รี่ รอนแน่ใจว่าเขาจะเลือกคนถูก เขาไม่ต้องการแฮร์รี่มาช่วยตัดสินใจหรอก

แต่มันคงจะดีที่จะได้มีเพื่อนรักคนเดิมมาอยู่เคียงข้างเขาเวลาแบบนี้

 

###

 

ดูจากวิธีที่แฮร์รี่เดินปึงปังเข้าไปในห้องโถงใหญ่แล้วประจันหน้ากับมัลฟอยที่โต๊ะของสลิธีริน รอนแน่ใจว่าแฮร์รี่ล้มเหลวในการไล่จับตามหาเจ้าบ้าผมทองนั้นก่อนเวลาอาหารเย็น

 

รอนไม่เคยคิดว่าเขาจะต้องดูการเผชิญหน้าสดๆแบบนี้ คิดแล้วเขาก็รีบตักอาหารเข้าปากเร็วเท่าที่จะเร็วได้ เผื่อว่าทั้งคู่เกิดดวลกันแล้วโต๊ะล้มระเนระนาดขึ้นมา

 

“รอน อย่าจุกอาหารเข้าปากแบบนั้นสิ” เฮอร์ไมโอนี่เตือน แต่เมื่อมองตามสายตาของเขาเธอก็ต้องอุทานอย่างตกใจ

“ให้ตายสิ”

 

รอนพยักหน้าเห็นด้วย เขาไม่คิดว่าเฮอร์ไมโอนี่รู้ว่ามีอะไรลึกๆระหว่างแฮร์รี่กับมัลฟอย แต่เธอไม่จำเป็นเธอก็คงจะเดาได้ว่าการท่าทางแบบนั้นของแฮร์รี่ไม่ใช่เรื่องดีเลย เธอรีบเก็บหนังสือเล่มเก่าหน้าเตอะที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารลงกระเป๋าด้วย ถึงเธอจะไม่ได้ทำเร็วเท่ากับที่เขาจุกอาหารเข้าปากก็เถอะ เพราะหนังสือนั้นน่ะโคตรจะเก่าจนแทบจะหลุดออกจากกันได้แล้วถ้าจับแรงเกินไป

 

แฮร์รี่เขม้นตามองมัลฟอย ส่วนพาร์กินสันวางมือลงบนไหล่ของมัลฟอยอย่างให้กำลังใจ แต่เธอก็รีบถอนมือออกเมื่อเห็นสายตาของแฮร์รี่ รอนเข้าใจเลยล่ะสายตานั้นทำให้เขารู้สึกเหมือนมือจะไหม้แค่เพียงโบกต่อหน้าตาสีเขียวคู่นั้น

 

แต่คนที่ดูเหมือนจะไม่รู้สึกอะไรก็คือมัลฟอย เจ้านั้นใช้เวลาเป็นชาติกว่าจะเงยหน้ามองแฮร์รี่ สายตาช้อนขึ้นช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ทำให้รอนต้องอุทานด่าเจ้าแสบนั้นในใจ ไอ้บ้านั้นมันรู้...รู้ว่ามันกำลังทำอะไรอยู่กับแฮร์รี่ มัลฟอยกำลังตั้งกับดักให้แฮร์รี่พุ่งตรงมาหา

 

“มีอะไร” มัลฟอยแทบไม่ขยับปากขณะพูด และไม่แม้แต่จะแสดงสีหน้าอะไรเมื่อแฮร์รี่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้พร้อมกับจ้องเข้าไปในตา

 

“ทำไมนายถึงเลิกเล่นควิดดิช”

 

รอนถอนใจ คราวนี้มัลฟอยก็จะบอกว่าเขาไม่ได้เลิกเล่นแล้วแฮร์รี่ก็จะหันกลับมาเล่นงานรอนแทน ให้ตายสิรอนหวังว่ามันจะนานกว่านี้ซะอีก แต่เขาลืมคิดไปว่าเพื่อนของเขาเป็นพวกที่ไร้มารยาขนาดไหน เขาคิดว่าอย่างน้อยๆแฮร์รี่จะชวนมัลฟอยคุย ก่อนจะเข้าเรื่อง แล้วบางทีทั้งคู่อาจจะได้ฉุกคิดว่าทำไมไอ้เรื่องที่มัลฟอยเลิกเล่นควิดดิชถึงทำให้แฮร์รี่อารมณ์เสียได้ถึงขนาดนี้

 

แต่มัลฟอยไม่ได้ปฎิเสธออกไปทันทีอย่างที่รอนคิด หมอนั้นวางส้อมลงแล้วเช็ดปาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพูดอีกครั้ง

“เพราะมันไม่น่าตื่นเต้นอีกแล้วน่ะสิ” พูดแล้วก็หยิบส้อมขึ้นมาอีกครั้ง

 

มือแฮร์รี่ปัดส้อมของมัลฟอยหลุดจากมืออีกคน ปลิวข้ามโต๊ะ เสียงอุทานอย่างตกตะลึงดังมาจากโต๊ะอาจารย์ เขาแน่ใจว่าเสียงเรียกชื่อเพื่อนของเขาต้องเป็นเสียงอาจารย์ใหญ่มักกอนนากัลแน่ๆ และเสียงนั้นบ่งบอกชะตาว่าแฮร์รี่คงไม่แคล้วโดนกักบริเวณเป็นแน่แท้

 

แต่มีหรือที่แฮร์รี่จะสนใจ และนั้นทำให้รอนแอบโห่ร้องอย่างยินดีในใจ แถมมัลฟอยยังเล่นด้วยอีกต่างหาก อย่างน้อยๆก็มีหนึ่งคนในนั้นที่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“ไม่ตื่นเต้นเหรอ” แฮร์รี่ยื่นตัวเข้าไปใกล้มัลฟอยมากขึ้นจนทั้งพาร์กินสันและเด็กผู้ชายบ้านสลิธีรินอีกคนที่นั่งประกบมัลฟอยขยับตัวออกห่างจากหนุ่มผมทองอย่างกลัวๆ แต่มัลฟอยยังคงมองหน้าแฮร์รี่นิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“แล้วการเล่นกับฉันล่ะ”

 

มัลฟอยเบ้ปากเหมือนรำคาญ “นายมันน่าเบื่อไปแล้วพอตเตอร์” เขาพูดพร้อมกับลุกขึ้นเดินตรงไปที่ประตู

 

แฮร์รี่ก้าวหมายจะตามอีกคนให้ทัน แต่ทันใดนั้นอาจารย์ใหญ่มักกอนนากัลก็มาถึงตัวแฮร์รี่เสียก่อน ให้ตายสิอาจารย์เร็วชะมัดรอนคิดในใจ

กักบริเวณ เพราะหาเรื่องทะเลาะกับนักเรียนบ้านอื่น” เสียงอาจารย์ใหญ่ดังพอที่จะได้ยินทั้งห้องโถงใหญ่

 

มัลฟอยหยุดนิ่งแล้วหันกลับมามอง เจ้านั้นทำหน้าพอใจแบบสุดๆ ก่อนจะหันกลับเดินออกไปอีกครั้ง

 

แน่นอน รอนคิดในใจขณะจิ้มมันฝรั่งเข้าปาก มัลฟอยรู้แน่นอนว่ามันกำลังทำอะไรอยู่ นี้ฉันต้องมาอยู่ฝ่ายเดียวกับไอ้ตัวเมือกจากบ้านสลิธีรินเหรอเนี้ย เออวะอย่างน้อยก็มีพวก

 

###

 

“ฉันต้องกักบริเวณกับมัลฟอย”

 

รอนใช้นิ้วจิ้มจุดที่เขาอ่านถึงเอาไว้ เหล่มองเฮอร์ไมโอนี่ที่พยักหน้าอนุญาตให้เขาคุยได้พร้อมกับรู้สึกดีใจสุดๆที่ดูเหมือนแฟนสาวของเขาจะไม่รู้ว่าเขาใช้ปกหนังสือคาถาห่อหนังสืออะไรเอาไว้จริงๆ

“ไหงเป็นงั้นล่ะเพื่อน ฉันนึกว่ามักกอนนากัลจะเป็นคนกักบริเวณนายซะอีก” ซึ่งปกติอาจารย์ใหญ่จะเป็นคนลงโทษและดูแลการกักบริเวณของนักเรียนปีแปดด้วยตัวเอง

 

แฮร์รี่นั่งห่อไหล่ ไม่สนใจเสียงของเฮอร์ไมโอนี่ที่เตือนเวลาข้อศอกของแฮร์รี่เกือบปัดไปโดนกองหนังสือบนโต๊ะ

“มัลฟอยเป็นพรีเฟคแล้วตามที่มักกอนนากัลพูดฉัน ‘ไปหาเรื่องเขาโดยไม่มีเหตุ’ ” แฮร์รี่พูดพร้อมกับโบกไม้โบกมือซึ่งทำให้มันไปโดนกองหนังสืออีกกอง โชคดีที่เฮอร์ไมโอนี่รีบเข้ามารับทันก่อนที่หนังสือจะตกพื้น และอีกครั้งที่แฮร์รี่ไม่สนใจเสียงบ่นของเฮอร์ไมโอนี่

“เพราะฉะนั้นเขาถึงเป็นคนดูแลฉันกักบริเวณ”

 

รอนถอนหายใจ “เขาบอกนายยังว่าจะให้นายทำอะไร”

 

แฮร์รี่ส่ายหน้า “มักกอนนากัลแค่บอกว่าสองทุ่มพรุ่งนี้ฉันต้องไปเจอเขาที่ห้องโถงใหญ่ บางทีมันคงเป็นการทำความสะอาดพื้นใต้โต๊ะสลิธีรินหรืออะไรแบบนี้”

 

“นายจะพลาดการฝึกควิดดิชน่ะสิ” รอนแกล้งร้องเสียงหลง ที่จริงในหัวเขาไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับควิดดิชเลยแม้แต่น้อย

 

“ฉันไม่แคร์เรื่องควิดดิชแล้วถ้ามัลฟอยไม่เล่น” แฮร์รี่พูดแล้วก้มหน้านอนบนโต๊ะอ่านหนังสือ ซึ่งคราวนี้เขาทำให้กองหนังสือตกลงบนพื้นโดยไม่สนใจ

 

เฮอร์ไมโอนี่หรี่ตาก้มเก็บหนังสือบนพื้น ก่อนจะเงยหน้าอีกครั้งพร้อมด้วยท่าทางที่น่ากลัวเหมือนพวกเทพเจ้าแห่งสงครามจากอียิปต์อะไรแบบนั้นเลย รอนแน่ใจว่าเขาเห็นรูปปั้นที่ดูเหมือนเฮอร์ไมโอนี่ตอนนี้เปี๊ยบๆตอนที่เขาไปเที่ยวอียิปต์กับที่บ้าน เขาพยายามส่งซิกบอกเธอว่าอย่าโวยวายแต่มันก็ไม่เป็นผล

“แฮร์รี่ พอตเตอร์” หญิงสาวคำรามเบาๆ

 

“มีอะไรเหรอ” แฮร์รี่หันมาถามด้วยเสียงปกติ ไม่เหมือนชายที่กำลังจะโดนเฮอร์ไมโอนี่สวดเป็นชุด

“ถ้าเขาไม่เล่น ฉันก็ไม่อยากเล่นแล้ว” พูดจบแฮร์รี่ก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้องสมุด

 

เฮอร์ไมโอนี่มองตามหลังเพื่อนสนิทพร้อมอ้าปากค้าง ก่อนจะหันมามองรอนเหมือนรอคำอธิบายจากเขา เขารู้ว่าเขาควรจะพูดอะไรสักอย่าง แต่รอนทำได้แค่ยิ้ม แม้มันจะไม่มีอะไรที่ควรจะยิ้มเลย นี้เป็นเหตุผลที่ทำไมพวกเขาถึงเป็นคู่กันได้ ขณะที่เฮอร์ไมโอนี่อธิบายเรื่องในหนังสือให้เขาฟัง เขาก็เป็นคนอธิบายเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในหนังสือให้เธอฟังสลับกัน

 

“เขาไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ” เธอพูดอย่างงงๆ

 

รอนลุกขึ้นโอบไหล่หญิงสาว

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่ะ เขาแค่กำลังหมกมุ่นกับมัลฟอย แต่ฉันจะแก้ไขเรื่องนี้เอง ฉันมีแผนที่จะทำให้เขาสนใจมัลฟอยแต่ในแบบอื่น เมื่อมันจะสัมฤทธิ์ผล เขาคงจะเริ่มพูดถึงเรื่องอื่นนอกจากมัลฟอยเป็นครั้งคราวบ้าง”

 

“นี้นายได้ฟังที่ตัวเองพูดบ้างไหมเนี้ย” เฮอร์ไมโอนี่เอนตัวออกพร้อมหันมามองเขา

“นายพูดทั้งสามประโยคที่ยังไงก็หมายความว่าแฮร์รี่ก็จะหมกมุ่นกับมัลฟอยต่อไปถึงแผนนายจะได้ผลหรือไม่ได้ผลก็ตามเถอะ”

 

###

 

รอนขยับผ้าคลุมล่องหนเพื่อให้แน่ใจว่ามันปิดได้ทั้งตัวเขา มันน่าจะได้นะแต่เขาก็โตขึ้นมากจากครั้งสุดท้ายที่ใช้ผ้าคลุมนี้ เขาต้องคอยหยุดเดินเป็นระยะเพื่อดูว่าข้อเท้าของเขาไม่โผล่ออกมา

 

เขายืนรออยู่นอกห้องโถงใหญ่ ก่อนหน้านี้เขาประกาศยกเลิกการซ้อมควิดดิชในคืนนี้แล้ว และอีกไม่กี่วินาทีถัดมาเขาก็เห็นศาสตราจารย์มักกอนนากัลดึงหูแฮร์รี่ลงมาจากบันได รอนมองแล้วแอบเจ็บแทน ก่อนที่มักกอนนากัลจะปล่อยหูแฮร์รี่มองเด็กหนุ่มตรงหน้าแล้วยื่นมือมาแก้ไขเนคไทน์เบี้ยวๆของเขา แฮร์รี่ได้แต่ก้มหน้าแล้วขยับขาไปมาอย่างกระสับกระส่าย

 

พูดถึงคนที่โตขึ้นเหมือนกัน รอนคิดในใจ เขาเห็นข้อเท้าของแฮร์รี่โผล่พ้นเสื้อคลุมพ่อมด ดูเหมือนแฮร์รี่คงต้องซื้อใหม่เหมือนอย่างที่เฮอร์ไมโอนี่บอก ...แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้แฮร์รี่จะไม่สนอะไรที่เฮอร์ไมโอนี่พูดเลยสักนิดเดียว ...บางทีเขาอาจจะฟังรอนนะ...หมายถึงถ้าจบเรื่องนี้แล้วเขาเริ่มได้ยินเสียงคนอื่นนอกจากเสียงมัลฟอยอีกครั้ง

 

“เธอเป็นนักเรียนของที่นี่” ศาสตราจารย์มักกอนนากัลพูดด้วยเสียงดุที่รอนได้ยินอย่างชัดเจน

“แต่ยิ่งกว่านั้นเธอมีภาระในฐานะผู้ใหญ่ ผู้ที่เป็นตัวอย่างแก่นักเรียนคนอื่นๆ เป็นแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียนบ้านอื่นๆ แล้วผู้ใหญ่เขาไม่ทำตัวอย่างที่ทำวันนี้นะ”

 

“ผมไม่เคยขออยากจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครสักหน่อยครับ” แฮร์รี่บ่นอุ่บ

 

และถ้าคนที่แฮร์รี่พูดด้วยเป็นรอนหรือเฮอร์ไมโอนี่ ทั้งคู่คงปล่อยผ่านอย่างเข้าใจ เพราะแม้แต่รอนก็ยังต้องยอมรับว่านี้มันไม่ยุติธรรมสักนิดที่แฮร์รี่ต้องแบกภาระพวกนั้นคนเดียว ตั้งแต่เรื่องสงคราม จนถึงตอนนี้ที่ต้องทำตัวเหมือนทุกอย่างปกติและไม่มีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นในชีวิตสักนิดเดียว แต่ศาสตราจารย์มักกอนนากัลไม่มีทางปล่อยผ่านง่ายๆ

 

“เธอไปพูดในพิธีศพและงานอื่นๆช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมาใช่ไหม” อาจารย์ใหญ่ถาม

 

แฮร์รี่กระพริบตาถี่ๆ “เอ่อ ใช่ฮะ” รอนอยากจะกระโดดกู่ร้อง นี้เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นแฮร์รี่กลับมาเป็นปกติครั้งแรกในรอบหลายๆสัปดาห์ ตาสีเขียวนั้นมองตรงไปที่อาจารย์ใหญ่ แทนที่จะสอดส่ายหามัลฟอยเหมือนเช่นปกติ

 

“ถ้าอย่างนั้นหมายความว่าเธอยอมรับภาระนั้นแล้ว” ศาสตราจารย์หญิงกล่าวเรียบๆ

“ฉันไม่คิดว่ากระทรวงจะปล่อยให้เธอหลบหายไปเงียบๆ แต่เธอสามารถลดฐานะของตัวเองได้โดยการไม่รับงานพวกนั้น แต่เธอก็ไม่ได้ทำ ดังนั้นพอตเตอร์เธอต้องรับภาระที่ตามมาด้วย”

“อ้อ คุณมัลฟอยมาถึงพอดี”

 

แฮร์รี่หันขวับมองไปที่มัลฟอย แล้วทันใดนั้นไอ้สายตาแบบเดิมๆก็กลับมาอีกครั้ง รอนถอนหายใจ ให้ตายเถอะเขาอยากเสกกระจกให้เพื่อนโง่ๆของเขาส่องหน้าตัวเองดูจริงๆ ถ้าหมอนั้นเห็นว่าตัวเองมองมัลฟอยอย่างรักใคร่ขนาดไหน บางทีอะไรๆอาจจะง่ายขึ้นก็ได้

 

หรือบางทีอาจจะไม่ใช่อย่างรักใคร่ คิดว่าแฮร์รี่ไปหลงรักคนแบบมัลฟอยนี้มันก็อาจจะเกินไปหน่อยนะ บางทีแฮร์รี่อาจจะแค่อยากมัลฟอยหันมาสนใจเขาบ้างนอกเวลาควิดดิชหรือเวลาเดินสวนกันบนระเบียง ...เอาล่ะเขาจะเชื่อแบบนี้แหละ

 

“อาจารย์ใหญ่” มัลฟอยพูดแล้วก้มศีรษะลงอย่างสุภาพ อาจารย์คงคิดว่าเจ้าเบื้อกนั้นมันมองดูเธออยู่ แต่รอนเห็น...สายตานั้นมองตรงมาที่แฮร์รี่

 

บางทีเจ้าเฟอร์เรตอาจจะจัดการเองก็ได้ บางทีเขาอาจจะไม่จำเป็นต้องทำอะไร

 

แต่แล้วมัลฟอยก็เชิดหน้าขึ้นพร้อมกับเบ้หน้าเหมือนว่ารังเกียจแฮร์รี่ที่ตอนนี้กำลังพยายามยืดตัวตรงพร้อมกับจัดเนคไทน์ให้ตรง รอนถอนหายใจ ไม่อ้ะ มัลฟอยแค่สนุกกับเกมส์ที่ได้ทำให้แฮร์รี่รำคาญแล้วก็ดูหน้าแฮร์รี่หลังจากนั้น แล้วรอนก็เบื่อกับหน้าแฮร์รี่หลังจากนั้นเต็มแก่ ขอบคุณมากเฟอร์เร็ตตัวแสบ เขาต้องจัดการเองจริงๆซะที

 

“คุณมัลฟอย” มักกอนนากัลพยักหน้าตอบรับมัลฟอย เขาไม่แน่ใจว่าทำไมอาจารย์ใหญ่ถึงเลือกให้มัลฟอยกลับมาเป็นพรีเฟค เธอไม่เคยบอกเหตุผลให้ใครรู้

“หวังว่าเธอจะสามารถควบคุมอารมณ์เวลาอยู่ต่อหน้าคุณพอตเตอร์ได้เหมือนอย่างที่เธอทำวันนี้” พูดจบเธอก็หันมาจ้องแฮร์รี่ก่อนจะกลับหลังหันเดินออกไป

 

ทิ้งให้มัลฟอยอยู่กับเพื่อนสนิทเขาสองต่อสอง มัลฟอยยืนนิ่งปล่อยให้แฮร์รี่จ้องเขาต่อไป ส่วนรอนได้แต่ปวดหัวตุบๆ นี้มัลฟอยมันเล่นอะไรของมัน มันอยากจะรอให้แฮร์รี่เริ่มก่อนเหรอ นี้มันรู้จักแฮร์รี่บ้างไหมเนี้ย

 

รอนรักเพื่อนสนิทของเขามาก แต่เขาก็รู้ข้อเสียของเพื่อนเขาดี ดีเกินไปด้วยซ้ำเพราะคนที่บอกเขาคือจินนี่ที่เมาแอ๋พร้อมกับร้องไห้ลั่น อย่างน้อยแฟนคนต่อไปของแฮร์รี่ก็จะไม่ใช่วีสลีย์

 

“ฉันมีวิธีทำโทษที่เหมาะสมกับนายที่สุดเลยพอตเตอร์” มัลฟอยพูดด้วยเสียงต่ำพร่า

(หนึ่งในหลายๆอย่างที่เฮอร์ไมโอนี่ยืนยันว่าพวกเขาควรจะทำตอนคบกันก็คือการอ่านหนังสือนิยายโรแมนซ์ ซึ่งบอกเลยหลายๆเล่มที่เขาอ่านมีประโยคแบบที่มัลฟอยเพิ่งพูดเปี๊ยบ รอนคิดแล้วอยากจะเสกคาถาลบความทรงจำของตัวเองที่ได้ยินมัลฟอยพูดอะไรแบบนั้น และภาพในสมองของเขาที่รวมกับนิยาย)

 

แฮร์รี่ ซึ่งไม่เคยรู้เรื่องตามเคย ก็ไม่สังเกตถึงโทนเสียงของมัลฟอย เขาแค่สูดหายใจลึกแล้วถามกลับ

“อะฮะ จริงดิ”

 

มัลฟอยเลิกคิ้ว เหมือนกับสงสัยว่าต้องทำอะไรถึงจะให้แฮร์รี่เข้าใจ ฉันไง รอนตะโกนตอบในใจ

“ใช่” เสียงมัลฟอยกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง พร้อมสะบัดตัวเดินไปหาประตูเปิดออกนอกปราสาท

“แต่เราทำในนี้ไม่ได้”

 

แฮร์รี่ส่ายหน้าพร้อมกอดอกแน่น “นายคิดว่าฉันจะออกไปข้างนอกกับนายเหรอมัลฟอย ฝันไปเหอะ ไปที่ห้องเรียนว่างๆหรือคุกใต้ดินหรืออะไรก็ได้ นายบอกว่านายไม่เล่นควิดดิชอีกแล้วนี้ ดังนั้นฉันจะไม่ยอมก้าวเข้าไปในสนามควิดดิชกับนายแน่ๆ”

 

ไหล่ของมัลฟอยตึงเขม็ง รอนแน่ใจว่าคราวนี้มัลฟอยต้องหันกลับมาตะโกนบอกแฮร์รี่ว่าเขาไม่เคยคิดเลิกเล่นควิดดิช แต่หมอนั้นกลับแค่ทำสีหน้าปกติ

“นี้เป็นการกักบริเวณพิเศษต่างหากเจ้าเบื้อก”

 

สายตาของแฮร์รี่ร้อนแรงมากขึ้น มือมัลฟอยกำแน่น ส่วนรอนกลืนน้ำลายเงียบๆสงสัยว่าบางทีเขาควรจะต้องหาทางไม่ให้ทั้งคู่ตีกันตายก่อนดีกว่า

 

รอนคิดแล้วเขาต้องทำอะไรสักอย่าง ก่อนที่แฮร์รี่จะพูดอะไรโง่ๆที่ทำให้มัลฟอยหนีไป หรือมัลฟอยเลิกพยายามแล้วกักบริเวณแฮร์รี่แบบปกติ เขายกไม้กายสิทธิ์ขึ้นพร้อมร่ายคาถาโดยไม่พูด คาถาที่เขาฝึกตลอดบ่ายที่ผ่านมา

 

เสียงฝีเท้าดังมาตามบันได พร้อมกับเสียงคุยดัง ทำให้แฮร์รี่สะดุ้งแล้วมองตามต้นเสียงอย่างตกใจ

 

“มาเถอะน่า” มัลฟอยรีบพูดแล้วจับข้อมือแฮร์รี่ ก่อนจะลากออกไป

 

รอนแอบคิดว่าบางทีพวกนี้คงทำต่อได้ โดยที่เขาไม่ต้องตามออกไป ก่อนที่เขาจะจำได้ว่าหนึ่งในพวกนี้ที่ว่าคือชายที่คิดว่าการสนทนาเกี่ยวกับความสามารถในการเต้นรำของแฟนของเดรโก มัลฟอยนั้นเป็นเรื่องที่เหมาะที่ควรและควรทำตอนกำลังทานอาหารเย็นท่ามกลางกลุ่มนักเรียนกริฟฟินดอร์

 

รอนถอนหายใจแล้วเดินตามไปเงียบๆ เขาไม่แน่ใจละว่าทั้งคู่จะทำต่อได้ ถ้าเขาไม่ได้อยู่ตรงนั้นและเห็นกับตา

 

###

 

มัลฟอยพาแฮร์รี่มาที่สนามควิดดิชจริงๆด้วย และแฮร์รี่ก็เดินตามหมอนั้นมาเงียบๆพร้อมทำหน้าบูดหลังจากแข็งขืนอยู่สองสามนาทีแรก เพื่อนของเขานั้นดูอกหักจริงจังกับความคิดที่ไม่อาจจะเล่นเกมส์ควิดดิชกับมัลฟอยได้อีกแล้ว ทั้งๆที่ควรจะดีใจที่กริฟฟินดอร์จะชนะได้ง่ายๆ

 

นี้มันต้องใช้อะไรอีกแฮร์รี่ถึงจะรู้ตัวว่าเขาน่ะสนใจมัลฟอย แล้วไม่ใช่แค่เรื่องการแข่งขันโง่ๆด้วย แต่แฮร์รี่ก็ยังคงพูดเกี่ยวกับเรื่องการเอาชนะมัลฟอย ไม่ใช่ชนะอย่างอื่นของมัลฟอย โอ๊ยเขาอยากจะบ้าตาย รอนแน่ใจว่าความเข้าใจในอารมณ์คนอื่นของเขาน่ะไม่ลึกซึ้งไปกว่าช้อนน้ำชา แต่เขาชักคิดว่าเพื่อนเขามีปุ่มรับความรู้สึกพอๆกับเม่นที่โดนไฟช๊อต

 

มัลฟอยก้าวไปหยุดที่กลางสนามแล้วหมุนตัวกลับมา ชั่วครู่หนึ่งรอนแน่ใจว่ามันต้องเป็นประกายจากผ้าคลุมล่องหนหรือว่าอะไรแน่ๆ เพราะเขาเห็นอะไรบางอย่างในตามัลฟอย แต่มันก็แค่ชั่วครู่เดียว ก่อนที่มัลฟอยจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

 

“นายรู้ไหมทำไมฉันถึงพานายมาที่นี่” มัลฟอยถามเบาๆ

 

แฮร์รี่กอดอก “เพราะว่านายอยากให้ฉันขอร้องให้นายกลับมาเล่นอีกครั้งเหรอ”

 

มัลฟอยเงียบไป รอนพยายามคิดว่าเจ้าชายบ้านสลิธีรินกำลังคิดอะไรอยู่ (คิดดูว่าเขาทำเพื่อแฮร์รี่ขนาดไหน เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาต้องคิดแบบสลิธีรินนะ!) ดูเหมือนว่าคำตอบที่มัลฟอยรอจะไม่ใช่สิ่งที่แฮร์รี่ตอบ แต่เขาก็เปลี่ยนมันให้เป็นสิ่งที่เขาต้องการได้ง่ายๆ

 

“ใช่เลย” มัลฟอยพูด พร้อมกับช้อนตาขึ้นแบบที่รอนแน่ใจว่าหมอนี่ต้องเป็นคนสอนแพนซี่ พาร์กินสันให้อ่อยผู้ชายแน่

“โดยการที่เล่นกันฉัน แล้วทำให้ฉันได้รู้ว่า...อะไรอะไรมันยังน่าตื่นเต้นเหมือนเดิม”

 

รอนกระพริบตาถี่ๆ โอเคนั้น...สองแง่สองง่ามไปหน่อยไหม แต่เขาต้องยอมรับความเป็นสลิธีรินเลยพับผ่าสิ

 

และดูเหมือนนั้นจะทำให้แฮร์รี่เริ่มคิดอะไร เพราะสมองที่ตายของเพื่อนเขากลับเลือกเวลานั้นที่จะเริ่มทำงานขึ้นมา

“นายหมายความว่าไง” แฮร์รี่ตะโกนถาม

“นายรู้ว่าฉันเล่นเก่งขนาดไหน นายลงมาดูฉันซ้อมเหมือนๆกับที่ฉัน—“

แฮร์รี่หุบปากทันก่อนที่จะโพล่งออกไปว่าเขาเองก็แอบไปดูมัลฟอยด้วยเหมือนกัน

 

แต่มัลฟอยไม่สนที่จะอธิบาย เขายิ้มกริ่มพร้อมส่ายหน้าน้อยๆ “เราไม่ได้แข่งกันนานขนาดไหนแล้วนะพอตเตอร์ นายก็รู้ว่าศาสตราจารย์มักกอนนากัลไม่ยอมให้มีการแข่งควิดดิชปีนี้แน่ถ้าเธอไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องที่จะช่วยให้นักเรียนลืมเรื่องสงคราม”

 

แฮร์รี่ขมวดคิ้ว “ทุกคนควรคิดถึงเรื่องสงครามบ้างนะ”

 

ขามัลฟอยกระตุกเหมือนร่างบางอยากจะกระแทกเท้าลงกับพื้นแสดงความขัดใจ รอนเข้าใจเลย พระเจ้าแฮร์รี่เป็นมนุษย์ที่คุยด้วยยากที่สุดในโลก เต็มไปด้วยความขัดแย้งยอกย้อนในตัวเอง ทั้งๆที่หมอนั้นทำตัวเหมือนอยากจะลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างสงครามแต่ดันพูดออกมาว่าทุกคนควรจดจำสงครามเอาไว้

“บ้างน่ะใช่” มัลฟอยพูดออกมาในที่สุด

“แต่ไม่ใช่ตลอดเวลา” เขาพูดแล้วก้าวยาวๆไปหยุดหน้าแฮร์รี่ สายตาประสานกับแฮร์รี่โดยไม่ลดละ

“ฉันไม่รู้ว่านายยังคงทำให้ฉันตื่นเต้นได้รึเปล่า ครั้งสุดท้ายที่เราบินด้วยกัน พวกเราอยู่ด้วยกัน จำได้ไหม บนไม้กวาดนั้นตอนที่นายช่วยฉันออกมาจากห้องต้องประสงค์”

 

ใบหน้าของแฮร์รี่แดงจัดแม้จะอยู่ในที่มืดๆแบบนี้แต่รอนก็ยังเห็นได้ชัดเจน เขากระแอมเบาๆเหมือนคนสำลัก รอนได้แต่ยิ้ม เข้าใจรึยังพวก แฮร์รี่คงกำลังคิดถึงวิธีการที่มัลฟอยกอดเขาไว้ซะแน่น และแววตาของหมอนั้นตอนที่ออกมาได้

(ไม่ใช่ว่ารอนจำได้ หรือว่ามีเวลาที่จะสังเกตแต่เฮอร์ไมโอนี่ที่กำลังเขียนหนังสือเกี่ยวกับสงครามยืนยันที่จะบรรยายเรื่องพวกนี้ให้เขาฟัง)

 

“ฉะ...ฉันยังเล่นชนะนายได้” แฮร์รี่พูดพร้อมกับถอยหลังออกห่างจากมัลฟอย เหมือนกับมัลฟอยเป็นคนที่ตามเขาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาแทนที่จะกลับกัน

 

“งั้นพิสูจน์สิ” มัลฟอยเดินก้าวเข้ามาอีกครั้ง ใกล้เสียจนรอนคิดว่ามัลฟอยจะหยุดและจูบแฮร์รี่แล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาจะรีบวิ่งกลับปราสาทให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เลย เขาต้องปกป้องทั้งความเป็นส่วนตัวของเพื่อนและสุขภาพจิตของเขาเองนะ แต่แล้วมัลฟอยก็หันหลังกลับเดินไปที่ตู้เก็บไม้กวาด ทิ้งให้แฮร์รี่หายใจหนัก ก่อนจะออกวิ่งตามมัลฟอยไป

 

รอนส่ายหน้า ดูเหมือนว่าเขาต้องรออยู่จนกระทั่งพวกนั้นขึ้นบินบนฟ้านั้นแหละ

 

###

 

แล้วกว่าทั้งคู่จะขึ้นบินได้ก็ใช้เวลาเป็นชาติ แฮร์รี่เอาแต่เดินงมพยายามหาไม้กวาด เพราะอันที่เขาชอบใช้มัลฟอยดันยึดไปก่อน และตอนนี้มัลฟอยก็มายืนรอพร้อมกับลูกสนิชในมือแล้ว

รอนถอนหายใจ นี้มันก็สนุกดีนะ แต่เขาชักอยากกลับไปที่หอนอนกริฟฟินดอร์แล้วนอนหนุกตักเฮอร์ไมโอนี่ซะแล้ว

 

ในที่สุดแฮร์รี่ก็พร้อม มัลฟอยขึ้นขี่ไม้กวาดพร้อมกับส่งลูกสนิชลอยขึ้นฟ้า แฮร์รี่ดันไม้กวาดตรงดิ่งขึ้นฟ้าตามมันไปทันที แต่ลูกสนิชสีทองกลับหมุนตัวลงไปอีกทาง เขาได้ยินเสียงแฮร์รี่สบถลั่นพร้อมกับเสียงมัลฟอยหัวเราะร่วน

 

จากนั้นพวกเขาก็บินเป็นวงกลม ถึงแม้ว่าภารกิจหลักของเขาคือทำให้แฮร์รี่เดทกับมัลฟอยก็เถอะ แต่รอนก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นกับเกมส์ตรงหน้า เขายอมรับว่าทั้งคู่เป็นซีกเกอร์ที่ดีไม่แพ้กัน แสงอาทิตย์ค่อยๆลับขอบฟ้าพร้อมกับแสงสีส้มสาดเป็นประกายสะท้อนกับผมของมัลฟอย

 

รอนได้แต่รอ ตอนนี้ทั้งคู่อยู่บนฟ้าแล้ว เขาจินตนาการว่าอะไรที่จะเกิดขึ้นได้บ้าง มัลฟอยคงช้อนตามองแฮร์รี่ สะบัดผมแล้วกัดริมฝีปาก ขณะที่มือเคลื่อนเข้ามาใกล้จุดที่สัมผัสกับไม้กวาด มัลฟอยจะใช้ทุกอย่างเพื่อสะกดให้แฮร์รี่มองมาที่เขา

(เอาจริงๆ รอนประทับใจกับจินตนาการของตัวเอง บางทีเขาควรจะจำเอาไปทำกับเฮอร์ไมโอนี่บ้าง เสียแต่แฟนเขาไม่มีวันขึ้นไม้กวาดยกเว้นแต่ในกรณีคอขาดบาดตายเท่านั้น)

 

แต่มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดูจากวิธีการที่มัลฟอยนั่งบนไม้กวาดแล้วบินไปรอบๆ แฮร์รี่เขาแน่ใจว่าต้องเป็นความผิดของเจ้าบ้านั้นแน่ๆ เขาแตะไม้กายสิทธิ์เข้ากับตาแล้วเสกคาถาตายาว ช่วยให้เขาเห็นแฮร์รี่ได้อย่างชัดเจน

 

เขาเห็นคิ้วของแฮร์รี่ขมวดเข้าหากัน มือกำรอบไม้กวาดแน่น ไหล่สั่นน้อยๆเพราะมันต้องหนาวแน่ๆที่ความสูงขนาดนั้นแล้วเพื่อนเขาก็ไม่ได้ใส่ชุดกีฬา....

รอนอยากจะเอาหัวโหม่งพื้นจริงๆ

แฮร์รี่ตั้งใจจะเอาชนะ สายตาเอาแต่มองหาลูกสนิชไม่ใช่ผู้ชายที่บินอยู่ข้างๆเลยสักนิด

 

อย่างที่คิดเลย พวกนั้นต้องการความช่วยเหลือจากฉัน รอนคิด หยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาอีกครั้งแล้วเสกคาถา... คาถาที่เขาไม่ควรจะรู้ เพราะมันมาจากหนังสือในเขตหวงห้าม เขาแค่แอบมองตอนเฮอร์ไมโอนี่อ่าน มันเป็นคาถาที่ทำลายคาถาป้องกันการใช้เวทมนตร์กับลูกสนิช ดังนั้นเมื่อรอนเสกคาถาหมุนรอบใส่ลูกสนิช เจ้าลูกกลมๆนั้นก็เลยหมุนรอบตัวคนอยู่มันอยู่ใกล้ที่สุด

 

และในกรณีคนที่ว่าก็คือแฮร์รี่ ที่เกือบจะตกไม้กวาดเพราะพยายามหมุนตัวตามจับลูกสนิช

 

ในที่สุดมัลฟอยก็ทำอะไรสักอย่างซะที หมอนั้นรีบยกแขนขึ้นโอบรอบเอวแฮร์รี่ดึงไม่ให้อีกคนหล่น ส่วนแฮร์รี่นั้นขยับจับแขนมัลฟอยแน่น

 

รอนร่ายคาถาตายาวอีกครั้ง คราวนี้เขาเห็นใบหน้าของแฮร์รี่ได้อย่างชัดเจน ตาสีเขียวเบิกกว้าง ริมฝีปากเผยอออก แก้มที่เริ่มแดงจัด

 

และเขาก็เห็นวินาทีที่แฮร์รี่พ่ายแพ้ต่อความต้องการ แล้วเอนตัวเข้าประกบปากกับมัลฟอย

 

รอนร่ายคาถาให้ลูกสนิชกลับมาเป็นเหมือนเดิม ก่อนจะพยักหน้าให้ตัวเอง เขาทำดีแล้ว มัลฟอยคงอ้างว่าเขาช่วยแฮร์รี่เพราะแฮร์รี่กำลังจะหล่น และรอนแน่ใจว่าแฮร์รี่คงคิดอย่างเดียวกัน เพราะหมอนั้นเล่นซื่อซะจนไม่รู้ว่าเขากับมัลฟอยกำลังเล่นเกมส์อะไรอยู่กันแน่

 

ระหว่างนี้ รอนก็มีนัดกับห้องนั่งเล่นของกริฟฟินดอร์ ตักของเฮอร์ไมโอนี่ แล้วก็หนังสือวิชาแปลงร่าง

 

###

 

“พาร์กินสันต้องเลิกแตะเนื้อต้องตัวมัลฟอยได้แล้ว”

 

รอนต้องอดใจไม่ให้เอาหัวกระแทกกับจานข้าวข้างหน้า เพราะจานนั้นมีขนมปังดีๆอยู่บนนั้น แล้วก็หลังจากกิจกรรมระหว่างเขากับเฮอร์ไมโอนี่เมื่อคืนเขาต้องการพลังงานเป็นพิเศษ

 

“เธอต้องหยุดเดี๋ยวนี้เลย” แฮร์รี่ส่งเสียงขู่ฟ่อ

“เธออาจจะไม่รู้ว่าเขามีแฟนแล้ว แต่ยืนยันได้เลยว่าเขามีแล้วแน่นอน นายคิดว่าทำไมหมอนั้นถึงปล่อยให้เธอทำแบบนั้นหา?!” แฮร์รี่หันมามองรอนพร้อมกับสีหน้าที่คาดหวังว่ารอนจะต้องตอบคำถามนี้ให้ได้ แทนที่จะแค่ฟังแล้วพยักหน้าตามปกติ

 

รอนกรอกตา “ถามจริงสิ เพราะเจ้าเบื้อกนั้นอยากให้นายหึงไงล่ะ”

 

แฮร์รี่อ้าปากค้าง แล้วหันขวับไปมองที่โต๊ะสลิธีริน คราวนี้มองทั้งมัลฟอยและพาร์กินสินอย่างโกรธๆ เขารอให้แฮร์รี่ทำสิ่งที่เขาคิดว่าแฮร์รี่จะต้องทำแน่ๆ แต่เมื่อมันไม่เกิดขึ้นซะที รอนก็เปิดปากถาม

“เอ่อ ทำไมนายไม่ไปที่โต๊ะนั้นแล้วหยุดเธอซะหล่ะ” เขาไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนเขาจะเป็นพวกที่ไม่สนใจเพราะมัลฟอยพยายามทำให้เขาหึง บางทีถ้าเป็นเฮอร์ไมโอนี่หล่อนคงทำแบบนั้น แต่ไม่ใช่แฮร์รี่แน่นอน

 

“เพราะเขาต้องการเก็บเรื่องเราไว้เป็นความลับน่ะสิ” แฮร์รี่พูดงึมงำ

“เขาบอกว่ามันเป็นวิถีของสลิธีริน”

 

รอนไม่อยากเชื่อว่าเขาต้องพูดอะไรที่มันชัดแจ้งขนาดนี้อยู่แล้ว แต่เมื่อสองนาทีผ่านไปแล้วแฮร์รี่ไม่ทำอะไรนอกจากมองโต๊ะสลิธีรินตาเขียว รอนก็หมดความอดทน

“แต่นาย” รอนจิ้มไปที่อกเพื่อนสนิท

“เป็นกริฟฟินดอร์นะเว้ย”

 

มันเยี่ยมมากที่ในที่สุดเขาก็เห็นแววตาเต็มไปด้วยไฟของแฮร์รี่อีกครั้ง และได้เห็นเขายืนขึ้นก่อนจะก้าวอาดๆไปที่โต๊ะสลิธีริน และรอนก็ก้มหน้าลงทันพอดีก่อนที่จะเห็นแฮร์รี่ดึงตัวมัลฟอยขึ้นก่อนจะจูบอย่างดูดดื่ม

ถึงเป็นเพื่อนมันก็มีบางเรื่องที่เขาไม่อยากเห็นนะ

 

ตอนนี้ดูเหมือนอะไรๆจะกลับเข้าที่เข้าทางอีกครั้ง ซึ่งหมายความว่ารอนมีอีกนัดกับเฮอร์ไมโอนี่ คราวนี้ในห้องสมุด เพื่อกล่อมให้เธอหยุดอ่านหนังสือในชั่วโมงว่าง

 

นี้แหละฉัน รอน วีสลีย์ ผู้ปิดทองหลังพระ

 

The End

 

Note: จบแล้วค่ะ ตลกอีกแล้ว โอ๊ยเราเป็นคนที่พ่ายแพ้กับฟิคปีแปด แล้วก็แฮร์รี่แบบซื่อๆ อ่านไปแล้วก็แบบอีบ้า หนูเดรอ่อยซะขนาดนี้ ทำไมคะทำไม ส่วนเดรควรไปเปิดโรงเรียนสอนอ่อยได้แล้วนะคะ ตอนนี้กำลังเขียนฟิค H/D อยู่ แต่ก็แปลเป็นระยะ คือพยายามไปอ่านคู่อื่นนะ แต่มันไม่ได้อ้ะ ตอนนี้อารมณ์บ้า H/D มันแรงมาก (ใครมาใส่มนตร์ฉันเนี้ย) วิธีแก้เดียวคือปล่อยให้มันผ่านไป บล๊อกนี้ก็เลยเหมือนบล๊อกของ H/D เข้าไปทุกวันๆ >< 

เอาล่ะแปะ google doc ไว้เหมือนเดิมนะคะ คิดว่าเราตั้งเป็น view only นะ  

https://docs.google.com/document/d/1aftk2Eizk7FkovYvQJz_dTV8tzRskyg-dnwWG2pujsI/edit?usp=sharing

edit @ 3 Dec 2015 17:13:56 by translator

edit @ 3 Dec 2015 17:47:24 by translator

ฟิคแปล High Priced (Harry/Draco)

posted on 26 Oct 2015 16:51 by translatefiction in TranslatedFictions directory Fiction

High Priced by Cheryl Dyson

https://www.fanfiction.net/s/3997979/1/High-Priced

 

เรื่องย่อ: แฮร์รี่เพิ่งรู้ว่าตัวเองมีสายเลือดวีล่า (นี้เขายังซวยไม่พอรึไง) แถมเขายังต้องหาคู่ชีวิตของตัวเองให้เจอแล้วต้องสัมผัสคู่ตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นเขาจะต้องตาย … ถ้าแค่นั้นยังไม่แย่พอ คนที่ดันเป็นคู่ของเขาคือเดรโก มัลฟอย   




“อาจารย์ต้องล้อผมเล่นแน่ๆ” แฮร์รี่ตะโกนเสียงดังอย่างไม่พอใจ ร่างสูงนั่งในห้องของอาจารย์ใหญ่มักกอนนากัลแต่หญิงสาวเจ้าของห้องกลับไม่อยู่ เจ้าตัวรีบหลบหน้าออกไปก่อนเหมือนจะรู้ว่าแฮร์รี่กำลังจะต้องเจอกับอะไร ต้องขอบคุณที่อย่างน้อยภาพเขียนของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ยืนยันที่จะให้เขานั่งลงก่อนบอกข่าวร้ายที่ทำให้ชีวิตที่ยุ่งยากของเขายิ่งเหมือนตกนรกทั้งเป็นขึ้นไปอีก

 

ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์หัวเราะร่าเมื่อเห็นท่าทางของแฮร์รี่ ทำให้ชายหนุ่มได้แต่คิดในใจว่าบางทีการเผารูปเขียนดัมเบิลดอร์อาจจะไม่ใช่ความคิดที่แย่นัก ไม่มีดัมเบิลดอร์ ไม่มีข่าวร้าย

 

“ฉันกลัวว่าจะไม่ใช่เช่นนั้นน่ะสิแฮร์รี่”

 

ชายหนุ่มกำหมัดแน่น บอกให้ตัวเองสงบใจ

 

“อาจารย์จะบอกว่าเหตุผลที่ช่วงนี้ผมไม่ค่อยสบาย กินไม่ได้ นอนไม่หลับ แล้วเรื่องปัญหาสุขภาพต่างๆนาๆที่เกิดขึ้นกับผมตอนนี้เป็นเพราะว่า...ผมเป็นลูกผสมวีล่า”

 

ภาพเขียนพยักหน้าน้อยๆ “มาจากทางตระกูลของพ่อเธอน่ะแฮร์รี่”

 

“พ่อผมเป็นวีล่าเหรอ” แฮร์รี่ถามอย่างตกใจ

 

ลูกผสมวีล่า ต่างหาก” ดัมเบิลดอร์รีบแก้ความเข้าใจผิดของแฮร์รี่

 

“แล้วไม่มีใครคิดจะบอกอะไรผมก่อนหน้านี้เลยรึไง” แฮร์รี่คงน้ำเสียงเรียบๆเอาไว้ได้ เขาพยายามอย่างมากที่จะไม่ตะโกนแต่ไอ้บทสนทนานี้ทำให้เขาสงบใจยากเต็มที

 

“บางครั้งสายเลือดวีล่าก็ไม่แสดงผลออกมา แล้วพวกเราก็หวังว่า…”

 

แฮร์รี่เลิกพยายามทำหน้าสงบแล้วเปลี่ยนใจเอาหัวกระแทกโต๊ะตรงหน้าแรงๆ บางทีถ้าเขากระแทกหัวตัวเองแรงพอเขาอาจจะฆ่าไอ้สายเลือดวีล่าบ้าบอในตัวเขาได้

 

“อาจารย์หวังเหรอฮะ”

 

ดัมเบิลดอร์ยิ้มกริ่มเหมือนเคย แฮร์รี่ชักจะเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมสเนปไม่ลังเลสักนิดตอนที่อยู่บนหอคอยนั้น

 

“แล้วจะมีเรื่องอะไรให้ผมประหลาดใจอีกไหมฮะในอนาคต” แฮร์รี่ถามอย่างโกรธๆ

 

ภาพเขียนส่ายหน้า

 

“ไม่มีคำทำนาย ไม่มีอะไรที่จะให้ผมตายก่อนอายุ 25 ไม่มีพ่อมดชั่วร้ายที่อยากจะฆ่าผมหรือพันธุกรรมผิดปกติอย่างเช่นสายเลือดวีล่าใช่ไหมฮะ” แฮร์รี่อดไม่ได้ที่จะเหน็บแนมอดีตอาจารย์ใหญ่

 

“ไม่มีแล้วแฮร์รี่” ดัมเบิลดอร์พูดพร้อมหัวเราะลงคอ ส่วนแฮร์รี่ได้แต่จ้องภาพเขียนเขม็ง เขารู้ว่าศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ไม่ได้น่าเชื่อถือนักเกี่ยวกับการให้ข้อมูลสำคัญๆต่อชีวิตแฮร์รี่ แต่อย่างน้อยเขาก็คิดว่าไอ้เรื่องการปกปิดหมกเม็ดข้อมูลต่างๆนาๆจะไม่มีอีกแล้วหลังดัมเบิลดอร์ตาย แต่เขาหลอกตัวเองอยู่แหงๆ แค่ความตายน่ะไม่สามารถเปลี่ยนอาจารย์ได้เด็ดขาด เขาคงเสียเวลาเปล่าที่จะให้ดัมเบิลดอร์จะบอกความจริงทั้งหมดให้เขารู้โดยไม่เก็บงำอะไรไว้

 

“ก็ได้ฮะ อย่างน้อยๆขอแค่ให้ผมได้รู้ไอ้เรื่องเลวร้ายล่าสุดนี้ให้หมดก็พอ” แฮร์รี่ยอมแพ้

 

“มันไม่ใช่อะไรเลวร้ายอย่างนั้นหรอกนะแฮร์รี่ เธอเป็นแค่ลูกผสมแถมยังเป็นเพศชายอีก ผลกระทบน่ะน้อยมาก”

 

น้อยมากเหรอฮะ ผมไม่คิดว่าคำว่าน้อยมากของผมกับของอาจารย์จะหมายถึงสิ่งเดียวกันแน่ๆ อย่างน้อยผมคงไม่มีจงอยปากแล้วก็ปีกหรอกใช่ไหมฮะ”

 

“ไม่ ไม่ แฮร์รี่ ไม่มีปีกเด็ดขาด ผลกระทบต่อร่างกายเธออย่างมากก็เป็นแค่เกี่ยวกับฮอร์โมนเท่านั้น”

 

เกี่ยวกับฮอร์โมนเหรอ ฟังแล้วไม่รู้สึกดีสักนิดเลย”

 

“ไม่ต้องกลัวไปแฮร์รี่ ร่างกายเธอแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยสักนิด …. ตราบใดที่เธอหาคู่ชีวิตของเธอเจอนะ”

 

ทันทีที่ดัมเบิลดอร์พูดจบทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ แฮร์รี่พยายามทำเหมือนเขาไม่ได้ยินประโยคสุดท้ายที่ออกมาจากปากดัมเบิลดอร์ และในเมื่อดัมเบิลดอร์...ผู้ซึ่งเป็นภาพเขียน...สามารถรอได้ชั่วชีวิต ส่วนแฮร์รี่นั้น… ความอดทนเป็นศูนย์

 

“อะไรนะฮะ”

 

“คู่ชีวิตของเธอไง บางทีคำว่าคู่ชีวิตอาจจะฟังดูเป็นคำเก่าแก่ไปหน่อย ในอดีตวีล่าจำเป็นต้องมีคู่เพียงคนเดียวตลอดชีวิตและมีพิธีการพันธสัญญาที่จะผูกพันคนรักเอาไว้ตลอดกาล แต่พอยุคสมัยมันเปลี่ยนอะไรๆก็ไม่ได้คร่ำเคร่งเหมือนเดิม แล้วเธอที่เป็นแค่ลูกผสมก็ไม่จำเป็นต้องทำตามพิธีการดั้งเดิมของวีล่า”

 

แฮร์รี่ปล่อยให้ดัมเบิลดอร์พูดต่อโดยไม่ขัดแม้ว่าเขาจะกลัวสิ่งที่ดัมเบิลดอร์จะบอกเขาแค่ไหนก็ตาม

 

“สิ่งที่เธอต้องทำเพียงอย่างเดียวก็คือ...การสัมผัส”

 

“ผมต้องสัมผัส” แฮร์รี่ย้อนคำพูดดัมเบิลดอร์ เขารู้สึกเหมือนคนโง่ที่พูดตามดัมเบิลดอร์แบบนี้ แต่เขาก็อดไม่ได้

 

“ใช่แล้วแฮร์รี่ แค่การจัมมือกัน กอดทักทาย หรือบางทีจูบเบาๆ คิดๆดูแล้วคงไม่มีอะไรเบาๆกับคนที่มีสายเลือดวีล่า เอาล่าฉันพูดนอกเรื่องมาเยอะแล้ว เอาเป็นว่าสาระก็คือทันทีที่เธอหาคู่ชีวิตของเธอเจอ เธอต้องสัมผัสคนคนนั้นบ่อยเท่าที่จะทำได้”

 

“แล้วถ้าผมไม่ทำแบบนั้นล่ะฮะ” แฮร์รี่ถามเสียงเครียด รอให้อีกคนส่งข่าวร้าย ภาพเขียนตรงหน้าเขาเงียบไปนานก่อนจะเปิดปากพูดอีกครั้ง

 

“ถ้าเธอไม่ทำเธอก็อาจจะป่วยจนตายได้ แต่ฉันแน่ใจว่านั้นไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน แฮร์รี่เธอยังหนุ่มแน่น แข็งแกร่ง กำยำแบบนี้ ฉันจะไม่แปลกใจเลยสักนิดถ้าคู่ของเธอจะเลือกที่จะสมสู่เพื่อผูกพันพันธสัญญา”

 

สมสู่” แฮร์รี่ถามอย่างตกใจ

 

“โอ๊ะ โอ กี่โมงแล้วเนี้ย ตายละฉันสัญญากับฟินิแอส ไนเจลลัสเอาไว้ว่าฉันจะไปดื่มชากับเขาที่ห้องโถงของเหล่าพ่อมดที่โด่งดัง ค่อยคุยกันทีหลังนะแฮร์รี่” ทันทีที่พูดจบดัมเบิลดอร์ก็รีบวิ่งออกไปจากภาพเขียนทิ้งแฮร์รี่ที่ตอนนี้กำลังโกรธควันออกหูแบบวีล่าที่โดนแหย่

 

“เยี่ยมสุดๆที่ผมแค่ต้องหาแล้วสัมผัสคู่ชีวิตของผมไม่อย่างนั้นก็ต้องตาย ดีจริงๆที่อาจารย์เล่นหนีไปก่อนที่บอกว่าผมต้องหาคู่ชีวิตที่ว่านั้นยังไง ชีวิตผมที่สุดยอดจริงๆ” แฮร์รี่ตะโกนลั่น กวาดตามองรอบๆ ดูเหมือนว่าภาพเขียนของอดีตอาจารย์ใหญ่ทุกคนจะว่างเปล่ากันหมด

 

แฮร์รี่ถอนหายใจลุกขึ้น แล้วไปหาคนคนเดียวที่จะไม่หนีเขาไป ...เฮอร์ไมโอนี่

 

###

 

หลายเดือนถัดมาแฮร์รี่เริ่มกลัวขึ้นเรื่อยๆ งานของเขาเริ่มมีปัญหาเพราะเขาไม่ได้กินไม่ได้นอนหรือแม้แต่คิด เขาเกือบจะถูกฆ่าในงานล่าสุดที่ได้รับมอบหมายทำให้คิงส์ลีย์ต้องบังคับให้เขาทำงานในออฟฟิตแทนที่จะออกภาคสนาม แถมแฮร์รี่ยังต้องบอกเจ้านายเกี่ยวกับปัญหาวีล่าเล็กๆของเขา

ท่านรัฐมนตรีเข้าอกเข้าใจแถมยังช่วยเหลือแฮร์รี่เป็นอย่างดี...หรืออาจจะดีมากไปหน่อย คิงส์ลีย์กับเฮอร์ไมโอนี่เจ้ากี้เจ้าการพยายามช่วยแฮร์รี่หาคู่ชีวิตโดยจัดให้แฮร์รี่สัมผัสแม่มด (และพ่อมด!) ทุกคนในประเทศ นี้เป็นความคิดของเฮอร์ไมโอนี่ผู้ซึ่งใช้สมองอันชาญฉลาดสรุปจากหนังสือหลายเล่มหนาเตอะที่เธออ่านทันทีที่รู้เรื่องจากแฮร์รี่ว่าคู่ชีวิตของแฮร์รี่อาจจะไม่ใช่ผู้หญิง ซึ่งนั้นไม่ตลกเลยสักนิด แต่เขาก็ต้องยอมเลยตามเลยจับมือเจ้าหน้าที่กระทรวงเวทมนตร์ทุกคนในวันที่คิงส์ลีย์ตั้งว่าเป็น “วันแรกพบ”

 

วันแรกพบ ล้มเหลวไม่เป็นท่า แฮร์รี่ยังคงไร้คู่ มีแค่มือที่ถูกบีบจนช้ำไปหมด และแถมด้วยอาการอยากจะสาดคาถาแรงๆล้างมือให้สะอาดเอี่ยม บอกให้รู้เลยว่าพวกผู้ปิดปากเงียบบางคนน่ะทำให้เขาขนลุกซู่

 

แต่ทั้งเฮอร์ไมโอนี่และคิงส์ลีย์ก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ทั้งคู่ยังหาเรื่องจัดงานแล้วจัดงานเล่า หาเรื่องให้แฮร์รี่ต้องจับมือหรือจูบทักทายกับทุกคนในงานเหล่านั้น ...โดยที่สุดท้ายผลก็เหมือนเดิม ไม่ว่าเขาจะสัมผัสตัวกับใครเขาก็ไม่ได้รู้สึกแตกต่างอะไรออกไปเลย แฮร์รี่ได้แต่แอบหวังว่าคู่ชีวิตจะเป็นหนึ่งในคนที่เขารู้จัก แต่ไม่ว่าพวกวีสวีย์ หรือเฮอร์ไมโอนี่ หรือว่าเด็กบ้านกริฟฟินดอร์ร่วมรุ่นก็ไม่ใช่ทั้งนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะอาการที่แย่ลงทุกวันๆแฮร์รี่ต้องคิดว่าเรื่องคู่ชีวิตอะไรนั้นเป็นเรื่องหลอกเด็กเท่านั้น

 

งานสังสรรค์ล่าสุดทำให้แฮร์รี่เหนื่อยแทบตาย เขายืนพิงกำแพงขยี้ตาพลางมองหาเฮอร์ไมโอนี่ เขาคลาดกับเธอเพียงแป๊บเดียว แต่แฮร์รี่แน่ใจว่าอีกไม่กี่อึดใจเพื่อนสนิทสาวของเขาจะต้องโผล่มาลากเขาไปพบกับคนในงานพร้อมจับมืออย่างไร้จุดหมายเหมือนเคย เขาทั้งง่วงทั้งเหนื่อยแต่ไม่ว่าพยายามแค่ไหนเขาก็นอนไม่หลับ ทุกครั้งที่หัวถึงหมอนเขาจะต้องสะดุ้งตื่นทุกสามสิบนาทีพร้อมความรู้สึกตื่นกลัวและสมองกรีดร้องบอกเขาว่าเขาต้องตามหาบางสิ่ง… หรือใครบางคน

 

ทันทีที่แฮร์รี่เห็นผมหยิกสีน้ำตาลเดินตรงเข้ามาหาเขาก็รีบวิ่งหลบออกไปที่ห้องน้ำ เขาแค่อยากจะมีเวลาสงบๆสักครู่ก่อนจะต้องกลับไปที่งานบ้าๆนั้น และเพราะเขาเอาแต่คิดว่าจะหลบหญิงสาวให้เร็วที่สุดเขาก็ไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งรอบตัวจนทำให้เขาวิ่งชนใครบางคนที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี

 

แฮร์รี่รีบยื่นมือออกไปประคองร่างบางที่เขาเดินชน และทันทีที่มือสัมผัสคอของอีกคนกระแสไฟฟ้าก็ไหลผ่านร่างแฮร์รี่ จากมือตรงเข้าไปที่สมองของเขา ทำให้ตาเขาพร่าและในหูเหมือนมีเสียงระฆังดังก้อง เขารู้สึกเหมือนเขาค้นพบชิ้นส่วนที่หายไป เขารีบดึงอีกคนเข้าใกล้โดยสัญชาติญาณ

 

ความคิดในหัวแฮร์รี่ตีกันยุ่งเหยิง ในที่สุดก็เจอ… ชายคนนั้นเหรอ โอเค ชายก็ชาย ชายก็ไม่เป็นไร ชายยิ่งดีสิ และจะดีที่สุดถ้าสามารถสัมผัส ...และสัมผัส ...และสัมผัส...

 

ชายตรงหน้าสบถเบาๆ พยายามดิ้นรนออกไปจากอ้อมแขนของแฮร์รี่ แต่มีหรือที่แฮร์รี่จะยอมแพ้ง่ายๆ เขาดันคนตรงหน้าติดกับกำแพงพลางถูแก้มเข้ากับแก้มเนียนๆของอีกคน ...พระเจ้า นี้มันรู้สึกดีชะมัด แถมคนตรงหน้ายังตัวหอมกรุ่น ทำให้แฮร์รี่อดสงสัยไม่ได้ว่านอกจากผิวเนียนๆ ตัวหอมๆ แล้วอีกคนจะรสชาติดีด้วยรึเปล่า คิดแล้วแฮร์รี่ก็ก้มหน้าซุกกับลำคอเนียนก่อนจะแลบลิ้นออกมาแตะเบาๆ

 

การกระทำของเขาดูเหมือนจะทำให้อีกคนตกใจ แล้วผลักแฮร์รี่ออกมาอย่างแรง เขารู้สึกเหมือนทั้งร่างถูกฉีกเป็นชิ้นๆเมื่อร่างเขากระทบกำแพงฝั่งตรงข้าม ชายสองคนมองหน้ากันอย่างตกใจ

 

“พอตเตอร์ นายทำบ้าอะไรของนายหา! นี้นายเมารึไง”

 

“มัลฟอย” แฮร์รี่รู้สึกสับสนไปหมด ส่วนหนึ่งของเขารู้สึกอยากจะเสกคาถาใส่คู่อริให้กลายเป็นเถ้าอากาศ อีกส่วนกลับอยากจะบดขยี้ริมฝีปากสีชมพูน่าเย้ายวนที่ยังคงขยับไม่หยุด

“มัลฟอย นี้ต้องเป็นเรื่องตลกร้ายที่สุดในจักรวาลแน่ๆ”

 

มัลฟอยยืดตัวตรงมองหน้าแฮร์รี่อย่างเจ้ายศเจ้าอย่าง “ตลกร้ายเหรอ แน่นอนพอตเตอร์เตรียมตัวได้ยินเรื่องตลกจากทนายของฉันได้เลย” พูดจบเจ้าตัวก็หายตัวไปทันที ทิ้งให้แฮร์รี่ได้แต่ยิ้มเหมือนคนบ้า … ในที่สุดเขาก็เจอ...คู่ชีวิตของเขา แล้วคราวนี้เขาจะนอนหลับไปซะที แฮร์รี่คิดแล้วก็ทิ้งตัวลงบนพื้น ก่อนจะหลับไปครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์

 

###

 

แฮร์รี่ตื่นขึ้นมาในแฟลตของตัวเองพร้อมเฮอร์ไมโอนี่ที่เดินรอบๆห้องอย่างเป็นห่วง

 

“โอ๊ย แฮร์รี่ขอบคุณพระเจ้า พวกเรากลัวแทบตายว่านายจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย”

 

แฮร์รี่บิดขี้เกียจ “ฉันหิวสุดๆ”

 

เฮอร์ไมโอนี่กัดริมฝีปาก อาการที่แฮร์รี่รู้ว่าหญิงสาวมีอะไรอยากจะพูดแต่กำลังสะกดกลั้นเอาไว้ หญิงสาวรีบวิ่งออกจากห้องนอนแล้วกลับมาพร้อมกับถาดอาหารถาดใหญ่ แฮร์รี่ดื่มน้ำสามแก้ว บัตเตอร์เบียร์สองขวด ก่อนจะฉีกกินไก่ไปครึ่งตัว พายเนื้อวัวสองชิ้น แล้วชีสอีกหนึ่งในสี่ก้อน

 

“ดีขึ้นไหม” หล่อนถามเมื่อแฮร์รี่เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง

 

“แน่นอน ฉันรู้สึกดีเยี่ยม ดีแบบที่ไม่เคยรู้สึกเป็นชาติๆ”

 

“แต่.. ทำไม.. นี้นายหา…”

 

ความรู้สึกปรีดาค่อยๆทยอยหายไปเมื่อคิดถึงคำตอบนั้น

 

“ใช่ ฉันเจอแล้วไอ้คู่ชีวิตเฮงซวยอะไรนั้น แล้วแน่นอนว่าจะต้องเป็นคนที่แย่ที่สุดอย่าง…”

 

“อย่างเดรโก มัลฟอยใช่ไหม” หญิงสาวถามขัดขึ้น

 

แฮร์รี่เงียบรอให้เพื่อนสนิทอธิบายเพิ่มว่าเธอรู้ได้ยังไง เฮอร์ไมโอนี่ม้วนผมไปรอบๆมืออย่างประหม่า

 

“ตกลงเธอรู้แล้วเหรอ”

 

“มัลฟอย… หมอนั้นฟ้องกระทรวงบอกว่าเธอจู่โจมเขา อ้างข้อกฎหมายอะไรแปลกๆเต็มไปหมด อย่างโจมตี ทำร้าย จับกุมโดยไม่สำควร แสดงความรักต่อเพศเดียวกันในที่สาธารณะ แตะต้องตัวคนตระกูลมัลฟอยโดยไม่บังควร พวกเราไม่ค่อยแน่ใจว่าไอ้สองข้อสุดท้ายนี้เป็นกฎหมายจริงๆ แต่ระหว่างที่นายหมดสติไปสองวัน ฉันก็ให้ทีมงานค้นข้อมูล นั้นเป็นกฎหมายจริงๆแม้จะเก่าแก่ไปหน่อยก็เถอะ”

 

“สองวันเลยเหรอ”

 

“อืมใช่ สรุปว่านาย...เอ่อ... สัมผัส”

 

“ใช่ฉันแตะตัวมัลฟอย เดินชนกับหมอนั้นเข้า บอกเลยว่าโชคดีสุดๆที่ไปเดินชนแบบนั้นเพราะให้ตายฉันก็ไม่มีทางจะเต็มใจจับมือกับมัลฟอยยกเว้นจะจับด้วยกำปั้น”

 

“แสดงว่าที่มัลฟอยฟ้องร้องก็เป็นความจริงน่ะสิ”

 

“จ่ายเขาไป” แฮร์รี่พูดเหนื่อยๆ

 

“แต่ว่าถ้าพวกเราเอาเรื่องนี้ไปให้ศาล บอกว่านายอยู่ในสถานการณ์ที่นายควบคุมไม่ได้…”

 

“จ่ายเขาไปเถอะ” แฮร์รี่พูดซ้ำอีกครั้งแล้วก้าวลงจากเตียง เขามีงานกองเป็นภูเขาที่ต้องจัดการยิ่งเมื่อร่างกายกลับมาสภาพดีเยี่ยมแบบนี้

“ไม่ว่าหมอนั้นอยากได้อะไรก็จ่ายเขาไปเถอะ ฉันไม่อยากมีเรื่องกับมัลฟอยมากไปกว่านี้”

 

เฮอร์ไมโอนี่ทำหน้างอ แต่แฮร์รี่ก็ไม่สนใจ ตอนนี้เขารู้สึกดีที่ตัวเองกลับมามีกำลังวังชาอีกครั้งจากการสัมผัสเพียงเล็กน้อยแล้วก็การนอนสองวันเต็มๆ

 

“แล้วนายจะทำยังไงต่อไป”

 

“เอาไว้คิดวันหลัง อย่างน้อยตอนนี้ฉันก็รู้ว่าเป็นหมอนั้นแล้วแค่แตะๆก็พอแล้ว ฉันคงหลอกให้หมอนั้นชกฉันหรืออะไรแบบนั้น แค่นั้นก็น่าจะพอแล้ว”

 

“จะบ้าเหรอแฮร์รี่ ทำไมนายถึงไม่คิดจะอธิบายให้มัลฟอยเข้าใจล่ะ หมอนั้นไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำไม่เห็นอกเห็นใจใครขนาดนั้นซักหน่อย”  

 

แฮร์รี่หันมาจูบแก้มลาเพื่อนสาวแล้วทำเป็นไม่สนใจแววตาเป็นห่วงของหล่อน ในหัวเขามีเพียงความคิดเดียวนั้นคือ ความรู้สึกดีจากการสัมผัสมัลฟอยนี้มันจะอยู่ได้นานแค่ไหนกัน

 

###

 

น้อยกว่าสองสัปดาห์ ในที่สุดอาการนอนไม่หลับก็กลับมาเหมือนเคย แต่คราวนี้แทนที่จะสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย เขากลับฝันอย่างอื่นแทน จิตใต้สำนึกของเขาเหมือนจะดึงทุกความทรงจำที่เขามีเกี่ยวกับมัลฟอยขึ้นมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นมัลฟอยบนไม้กวาด มัลฟอยในชุดกีฬาควิชดิช มัลฟอยแสยะยิ้มใส่เขาขณะยกไม้กายสิทธิ์ขึ้น มัลฟอยที่กอดเขาเอาไว้แน่นขณะที่หนีออกมาจากห้องต้องประสงค์

 

ร่างสูงกระแทกฝ่ามือเข้ากับผนังกระเบื้องในห้องน้ำ ทุกความทรงจำของเขาที่มีต่อมัลฟอยบิดเบี้ยวไม่เหมือนที่เขาจำได้เลยสักนิด มัลฟอยบนไม้กวาดกลับดูงดงาม ผมสีบลอนด์ปลิวสไว แก้มใสเป็นสีแดงเรื่อ ตาเป็นประกาย มัลฟอยในชุดกีฬาควิชดิช --- พระเจ้าทรงโปรด ทุกอย่างมันผิดไปหมด และสิ่งที่ผิดที่สุดคือความรู้สึกของแฮร์รี่ที่อยากจะเข้าไปกระชากฉีกทึ้งชุดหนังที่รัดรึงร่างกายนั้นออก ---  ให้ตายเถอะเขาต้องไม่คิดเรื่องแบบนั้น … ไม่ ...ไม่ ...ไม่

 

แต่ดูเหมือนร่างกายของเขาจะทรยศต่อความต้องการของแฮร์รี่ ส่วนแก่นกายของเขาผงาดขึ้นเมื่อนึกถึงมัลฟอย ส่วนแฮร์รี่นะหรือเขาทำได้แค่เพียงปลดปล่อยความต้องการของตัวอย่างหงุดหงิดเพราะทุกครั้งที่พยายามนึกถึงร่างกายโค้งเว้าของหญิงสาวร่างมันกลับเปลี่ยนกลายเป็นชายในผมสีบลอนด์เงินตาเป็นประกายสีเทาวิบวับทุกครั้งไป

 

“  ‘โอ๊ะแฮร์รี่ฉันลืมบอกไปนอกจากว่าเธอต้องหาคู่ชีวิตของเธอแล้วสัมผัสเขาแล้ว เธอยังอาจจะมีอาการที่อยากจะลากคู่ของเธอขึ้นเตียงแล้วกลืนกินเขา ไม่ว่าเธอจะคิดว่าคนคนนั้นน่ารังเกียจแค่ไหนก็ตาม’ ดัมเบิลดอร์ไม่เคยคิดจะบอกเรื่องนี้เลยสักนิดเลยใช่ไหมเนี้ย” แฮร์รี่พูดกับตัวอย่างหงุดหงิด แล้วปิดฝักบัวก่อนจะเดินปึงปังพร้อมสาปส่งสายเลือดวีล่าไม่มีชิ้นดี

 

###

 

เฮอร์ไมโอนี่เอาแต่ถามเขาไม่หยุดเกี่ยวกับ เรื่องระหว่างเขากับมัลฟอย แต่แฮร์รี่ก็ไม่มีคำตอบให้เธอ เขาคิดว่าเขาจะไปหาเจ้าบ้านั้นหรือบางทีอาจจะแค่เขียนจดหมายหรือทำอะไรสักอย่างแต่สุดท้ายเขาก็ลังเลจนไม่ได้ทำอะไรสักที

 

คิงส์ลีย์นั้นปล่อยให้เขาอยู่ตามลำพังแล้วตั้งแต่ผลงานของแฮร์รี่กลับมาดีเหมือนเดิม เขาจัดการคลี่คลายสามเคสได้ภายในสัปดาห์เดียว แถมยังรู้สึกดีสุดๆและคงเป็นอย่างนั้นต่อไปจนไอ้อาการข้างเคียงบ้าๆนั้นกลับมาสำแดงฤทธิ์ เขารู้ว่าทันทีที่ออกอาการเฮอร์ไมโอนี่ต้องมาล่าเอาคำตอบจากเขาแน่นอน ดังนั้นในวันหยุดแฮร์รี่ก็เลยไปซื้อของจากตรอกไดแอกอนมาตุน ทั้งยาวิเศษ น้ำยาขัดไม้กวาด หนังสือที่เขาตั้งใจจะอ่าน รวมถึงเสื้อคลุมสองสามตัวด้วย

 

หลังจากที่ส่งของทั้งหมดกลับบ้านแฮร์รี่ก็ตัดสินใจจะแวะเข้าไปในธนาคารกริงกอตส์เพื่อจะถอนเงินเผื่อสำหรับวันที่เขาต้องแอบหนีไปไหน แฮร์รี่เดินขึ้นบันไดเข้าไปในธนาคารโอ่โถงแล้วก็ต้องหยุดทันทีเมื่อเห็นใครบางคน… ร่างในชุดสีดำยืนหันหลังอยู่ไม่ห่างจากเขากำลังคุยกับกอบลิน ทุกอย่างในหัวแฮร์รี่ว่างเปล่า เขาไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าเขาเดินเข้าไปประชิดตัวร่างบางตั้งแต่เมื่อไหร่ และมือของเขาก็โอบรอบเอวของอีกคน แค่ได้แนบชิดเช่นนี้ก็ทำให้แฮร์รี่รู้สึกหัวหมุนเหมือนกำลังเมายา

 

“มากับฉันสักแป๊บนะมัลฟอย” แฮร์รี่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มแบบที่ไม่ใช่ตัวเขาเลย เขาประคองร่างบางผ่านประตูหน้า พร้อมกับประหลาดใจเล็กๆที่อีกคนไม่ได้มีท่าทีอิดออดกลับตามเขามาง่ายๆ ทันทีที่ขาเขาก้าวผ่านกำแพงเวทมนตร์ป้องกันแฮร์รี่ก็หายตัวตรงเข้าไปในแฟลตของเขาทันที และเมื่อหยุดนิ่งเขาก็ไม่ได้ปล่อยมือจากร่างข้างตัวแต่แค่ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อมายืนตรงหน้ามัลฟอยที่กำลังมองเขาด้วยสายตาเลื่อนลอย

 

แฮร์รี่สูดหายใจลึกเอากลิ่นของมัลฟอยก่อนจะดันอีกคนจนหลังชนประตูแล้วประกบริมฝีปากของเขาเข้ากับอีกคนโดยไม่รอช้า กระแสไฟฟ้าที่เขาเคยรู้สึกครั้งแรกที่สัมผัสมัลฟอยหวนกลับมาอีกครั้งแต่คราวนี้กลับรุนแรงขึ้นเป็นร้อยเท่า

 

นี้คือสวรรค์บนดินชัดๆ แฮร์รี่คิดในใจมือไขว่คว้าลำคอเนียน นิ้วโป้งไล้ตามสันกราม ขณะที่ริมฝีปากตักตวงความหอมหวานจากอีกคน ลิ้นพยายามดันให้ริมฝีปากอีกคนเปิดออกให้เขาสัมผัสความร้อนข้างใน พร้อมกับครางเมื่ออีกคนไม่ยอมง่ายๆ

 

ปฏิกริยาตอบรับของมัลฟอยไม่ใช่อย่างที่เขาตั้งใจเลย มือเรียวดึงผมเขาบังคับให้เขาต้องผละออกจากริมฝีปากของเจ้าตัว แฮร์รี่ต้องรีบถอยหลังกลัวว่าหนังหัวของจะหลุดติดมืออีกคนออกมาซะก่อนหากเขาไม่ยอมหยุด ก่อนที่กำปั้นลุ่นๆจะพุ่งเข้าที่ท้องของเขาอย่างจัง ทำให้มือปราบมารหนุ่มต้องกุมท้องอย่างเจ็บปวด

 

แฮร์รี่รีบถอยออก พร้อมกับหายใจหอบ

 

“ฉันไม่เล่นตลกกับนายแล้วนะพอตเตอร์ แล้วทนายฉันจะติดต่อนายอีกครั้ง คราวนี้ฉันหวังว่านายจะได้เรียนรู้ซะที”

 

ทันทีที่พูดจบร่างบางก็หายตัววับไปจากแฟลตของแฮร์รี่ ทิ้งให้เจ้าของห้องเดินคู้ตัวไปนอนบนโซฟา นอกจากส่วนที่โดนประทุษร้ายแล้วเขารู้สึกดีชะมัด จะมีก็แต่ความรู้สึกตกใจที่เขากล้าทำแบบนั้นกับมัลฟอยในที่สาธารณะกลางวันแสกๆ …เรื่องทั้งหมดนี้มันชักจะยุ่งยากขึ้นทุกที

 

###

 

และแฮร์รี่รู้ว่ามันยุ่งยากขนาดไหนก็เมื่อเฮอร์ไมโอนี่ใช้เครือข่ายฟลูเข้ามาในห้องของเขาก่อนที่เขาจะได้กินชาตอนเช้าเสียอีก เขามองเพื่อนสนิทแล้วรีบหยิบแก้วชาใบที่สองออกมาอย่างรวดเร็ว

 

“นายคิดบ้าอะไรอยู่ห๋าแฮร์รี่” หล่อนตะโกนแหวทันทีที่เห็นเขา

 

“ฉันแค่คิดว่าฉันอยากดื่มเอิร์ลเกรย์ แต่ถ้าเธอไม่ชอบ…”

 

“โอ๊ยไม่ใช่เรื่องชา แต่เป็นนี้” พูดจบเฮอร์ไมโอนี่ก็ยื่นกระดาษมาตรงหน้าเขา แฮร์รี่ขมวดคิ้วไม่อยากให้อะไรมาทำให้อารมณ์เสียตอนเช้า โดยเฉพาะเช้าหลังจากคืนที่เขาได้หลับสนิทเป็นครั้งแรกในรอบหลายวันแบบนี้

 

แต่เฮอร์ไมโอนี่ก็ไม่ยอมแพ้แม้ว่าแฮร์รี่จะทำเป็นไม่สนใจเธอหรือกระดาษแผ่นนั้น

 

“มัลฟอยขอให้มีคำสั่งห้ามเข้าใกล้กับนายแฮร์รี่ คำสั่งห้ามเข้าใกล้เข้าใจไหม นายจะไม่สามารถเข้าไปใกล้มัลฟอยได้เกินกว่าสิบเมตร ฉันคิดว่านายจะไปพูดกับเขาดีๆแล้วอธิบายเรื่องราวทั้งหมดซะอีก บอกมานะว่านายทำอะไรลงไป”

 

แฮร์รี่หน้าแดงอย่างอดไม่ได้เมื่อนึกถึงเรื่องที่เขาทำลงไป เมื่อมองจากมุมมองของคนปกติ สิ่งที่เขาคำก็คือการลักพาตัวแล้วบีบบังคับจิตใจมัลฟอยให้จูบเขา มัลฟอยคงคิดว่าเขาเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ

 

“คำสั่งห้ามเข้าใกล้เหรอ” แฮร์รี่ถามเสียงเบาหวิว

 

“ใช่ แถมหมอนั้นยังเขียนคำร้องขอค่าเสียหายที่คนอย่างนายคงจ่ายโดยไม่คิด” เฮอร์ไมโอนี่พูดต่ออย่างหงุดหงิด “แล้วนายจะทำยังไงฮึ”

 

ตายห่า คำสั่งห้ามเข้าใกล้ แล้วคราวนี้เขาจะสัมผัสมัลฟอยได้ยังไง ที่สำคัญเขาคงไม่แคล้วต้องได้ไปติดคุกอัซคาบันแน่ๆหากเขาไม่หาทางทำอะไรสักอย่าง

 

“ให้ตายสิ พวกเราต้องหาทางแก้คำสาปบ้าๆนี้ให้ได้ซะที”

 

“นี้ไม่ใช่คำสาปนะแฮร์รี่ แต่นี้เป็นพันธุกรรมของเธอ เป็น…”

 

“ข่างเถอะไม่ว่ามันจะเป็นอะไร มันต้องมีคาถาหรือยาวิเศษหรืออะไรสักอย่างที่ทำให้มันหายไปสิ” แฮร์รี่ตะโกนอย่างหงุดหงิด

 

เฮอร์ไมโอนี่ส่ายหน้าเศร้าๆแล้วนั่งลงตรงข้ามกับเขา เธอหยิบถ้วยชาแล้วรินแต่ไม่ดื่ม

“ไม่ใช่แค่มัลฟอยหรอกนะแฮร์รี่” เฮอร์ไมโอนี่ยื่นกระดาษแผ่นบางๆอีกแผ่นให้เขา

“มีใครบางคนที่เดลี่พรอเฟ็ตเห็นเอกสารคำร้องของมัลฟอย แล้วก็เลยมีบทความที่เขียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของนายรวมถึงคาดเดาความสัมพันธ์ระหว่างนายกับมัลฟอยด้วย”

 

“ริต้า สกีตเตอร์” แฮร์รี่เอ่ยเสียงเรียบ

 

“ก็น่าจะใช่ บทความนี้ไม่ได้ลงชื่อคนเขียนแต่ดูแล้วนี้เป็นลักษณะการเขียนของยัยเต่าทองนั้นเลย”

 

###

 

แฮร์รี่จ่ายค่าเสียหายตามที่มัลฟอยเรียกร้องแล้วปล่อยให้ตัวเองยุ่งกับงาน เขาขอคลี่คลายคดีที่เสี่ยงที่สุด พร้อมกับพยายามต่อสู้ผลข้างเคียงของสายเลือดวีล่าด้วยยาวิเศษขนานต่างๆ ยานอนหลับเพื่อให้เขาหลับตอนกลางคืน ยาบำรุงกำลังเพื่อให้เขาตื่นกลางวัน และเพราะเขาแทบจะกินอะไรไม่ลง ชายหนุ่มเริ่มกินยาเสริมแร่ธาตุเพื่อไม่ให้ร่างกายทรุดลงจากความหิวโหย

 

เขาใช้เวลาทั้งหมดในการค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับวีล่าและทุกอย่างที่ดูเกี่ยวข้องหวังลมๆแล้งๆที่จะหาทางออกให้ได้ เขาไม่มีทางเจอหน้ามัลฟอยได้อีกครั้งด้วยรู้ตัวดีว่าเขาควบคุมตัวเองเมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าเบื้อกผมทองนั้นไม่ได้ และเจ้านั้นไม่มีทางลังเลที่จะส่งเขาเข้าคุกอัซคาบันแน่นอน

 

นอกจากหลบหน้ามัลฟอยแล้วเขายังหลบหน้าเฮอร์ไมโอนี่อีกด้วยโดยหมกตัวอยู่บ้านยามที่เขาไม่ได้ทำงาน และเมื่อเขาต้องทำงานแฮร์รี่ก็เลือกที่จะทำคดีโดยไม่เข้ากระทรวง บ้านเขาตั้งกำแพงเวทมนตร์ป้องกันไม่ให้ใครเข้ามาทางเครือข่ายฟลูได้ เขารู้ว่าเฮอร์ไมโอนี่ไม่มีวันกล้าหายตัวเข้ามาในบ้านเขาโดยตรง...หญิงสาวเป็นคนที่ยึดถือเรื่องความเป็นส่วนตัวอย่างสูง และเขาตอบจดหมายของเฮอร์ไมโอนี่โดยโกหกหาข้ออ้างหลีกเลี่ยงไม่ไปพบเพื่อนสนิทถึงที่สุด

 

ห้าสัปดาห์หลังจากการจู่โจมมัลฟอยครั้งหลังสุด เขาก็รู้สึกถึงกระแสไฟในตัวเขาที่ถูกจุดขึ้นดับมอดลง

 

แฮร์รี่สะดุ้งตื่นขึ้นบนโซฟา ช่วงหลังๆนี้เขาแทบไม่แตะเตียงนอนเพราะเขาจะต้องสะดุ้งตื่นขึ้นทุกยี่สิบนาทีแล้วต้องเดินไปเดินมาหรือเข้าไปในห้องครัวดื่มชาพร้อมกับจ้องผนังโล่งๆอย่างเศร้าสร้อย

เขารู้ทันทีว่ามีใครบางคนอยู่ในบ้านเขา คิดแล้วรีบคว้าไม้กายสิทธิ์พร้อมกำแน่น

 

“จะสาปฉันรึไงพอตเตอร์” เสียงยานคางที่คุ้นเคยดังขึ้น แฮร์รี่ปล่อยไม้ลงทันทีแล้วยันตัวขึ้นก่อนจะฝังหน้าลงกับฝ่ามืออย่างเหนื่อยอ่อน

 

“มัลฟอย” เสียงแฮร์รี่แหบห้าว เขาพยายามสู้กับอาการสั่นสะท้านของร่างกายที่ตอบสนองต่อการอยู่ใกล้มัลฟอย ใกล้เพียงพอที่จะสัมผัสเพียงเขาก้าวเข้าไปสองสามก้าวเท่านั้น

“นายมาทำบ้าอะไรในบ้านฉัน”

 

“นายลักพาตัวฉันมาที่นี่ครั้งนึงจำไม่ได้รึไงพอตเตอร์ ฉันก็เลยสรุปเองว่านายคงอยากให้ฉันมาเยี่ยม”

 

แฮร์รี่คิดตามคำพูดของมัลฟอย อีกคนพูดมากตามเคย แต่คำตอบนั้นไม่ได้บอกอะไรแฮร์รี่เลยแม้แต่น้อย เขารู้สึกว่ามัลฟอยขยับตัวเข้าใกล้เขา แต่เขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น ชายหนุ่มกำหมัดแน่นบังคับร่างกายตัวเองไม่ให้ขยับเข้าไปดึงรั้งร่างบางเข้ามากอดจูบอย่างที่ใจต้องการ แต่แล้วมัลฟอยก็ต้องทรมาณแฮร์รี่ด้วยการทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเขา

...ก่อนจะยื่นมือออกมาสัมผัสที่หลังคอเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสของอีกคนเหมือนเม็ดฝนที่หยดลงบนทะเลทรายที่แห้งผาก แฮร์รี่ต้องบังคับให้ตัวเองหายใจอย่างปกติเมื่อความรู้สึกปรีดาท่วมท้นเข้ามาในใจเขา สัมผัสนั้นเหมือนน้ำทิพย์ปลอบประโลมใจเขา แม้จะบอกตัวเองแค่ไหนว่าไม่ให้แสดงอะไรออกไปแฮร์รี่ก็อดไม่ได้ที่จะเอนตัวซุกหน้าเข้าหามืออีกคน และเขาต้องประหลาดใจเป็นที่สุดเมื่อมัลฟอยไม่ปฎิเสธแต่กลับดึงรั้งให้ศีรษะของเขาวางลงบนไหล่ของเจ้าตัว

 

แฮร์รี่เหนื่อยเกินกว่าจะตั้งคำถามว่าทำไมมัลฟอยถึงอยู่ที่นี่ แค่เจ้าตัวอยู่ตรงนี้เขาก็พอใจแล้ว แฮร์รี่หลับตาแล้วปล่อยให้ตัวเองล่องลอยหลับไปท่ามกลางไออุ่นจากร่างกายของอีกคน

 

###

 

แฮร์รี่สะดุ้งตื่นเพราะเตียงของเขาเล่นขยับเองได้ เขารีบยันตัวขึ้น มือคว้าไม้กายสิทธิ์ตามสัญชาติญานของมือปราบมาร

แต่แล้วเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ใต้ร่างเขาชัดๆก็ทำให้เขาหยุดนิ่งแข็ง ตาสีเทาจ้องเขากลับอย่างไม่กลัวเกรง

 

“นายทับตัวฉันอยู่นะพอตเตอร์” ร่างบางเอ่ยขึ้น

 

“ฉันคิดว่าฉันฝันไปซะอีก” แฮร์รี่พึมพำเบาๆ พร้อมกับเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงไอร้อนของร่างที่เขานอนทาบทับ

 

“โชคร้ายหน่อยที่ไม่ใช่ฝัน” มัลฟอยลากเสียง

“เอาล่ะหลังจากที่ฉันทำความดีช่วยนายมาทั้งคืนแล้วบางทีนายก็กรุณาช่วยลุกขึ้นจากฉันซะทีเถอะเว้ย”

 

แฮร์รี่เกือบจะทำตามที่อีกคนสั่งแล้ว พวกเขาอยู่บนโซฟา และถ้าดูจากแสงแดดที่ลอดเข้ามานี้ก็คงสายเต็มที มัลฟอยขยับตัวอีกครั้งเร่งเร้าให้แฮร์รี่ลุกขึ้น ซึ่งเป็นความผิดพลาดอย่างที่สุดเพราะนั้นดันไปเร่งเร้าให้บางส่วนของร่างกายเขาลุกขึ้นแทนน่ะสิ บางส่วนที่อยากจะกลืนกินร่างของคนตรงหน้า

 

ทันใดนั้นแฮร์รี่ก็เหมือนรับรู้ทุกอณูของร่างกายมัลฟอย ทุกส่วนที่พวกเขาสัมผัสกันอยู่แม้ว่าจะผ่านเสื้อผ้าก็เถอะ ยิ่งคิดแล้วเขายิ่งรู้สึกว่าเสื้อผ้าพวกนี้ช่างเกะกะเสียจริงๆ มันกั้นขวางระหว่างเขากับบางอย่างที่เขาปรารถนาอย่างแรงกล้า

 

และคนที่รู้สึกว่าอะไรมันลุกขึ้นคงไม่ใช่มีแค่แฮร์รี่แต่เป็นมัลฟอยด้วย ตาสีเทาเบิกโพลงอย่างตกใจ

“พอตเตอร์” มัลฟอยพูดเสียงรอดไรฟัน

“ลุกขึ้นจากตัวฉันเดี๋ยวนี้นะ”

 

“ไม่อ้ะ” แฮร์รี่พูดยิ้มๆ ก่อนจะก้มหน้าลงอยากจะสัมผัสรสกับริมฝีปากอิ่มตรงหน้า แต่เจ้าตัวกลับเบือนหน้าหนีทิ้งให้เขาได้แต่จูบกับข้างลำคอแทน ซึ่งก็ดีไม่แพ้กัน แฮร์รี่ดูดเม้มเนื้อนวลขึ้นไปจนถึงกกหู ก่อนจะแลบลิ้นออกมาเลียหูอีกคน แล้ว…

 

แล้ว...เขาก็ลงมานอนบนพื้น มัลฟอยรีบลุกขึ้นยืน ร่างบางดูโกรธสุดๆ ผมสีเงินยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง เสื้อผ้ายับยู่ยี่ แต่ก็งดงามไม่เปลี่ยน และอีกสิ่งที่ไม่เปลี่ยนก็คือไม้กายสิทธิ์ที่ชี้ตรงหน้าแฮร์รี่

 

“ให้ตายเถอะพอตเตอร์ ถ้านายยังไม่อยากโดนฉันสาปจนเละเป็นชิ้นๆนายก็ต้องหาวิธีควบคุมไอ้อาการวีล่าของนายให้ดีกว่านี้”

 

แฮร์รี่กระพริบตาถี่ๆ แล้วรีบลุกขึ้นจากพื้น

 

“นายรู้เหรอ”

 

“ใช่ฉันรู้ ต้องขอบใจเกรนเจอร์ อย่างน้อยๆก็ได้รู้ว่าทำไมนายถึงเอาแต่จู่โจมฉันเจ้าบ้า นี้นายไม่มีปากหรือเขียนจดหมายไม่เป็นรึไง”

 

แฮร์รี่นั่งลงบนโซฟามองคนที่ยังยืนถือไม้กายสิทธิ์ และสมองส่วนที่วีล่าควบคุมของเขาก็เริ่มหาวิธีที่จะเอาไม้กายสิทธิ์ออกจากมือของมัลฟอยแล้วหาทางให้เจ้าชายบ้านสลิธิรินมานอนอยู่ใต้ร่างเขาเหมือนเมื่อกี้

 

“ฉันหวังว่า...เอ่อ...จะหาทางออกได้นะ” แฮร์รี่พูดออกมาในที่สุด

 

“ทางออกเหรอ ออกไปจากโลกนี้รึไงพอตเตอร์ ดูนายสินายดูเหมือนจะตายวันตายพรุ่งได้อยู่แล้ว”

 

แฮร์รี่ต้องยอมรับที่มัลฟอยพูดมานั้นก็จริง แล้วการที่เขาได้สัมผัสมัลฟอยก็ทำให้เขาเหมือนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เขายังรู้สึกล้าแล้วก็หิว แต่นอกจากนั้นเขารู้สึก...มีชีวิตอีกครั้ง ...และเคลือบแคลงใจแบบสุดๆ

 

“ทำไมนายมาที่นี่” ชายหนุ่มถามเสียงเข้ม แม้ว่ามัลฟอยพูดอะไรสักอย่างเกี่ยวกับทำดี แต่มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ มัลฟอยไม่มีทางทำดีโดยไม่มีสิ่งตอบแทน

 

มัลฟอยยิ้มเหยียด “อย่างคิดว่าฉันมาที่นี่เพราะนายนะพอตเตอร์”

 

แฮร์รี่หัวเราะเยาะตัวเอง ...ใช่ลึกๆในใจเขา บางทีอาจจะเป็นส่วนที่วีล่าควบคุม เขาแอบหวังว่ามัลฟอยจะมาที่นี่เพื่อเขา … งี่เง่าชะมัด วันที่เดรโก มัลฟอยเต็มใจมาช่วยชีวิตนายคือวันที่ฝนตกเป็นช้างสีชมพูนั้นแหละ

 

“เอาเป็นว่า” มัลฟอยพูดแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆหน้าต่าง แม้ว่าเจ้าตัวจะนั่งแล้วแต่มือยังคงจับไม้กายสิทธิ์แน่น แฮร์รี่กลั้นยิ้มเขารู้ว่าเขาสามารถปลดอาวุธมัลฟอยได้โดยไม่ต้องพยายาม “ฉันมีข้อเสนอทางธุรกิจมาให้นาย”

 

แฮร์รี่เงยหน้ามองอีกคน สมองพยายามคิดตามสิ่งที่ร่างบางพูดโดยไม่คิดว่าเขาอยากจะปลดอาวุธมัลฟอยแล้วรวบร่างนั้นเข้ามากอดแค่ไหน

“ข้อเสนอทางธุรกิจเหรอ”

 

“ใช่ เพราะดูแล้วนายต้องการการสัมผัสจากฉันเพื่อไม่ให้นายต้องจากไปก่อนเวลาอันควรและดูแล้วฉันก็ไม่มีเหตุผลกลใดที่จะให้นายมาสัมผัสเนื้อตัวร่างกายฉันง่ายๆ เอาเป็นว่า…”

 

แฮร์รี่คิดว่ามัลฟอยที่มีคำพูดสำหรับทุกสถานการณ์น่าจะเลือกประโยคอื่นที่ไม่ใช่ สัมผัสเนื้อตัวร่างกาย เพราะไอ้ประโยคที่ว่าทำให้แฮร์รี่คิดไปไกลว่าเขาจะ สัมผัสเนื้อตัวร่างกาย มัลฟอยได้กี่ท่าบ้าง ในหัวเขาตอนนี้เต็มไปด้วยร่างบางเปลือยเปล่าทอดตัวอยู่เหนือเตียงนิ่มๆ และมันก็สักพักก่อนที่สมองส่วนที่ยังไม่บ้าของแฮร์รี่กลับมาใช้งานได้บอกตัวเองว่ามัลฟอยกำลังพูดอยู่ ไม่ใช่แค่นั่งเฉยๆรอให้แฮร์รี่กินเหมือนเป็นบุฟเฟต์ส่วนตัว

 

“พอตเตอร์หยุดแล้วกลับไปนั่งนะ” มัลฟอยพูดเสียงเข้ม

“นี้นายฟังฉันพูดบ้างรึเปล่าเนี้ย”

 

แฮร์รี่ถอยหลังแล้วกลับไปนั่งตามเดิม ร่างกายเขาขยับเข้าหามัลฟอยโดยที่เขาไม่ได้สั่ง และที่จริงถ้าร่างกายเขาขอให้เขาสั่ง เขาก็คงสั่งให้มันขยับไปหามัลฟอยนั้นแหละ โดยเฉพาะเมื่อมัลฟอยดูน่ากินซะขนาดนี้

 

มัลฟอยมองหน้าเขาเขม็งเหมือนรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

“อย่างที่ฉันพูด ฉันตัดสินใจจะช่วยนาย...โดยมีราคา”

 

คำพูดสุดท้ายทำให้แฮร์รี่หยุดมองมัลฟอยแล้วคิด

“ราคาเหรอ”

 

“ต้องบอกว่าหลายราคาซะด้วย” มัลฟอยพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“ฉันทำตารางราคาเอาไว้แล้ว” พูดจบกระดาษก็ลอยออกมาจากเสื้อคลุมสีเข้มที่มัลฟอยพาดไว้บนเก้าอี้แล้วมาหยุดตรงหน้าแฮร์รี่ ชายหนุ่มหยิบม้วนกระดาษแล้วอ่านเนื้อหาข้างใน

 

คราแรกแฮร์รี่อดรู้สึกขำขันไม่ได้ แต่แล้วเขาก็ต้องประหลาดใจ ก่อนจะรู้สึกตกใจขณะที่สายตากวาดมองตามรายการตรงหน้า

 

แตะตัวต่อหนึ่งนิ้ว - 1 เกลเลียน นานสุด 1 นาที

แตะตัวเต็มมือ - 6 เกลเลียน นานสุด 1 นาที

ลูบ - อย่างน้อย 10 เกลเลียน ขึ้นอยู่กับประเภทการลูบและสถานที่

นวด - 50 เกลเลียน ร่างกายส่วนบนเท่านั้น นานสุด 15 นาที

จูบไม่มีลิ้น - 50 เกลเลียน

จูบแบบมีลิ้น - 100 เกลเลียน

 

ทันทีที่อ่านถึงตรงนี้แฮร์รี่ก็เริ่มคิดว่าเขาจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนที่จะโอนเงินในบัญชีทั้งหมด และที่จริงเขาเกือบจะหายตัวไปที่ธนาคารแล้วถ้าเขาไม่เห็นรายการถัดไป

 

ออรัลเซกซ์ ทำโดยพอตเตอร์ - 200 เกลเลียน

ออรัลเซกซ์ ทำโดยมัลฟอย - ไม่มีจำนวนเกลเลียนในโลกพอที่จะซื้อได้

 

แฮร์รี่ทำหน้าบึ้งใส่รายการก่อนจะอ่านบรรทัดสุดท้าย

 

เซกซ์อย่างอื่น - ลืมไปได้เลย หนุ่มน้อยวีล่า

 

ความตื่นเต้นในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธอย่างคุมไม่ได้ เขาบอกสมองส่วนที่แอบผิดหวังกับเรื่องที่จะไม่มีเซกซ์ว่าคนที่เขากำลังพูดถึงนี้คือมัลฟอย แล้วถ้าหากไม่ใช่เพราะสายเลือดวีล่าบ้าๆนี้เขาคงเกลียดไอ้เบื้อกนั้นจนไม่อยากแม้แต่จะแตะปลายก้อย

 

“แล้วถึงนายจะบอกว่าไม่มีเซกซ์ก็เถอะ แต่แบบนี้นายก็ไม่ต่างจากโสเภณีไม่ใช่รึไง”

 

มัลฟอยยักไหล่ “ตามที่ฉันเห็นนะ ฉันก็แค่ให้การบริการเหมือนผู้บำบัดอะไรแบบนั้น” พูดจบมัลฟอยก็ยืนขึ้นตัวตรง “แล้วคงไม่ต้องบอกนะว่าฉันขอยกเลิกคำสั่งห้ามเข้าใกล้ที่มีต่อนายแล้ว”

 

แฮร์รี่ถามด้วยเสียงประชดประชัน “แล้วตอนนี้ฉันติดนายอยู่เท่าไหร่ สำหรับเมื่อคืนน่ะ”

 

ชายหนุ่มผมบลอนด์แยกยิ้มอย่างชั่วร้ายก่อนจะตอบ “แล้วฉันจะส่งใบเรียกเก็บเงินตามมา” พูดจบเจ้าของร่างก็เดินหยิบเสื้อคลุมแล้วหายตัวไปก่อนที่แฮร์รี่จะคว้าไม้กายสิทธิ์แล้วสาปส่งทายาทบ้านมัลฟอยได้ เขาจึงระบายอารมณ์ลงบนแจกันเก่าแก่โดยระเบิดมันเป็นจุลทันทีที่ร่างบางหายวับไป

 

แล้วเขาก็ยืนขึ้น ปลดกำแพงเวทมนตร์ที่เครือข่ายฟลู ก่อนจะไปหาเฮอร์ไมโอนี่

 

###

 

ความตั้งใจของแฮร์รี่ที่พร้อมจะตายก่อนจะยอมไปหามัลฟอยนั้นคงอยู่ได้แค่สี่วัน แม้แต่ตอนที่เขาเหม่อลอยจิตใจเขาก็เอาแต่คิดถึงมัลฟอยและไอ้รายการราคาบ้าๆนั้น เมื่อความโกรธแรกเริ่มหายไป สายเลือดวีล่าของเขาก็ส่งภาพแฮร์รี่คุกเข่าอยู่หน้ามัลฟอยทำอะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับเซกซ์ แล้วที่แย่ที่สุดคือเขาไม่ได้รู้สึกรังเกียจแต่กลับรู้สึกตื่นเต้นใจสั่นเสียนี้

 

แล้วความมีเหตุมีผลก็สั่งให้เขาทำอะไรสักอย่างกับเรื่องนี้ และเมื่อความมีเหตุมีผลของเขาเล่นมีเสียงที่ดังแถมยังชื่อว่าเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ เขาก็รู้ว่าความมีเหตุมีผลไม่มีวันหุบปากจนกว่าเขาจะทำอะไรสักอย่างจริงๆจังๆ แฮร์รี่ตัดสินใจว่าเขาจะแค่ขอจับมือเท่านั้น หวังว่าการสัมผัสแบบนี้จะทำให้สายเลือดวีล่าของเขาสงบลงและเลิกรบกวนเขาด้วยภาพแปลกๆเสียที

 

แฮร์รี่ทำการนัดหมายอย่างเป็นทางการก่อนจะหายตัวไปหยุดที่หน้ากำแพงคฤหาสถ์มัลฟอย ณ เวลา 4 โมงตรง ประตูเปิดออกต้อนรับเขา ร่างสูงเดินผ่านกลุ่มนกยูงก่อนจะมีเอลฟ์ประจำบ้านเดินนำเขาเข้าไปถึงห้องใหญ่ที่แฮร์รี่อดคิดไม่ได้ว่าคงมีชื่อเฉพาะอะไรสักอย่างอย่าง ห้องนั่งเล่น ห้องวาดรูป หรือ ห้องอ่านหนังสือ แล้วมัลฟอยก็ปล่อยให้แฮร์รี่คอยเหมือนเคย เขาได้แต่นั่งเบื่อๆท่องคาถาต้านคำสาปเล่นๆฆ่าเวลา

 

แล้วมันฟอยก็เดินเข้ามา ทุกย่างก้าวเหมือนเป็นเจ้าของคฤหาสถ์หลังนี้ สูงส่งและดูรำคาญ

“วันนี้ฉันยุ่งมากนะพอตเตอร์” หมอนั้นพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดมองแฮร์รี่เหมือนเขาเป็นตัวสร้างปัญหา “นายต้องการอะไร”

 

ทีแรกแฮร์รี่ตั้งจะจะขอแค่จับมือเท่านั้น แต่เมื่อเห็นท่าทางหยิ่งยโสของมัลฟอยแล้วเขาเองก็รู้สึกร้อนรุ่มหงุดหงิดเหมือนกัน นี้มันแย่พอแล้วที่เขาต้องเข้ามากราบกรานขอร้องมัลฟอยแบบนี้ แต่ไอ้แสบนั้นก็ไม่จำเป็นต้องทำให้เขารู้สึกแย่ไปมากกว่านี้เลย เขาอยากจะทำอะไรสักอย่างที่จะทำให้มัลฟอยรู้สึกอย่างเขาบ้าง

“จูบ” แฮร์รี่พูดเสียงเข้ม

“พร้อมลิ้น”

 

มัลฟอยผงะทำให้แฮร์รี่อดรู้สึกดีไม่ได้ก่อนที่สติของเขาจะกลับมาพร้อมกับแตะไอ้ความปากไวแบบกริฟฟินดอร์ของเขาไปไกลๆ พร้อมกับถามเขาดังๆว่าเขาบ้าไปแล้วรึไง

 

สีหน้ามัลฟอยเปลี่ยนกลับเป็นดังเดิมในชั่วอึดใจ “ได้”

 

ร่างบางไม่ขยับเขยื้อนเช่นเดียวกับแฮร์รี่ นั้นทำให้มัลฟอยต้องแยกเขี้ยว

“ฉันไม่เดินไปหานายหรอกนะพอตเตอร์ เพราะฉะนั้นเลิกบ้าแล้วรีบๆทำซะที”

 

แฮร์รี่สาวเท้าเข้าใกล้อีกคนอย่างโกรธๆ นิ้วรั้งลำคอของอีกคนอย่างแรงพร้อมบดกระแทกริมฝีปากเข้ากับริมฝีปากของเจ้าชายบ้านสลิธิรีน และเพียงชั่วครึ่งลมหายใจแฮร์รี่ก็รู้สึกเหมือนหัวใจเขาหยุดเต้นเสียแล้ว สิ่งที่เขารู้สึกไม่ต่างไปจากครั้งที่เขาจูบมัลฟอยที่แฟลตแต่ครั้งนั้นมัลฟอยตกใจและไม่ตอบรับเขา แต่คราวนี้...มัลฟอยก็ไม่ได้ผลักไสเขา ทำให้แฮร์รี่บดขยี้ลิ้มรสเรียวปากหอมหวานนั้นอย่างไม่รู้จักอิ่ม ความรู้สึกประหลาดไหลผ่านตัวเขา สัมผัสของเขาที่ตั้งใจจะรุนแรงกลับผันเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลโดยที่ไม่รู้ตัว

แฮร์รี่ขยับใบหน้าแล้วครางออกมาเบาๆเมื่อริมฝีปากของมัลฟอยเผยอออกเชิญชวนให้เขาเข้าไปสำรวจ แฮร์รี่ไม่รอช้าสอดลิ้นร้อนเข้าไป และเพียงแรกสัมผัสความรู้สึกเต็มอิ่มก็พัดผ่านเข้ามาในใจเขาเหมือนคลื่นยักษ์ ไม่มีอะไรดีกว่านี้อีกแล้ว เขาดูดกลืน ลิ้มรส และมัวเมาในความหอมหวนตรงหน้าขณะที่เลือดของเขาสูบฉีดรุนแรง เสียงก้องในหูดังขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะเปลี่ยนเป็นสีขาวปลอด

 

###

 

แฮร์รี่เปิดตาขึ้นแล้วตกใจแทบสิ้นสติ เขารีบเรียกหาไม้กายสิทธิ์พร้อมลุกขึ้นตัวตรง ก่อนที่สายตาหยุดที่มัลฟอย เอลฟ์ประจำบ้านที่อยู่ในห้องดูจะตกใจกับท่าทางของเขาไม่น้อย

 

มัลฟอยนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตรงข้ามกับแฮร์รี่ สีหน้าไร้อารมณ์เหมือนเคย

 

“ถ้านายจะเป็นลมหลังจากเพียงแค่จูบเดียว ฉันแนะนำว่าครั้งหน้านายน่าจะขออะไรที่… อันตรายน้อยกว่านี้นะ”

 

แฮร์รี่สงสัยว่ามีเวทมนต์อะไรไหมที่จะทำให้เขาหายหน้าไปจากโลกได้เลยในวินาทีนี้ เขาเป็นลม...จากเพียงแค่จูบนิดเดียว ...ดูเหมือนทั้งจักรวาลจะเล่นตลกกับชีวิตเขา หรืออย่างน้อยๆก็รวมหัวกันทำให้เขาเหมือนเป็นคนโง่ทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้ามัลฟอย

 

ชายหนุ่มยืนขึ้น “ฉันคิดว่าฉันทำเรื่องน่าอายพอแล้วในวันนึง” เขาพูดโดยไม่มองเจ้าชายบ้านสลิธิรีน

“ขอบใจที่สละเวลานะ เอ่อ...อย่าลืมส่ง...ใบเรียกเก็บเงิน...มาด้วยละกัน”

 

“ไม่ลืมหรอกพอตเตอร์” แฮร์รี่ได้ยินเสียงมัลฟอยตอบกลับ และเขาได้แต่ประหลาดใจเพราะเสียงนั้นไม่ได้เจือด้วยความจองหองหรือขำขันเหมือนเคย เขาอธิบายไม่ถูกว่ามันคืออะไรกันแน่ และเขาไม่อยากจะเสียเวลาคิดวิเคราะห์น้ำเสียงของมัลฟอยในตอนที่เขาอยากหนีออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุดด้วย คิดแล้วแฮร์รี่ก็รีบเดินออกจากคฤหาสถ์แล้วหายตัวไปทันที

 

###

 

แฮร์รี่กลับมามุงานเหมือนเดิม...แถมเป็นงานเสี่ยงๆเหมือนเดิมอีกด้วย… แต่คราวนี้โอกาสรอดตายของเขามีสูงกว่าก่อนหน้า เพียง 28 ชั่วโมงหลังจูบกับมัลฟอยเขาก็หายตัวกลับบ้านเหนื่อยแทบขาดใจ เนื้อตัวเลอะเทอะแบบดูไม่ได้ เขาใช้เวลาทั้งวันตามรอยกูลป่าตัวร้ายและสิ่งเดียวที่เขาอยากทำก็คือปีนขึ้นเตียงแล้วหลับให้สนิท เขาอาบน้ำและนอนเล่นบนโซฟาตั้งใจที่จะลืมเรื่องเกี่ยวกับมัลฟอยให้สิ้น เขารู้สึกดีแต่มันเหมือนมีอะไรสักอย่างกวนใจเขาทำให้เขานอนไม่หลับ แล้วเขาต้องกลับไปตามรอยกูลป่านั้นตั้งแต่เช้ามืดด้วย

 

หลังจากเถียงกับตัวเองเกือบชั่วโมง แฮร์รี่ก็ยื่นหน้าเข้าไปในไฟผิง หลังจากรอนานแสนนานและบทสนทนาสั้นๆ เขาก็ก้าวเข้ามาในห้องที่ดูเหมือนเป็นห้องสมุด มัลฟอยนั่งบนเก้าอี้สายตาจับจ้องเขาไม่วาง หนุ่มผมบลอนด์ใส่เสื้อคลุมนุ่มนิ่มสีฟ้าอ่อน ชุดนั้นทำให้มัลฟอยดูเหมือนนางฟ้าหรืออะไรสักอย่างที่ไม่ใช่มนุษย์ บอบบางแต่ก็ไม่ได้ดูน่าเข้าใกล้

 

“นายต้องการอะไรคืนนี้พอตเตอร์” มัลฟอยถามแล้ววางแก้วในมือลง น้ำแข็งในแก้วกระทบกับเบาๆ ดูจากสีแล้วของเหลวในแก้วน่าจะเป็นวิสกี้ไฟ ทันใดนั้นแฮร์รี่ก็รู้สึกอยากจะถลาเข้าไปลิ้มรสริมฝีปากเย็นๆที่เจือด้วยรสขมของแอลกอฮอล์ เขารีบบังคับให้ตัวเองหยุดพร้อมกับก่นด่าตัวเองอย่างโกรธๆ

 

“แค่มือ” แฮรรี่ตอบสั้นๆ “ไม่นานหรอก ฉันเองก็เหนื่อยเต็มที ฉันแค่อยากจะนอนหลับเต็มอิ่มคืนนี้”

 

มัลฟอยถอนหายใจแล้วยื่นมือออกมาโดยไม่แม้แต่จะลุกขึ้นจากเก้าอี้ แฮร์รี่เดินเข้าไปก่อนจะก้มลงคุกเข่าตรงหน้าอีกคน ไม่เหลือความอายใดๆทั้งสิ้น ...เขาไม่มีอะไรที่จะอับอายได้อีกแล้ว

เขารวบมือทั้งคู่เข้ามา แล้วบังคับไม่ให้ตัวเองครางออกมาอย่างสุขสม

 

“เอ่อ” มัลฟอยพูดขึ้นมา

“วันนี้นายเป็นไงบ้าง”

 

“แย่สุดๆ” แฮร์รี่ยอมรับ แล้วเขาก็เล่าให้มัลฟอยฟังเกี่ยวกับคดีที่เขากำลัง เรื่องที่เขาต้องติดตามสัตว์วิเศษผ่านป่าเขาที่อันตรายพร้อมกับรอให้มันออกมาจากที่ซ่อนแล้วจัดการเขาด้วยเขี้ยวและกรงเล็บของมัน มัลฟอยหัวเราะเมื่อเขาเล่าจบ ซึ่งไม่ใช่ปฏิกริยาตอบรับที่เขาคิดเลยสักนิด

 

“งานนี้มัน...มันตัวนายสุดๆเลย”  

 

“นายหมายความว่าไง”

 

“ฉันหมายความว่านายชอบที่ได้ทำแบบนี้ ตามล่าปีศาจร้าย จัดการพวกที่ทำผิด สุดแสนจะเป็นกริฟฟินดอร์”

 

แฮร์รี่ยิ้มกว้าง “ขอบใจนะ”

 

“ไม่ได้ชมซะหน่อย แล้วคนอย่างนายจะทำอะไรได้ถ้าไม่ใช่มือปราบมาร นายคงขดตัวร้องไห้แล้วตายซะก่อน”

 

“ไม่หรอกน่า ฉัน...ฉันคงเล่นควิซดิซหรืออะไรแบบนั้น”

 

“อืมที่จริงฉันก็แอบประหลาดใจนะที่นายเลือกเป็นมือปราบมารแทนที่จะเล่นควิซดิซ”

 

“ทำไมล่ะ”

 

“ก็ควิซดิซน่ะทำให้นายมีชื่อเสียงมากกว่า โด่งดังมากกว่าน่ะสิ”

 

แฮร์รี่รีบปล่อยมืออีกคนเหมือนว่าเขากำลังสัมผัสเหล็กร้อน คำพูดแบบนั้นของมัลฟอยทำให้เขาเจ็บแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ร่างสูงรีบยืนขึ้น

“ฉันไม่เคยต้องการมันสักนิด ไม่เคยเลย” เขาพูดพร้อมกับเดินไปที่เตาผิง ก่อนจะหันกลับมามองอีกครั้ง “แล้วก็ขอบคุณที่ยอมให้ฉันพบทั้งๆที่ไม่ได้นัด”

พูดจบเขาก็ไม่รอให้อีกคนได้ตอบโต้ แฮร์รี่สาดผงฟลูลงไปแล้วก้าวกลับมาที่บ้านทันที

 

###

 

สามวันให้หลัง ชายหนุ่มก็เสร็จสิ้นภารกิจติดตามเจ้าสัตว์วิเศษตัวร้ายแต่ผลพลอยได้คือเขาน่วมไปทั้งตัวเพราะเจ้านั้นดันไม่ยอมให้จับง่ายๆ และท้ายที่สุดเพื่อป้องกันตัวเองแฮร์รี่ก็ต้องเสกคาถาจัดการเจ้าสัตว์นั้นให้ตายไปเสีย กูลปกตินั้นคงไม่ได้แย่ขนาดนี้ แต่เขาดันต้องมาเจอกูลป่าที่ทั้งตัวโตยังกับยักษ์ ดุ แล้วก็โง่สุดๆ

 

แฮร์รี่ส่งนกฮูกจดหมายไปหามัลฟอยตั้งแต่ตอนที่เข้ามารายงานตัวและเขียนรายงานผลคดีที่กระทรวงเวทมนตร์ ทั้งที่เขาเหนื่อยจนแทบจะหลับ ต้องขอบคุณเฮอร์ไมโอนี่ที่ส่งเขากลับบ้านหลังจากดึงความทรงจำเกี่ยวกับคดีของเขาออกมาแล้วสัญญาว่าจะเขียนรายงานให้แทน

 

“ถ้าฉันไม่ใช่ลูกผสมวีล่านะเฮอร์ไมโอนี่ ฉันต้องแต่งงานกับเธอแน่นอน” แฮร์รี่พูดอย่างซึ้งใจ

 

“ฉันแต่งงานแล้วย่ะ ชิ้ว ชิ้ว กลับบ้านไปนอนไป เดี๋ยวฉันจะต้องพูดกับคิงส์ลีย์หน่อยแล้วเรื่องที่ส่งนายไปทำคดีอันตรายคนเดียวแบบนี้”

 

“ก็ช่วงนี้เป็นวันหยุดของดีนน่ะ” แฮร์รี่พูดอ้อมแอ้ม

 

“ไม่ใช่ข้ออ้างที่ดีเลย แล้วกลับบ้านไปซะที”

 

แฮร์รี่รีบกลับบ้านแล้วอาบน้ำ เมื่อเขาออกมาจากห้องน้ำเขาก็เห็นนกฮูกตัวยักษ์ของมัลฟอยรออยู่ที่ขอบหน้าต่าง แฮร์รี่รีบเปิดหน้าต่างแล้วพยายามกันไม่ให้เจ้านกยักษ์จิกเขาขณะที่เขายื่นมือไปเอาม้วนกระดาษจากกรงเล็บของมัน ก่อนจะโบกมือไล่เจ้าฮูกแสนดุนั้นให้ไปไกลๆแล้วอ่านข้อความ

 

ฉันจะไม่อยู่บ้านจน 5 ทุ่ม แต่หลังจากนั้นนายจะมาเวลาไหนก็ได้

 

สามสิบห้านาทีให้หลัง แฮร์รี่ก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาแน่ใจว่าเขาจะต้องสลบจากความเหนื่อยก่อนที่จะถึงห้าทุ่ม แต่เขาก็หลับไม่ลงเสียที ความรู้สึกกระสับกระส่ายวุ่นวายใจจากการอยู่ห่างมัลฟอยเป็นเวลานานๆมันทำให้เขาต้องตื่นตาค้างอยู่บนโซฟานั้นแหละ

และทันทีที่นาฬิกาตีบอกเวลาห้าทุ่ม แฮร์รี่ก็รุดไปที่เครือข่ายฟลู เขาก้าวเข้ามาในคฤหาสถ์มัลฟอยก่อนที่นาฬิกาจะตีครบ 11 ครั้งด้วยซ้ำ

 

“ตรงเวลาดีนี้”​มัลฟอยพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้หมายความว่าชื่นชมความตรงเวลาของแฮร์รี่เลยแม้แต่น้อย เวลานี้ชายหนุ่มได้แต่คิดว่าเขาไม่น่าจะมาเลยจริงๆ มัลฟอยดูเหนื่อยและกระสับกระส่ายไม่แพ้ตัวเขา ร่างบางผมบลอนด์ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง ทอดสายตามองไปในความมืดยามค่ำคืน

 

ส่วนแฮร์รี่ก็ยืนนิ่งๆข้างเตาผิงอย่างไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี

 

“ให้ตายสิพอตเตอร์ นั่งลง!” มัลฟอยหันมาสั่ง แฮร์รี่รีบเดินไปที่โซฟากลางห้องแล้วนั่งลงทันที มืออดไม่ได้ที่จะลูบที่นั่งนุ่มๆของเขา โซฟาหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่สีเขียมอ่อนและเดินลายด้วยด้ายสีเขียวมรกต เขาลอบมองเจ้าของบ้าน มัลฟอยใส่เสื้อคลุมสีเข้มจนดูเหมือนสีดำ ดูเป็นทางการจนแฮร์รี่อดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าร่างบางไปไหนมา ...ไปเดทหรือ… แค่คิดเช่นนั้นความรู้สึกหึงหวงรุนแรงก็ครอบคลุมความคิดแฮร์รี่จนเขารู้สึกเหมือนตกอยู่ในหมอกของความโกรธ… แย่แล้ว นี้มันแย่สุดๆ แฮร์รี่อดตกใจกับอาการของตัวไม่ได้

 

มัลฟอยถอนหายใจเฮีอกใหญ่แล้วเดินมานั่งข้างๆแฮร์รี่ ห่างเพียงแค่เอื้อมมือเท่านั้น มือเรียววางบนต้นขาของตัวเอง ผิวขาวซีดตัดกับกางเกงสีเข้ม...สีม่วงเข้ม...แฮร์รี่คิดในใจเมื่อเห็นสีกางเกงของอีกคนใกล้ๆ ก่อนที่มัลฟอยจะพลิกมือขึ้นเหมือนเป็นคำเชื้อเชิญเงียบๆ แฮร์รี่รีบวางมือลงทาบมืออีกคน กอบกุมมือของพวกเขาเข้าด้วยกัน ให้ตายสิเขาเกลียดตัวเองชะมัดที่รู้สึกขอบคุณมัลฟอยที่ทำแบบนี้

 

แต่การได้สัมผัสจากมัลฟอยนั้นชนะทุกอย่าง...ไม่ว่าจะเป็นความเกลียดตัวเองหรืออะไร

 

พวกเขานั่งเงียบๆกันอยู่สักครู่ แม้จะห้องจะเงียบสนิทแต่แฮร์รี่ก็รู้สึกอบอุ่นสบายใจอย่างบอกไม่ถูก เขาได้แต่สงสัยว่าตอนนี้มัลฟอยจะกำลังนับเวลาเพื่อใช้ในใบเรียกเก็บเงินอยู่รึเปล่า คิดแล้วเขาก็ต้องถอนหายใจแล้วเอนตัวพิงโซฟาอย่างเหนื่อยๆ แฮร์รี่หลับตาลงปล่อยให้ความเงียบและความสบายใจปลอบโยนร่างกายเขา เขาไม่แน่ใจว่าตอนนี้เขามีกำลังใจพอที่จะปล่อยมือแล้วลุกขึ้น

 

###

 

แฮร์รี่ตื่นขึ้นในห้องที่เขาไม่คุ้นเคยเลยสักนิด บนเตียงที่นุ่มจนเหมือนเขานอนบนเมฆ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะไม่ลุกจากเตียงแล้วแค่เปิดตาสำรวจรอบกาบเท่านั้น

 

เยี่ยม ฉันหลับไปอีกแล้ว คราวนี้มัลฟอยคงส่งใบเรียกเก็บเงินมาเป็นพันเกลเลียนแล้วบ่นเป็นหมีกินผึ้งเหมือนเดิมว่าคฤหาสถ์มัลฟอยไม่ใช่บ้านของฉัน

 

แต่แฮร์รี่ก็ต้องยอมรับว่าห้องนี้ไม่มีทางเป็นห้องของเขาแน่นอน ทุกอย่างดูงดงามโอ่อ่า เป็นห้องที่สวยที่สุดที่แฮร์รี่เคยเห็น ของแต่งห้องทุกชิ้นดูเหมือนอายุนับร้อยปีแต่หากยังคงดูเหมือนใหม่ เขาได้แต่สงสัยว่ามัลฟอยใช้ห้องนี้สักเท่าไหร่ ในหัวของเขาคิดภาพมัลฟอยในชุดอยู่บ้าน เดินไปเดินมา แล้วนั่งลงบนโต๊ะเขียนหนังสือก่อนจะเปิดม่านหนักหนา

ทุกครั้งที่คิดถึงเดรโก เขาก็ได้แต่หวังลึกๆว่าชายผมบลอนด์จะไม่ใช่แค่อยู่ในความคิดแต่หากอยู่ในห้องนี้กับเขา แฮร์รี่กัดริมฝีปากแล้วดุตัวเองที่คิดเช่นนั้น และที่สำคัญที่ร่างกายของเขาตอบสนองต่อความคิดที่เขาอยู่สองต่อสองกับเดรโกในห้องนอนโดยส่งภาพมัลฟอยเหนือร่างเขาพร้อมกับก้มลงมาจูบริมฝีปากเขา

 

แฮร์รี่รีบสะบัดผ้าห่มแล้วลุกขึ้น ก่อนจะต้องตกใจเมื่อเห็นสภาพร่างกายของตัวเอง เขาแต่งตัวอยู่ในชุดชั้นในเพียงอย่างเดียว แล้วมันก็ไม่ได้ช่วยในการปกปิดอาการตื่นตัวของร่างกายเขาเลยสักนิด ว่าไปแล้วอาการที่ว่ายิ่งรุนแรงแข็งแกร่งมากขึ้นเมื่อเขาคิดว่าคนที่ถอดเสื้อผ้าเขาออกอาจจะเป็นมัลฟอย ควบคุมตัวเองเดี๋ยวนี้นะเว้ย แฮร์รี่ดุตัวเอง หมอนั้นไม่มีทางทำเองเด็ดขาด ต้องสั่งเอลฟ์ประจำบ้านให้ทำแทนแน่ๆ ความคิดนั้นทำให้อาการตื่นตัวของแฮร์รี่ห่อเหี่ยวลงอย่างรวดเร็ว แม้มันจะไม่หมดไปแต่ก็มากพอที่จะทำให้เขาใส่กางเกงได้โดยสะดวก

 

เมื่อเขาติดกระดุมเสื้อเชิ้ตเอลฟ์ประจำบ้านก็ปรากฎตัวขึ้นมาข้างตัวเขา ทำให้ชายหนุ่มตกใจจนแทบจะสาปเจ้าสัตว์เวทมนตร์ด้วยสัญชาตญานความเป็นมือปราบมาร

 

“มาสเตอร์เดรโกรอพบคุณท่านอยู่ในห้องอาหารสีแดงแล้วครับ” เสียงเอลฟ์ประจำบ้านเรียบๆไม่บ่งบอกอารมณ์ แฮร์รี่อดยิ้มกับประโยคนั้นไม่ได้ มันช่างเหมือนกันว่าพวกเขานัดแนะจะพบกันอย่างนั้นแหละ

 

“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ควรจะรีบสินะ” ชายหนุ่มพูดแล้วเสียบไม้กายสิทธิ์เข้าไปในปลอกหนังบนต้นแขน

 

“แฮร์รี่ พอตเตอร์จงตามวิมมาเดี๋ยวนี้” เอลฟ์ประจำบ้านพูดต่อราวกับไม่ได้ยินประโยคตอบรับของแฮร์รี่ เขาถอนหายใจก่อนจะรีบใส่รองเท้าแล้วเดินตามไป และดูเหมือนไอ้ห้องอาหารสีแดงนี้อยู่ไกลเป็นไมล์เพราะเขารู้สึกเหมือนตัวเองเดินมาเป็นชั่วโมงแล้ว คฤหาสถ์มัลฟอยนี้เป็นวังขนาดใหญ่ชัดๆ และเขาก็แอบคิดสงสัยว่าห้องนอนของมัลฟอยนี้อยู่ไหนกัน ก่อนจะรีบดุตัวเองว่าเขาไม่อยากรู้ซะหน่อย บางทีหากเขาดุตัวเองนานพอเขาคงจะเปลี่ยนใจตัวเองได้

 

ห้องอาหารสีแดงที่ว่านั้นเป็นสีแดงจริงๆด้วย แต่มันไม่ใช่สีแดงแบบกริฟฟินดอร์หากเป็นแดงเจืออย่างอาทิตย์ลับของฟ้า วิมยืนรอจนแฮร์รี่ดึงเก้าอี้แล้วนั่งลง เอลฟ์ประจำบ้านจึงหายตัวไปพร้อมกับมัลฟอยที่เดินเข้ามา

 

“อรุณสวัสดิ์พอตเตอร์” มัลฟอยพูดยิ้มๆ ราวกับว่าเป็นสิ่งที่เขาทำประจำทุกวัน

 

“อรุณสวัสดิ์” แฮร์รี่เอ่ยตอบอย่างประหลาดใจ

 

“หลับสบายไหม” หนุ่มผมบลอนด์ถามพร้อมยิ้มมุมปาก ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับแฮร์รี่

 

แล้วทันใดนั้นกองทัพเอลฟ์ประจำบ้านก็เดินขบวนเข้ามา พร้อมกับวางถาดอาหารเป็นภูเขาบนโต๊ะ ก่อนจะหายตัวอย่างเร็ว แฮร์รี่ทำท่าเหมือนจะพูดอะไรออกมาแต่มัลฟอยชิงพูดขึ้นเสียก่อน

 

“กินไปเถอะน่าพอตเตอร์ แล้วนายค่อยหายไปตัวกระทรวงทำเหมือนเรื่องเมื่อคืนไม่เคยเกิดขึ้นก็ได้”

 

แฮร์รี่อ้าปากค้าง ก่อนจะรีบพูดเสียงดัง “เรื่องเมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้นซะหน่อย”

 

มัลฟอยยิ้มกว้าง “นายแน่ใจเหรอพอตเตอร์” เสียงทุ้มต่ำปลุกอะไรบางอย่างในตัวแฺฮร์รี่ให้ตื่นขึ้น บางอย่างที่อยู่กลางลำตัวของเขา นี้มันไม่ยุติธรรมสุดๆที่คนอย่างมัลฟอยสามารถทำให้เขาต้องอายได้ขนาดนี้ แฮร์รี่รีบดื่มน้ำฟังทองหวังว่าน้ำเย็นๆจะช่วยให้อะไรที่มันร้อนๆบรรเทาลงได้บ้าง

 

และเพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย แฮร์รี่ก็รีบกินแทนที่จะคุย เขาไม่อยากจะเดาว่าวันนี้มัลฟอยจะมาไม้ไหน แล้วให้ตายสิทำไมหมอนั้นต้องมีท่าทางกินที่ดูยั่วซะขนาดนี้ด้วย นี้มันไม่ใช่แค่กินธรรมดาแต่เป็นการทำรักกับอาหารทุกชิ้นแล้ว มัลฟอยบรรจงจิ้มอาหารทีละชิ้น กัดเป็นชิ้นเล็กๆด้วยฟันขาวคม แล้วเลียริมฝีปากด้วยท่าทางที่แฮร์รี่มั่นใจว่านั้นต้องผิดกฎหมายอะไรบางอย่างแน่ๆ

 

ชายหนุ่มต้องลอบกดมือลงบนเป้ากางเกงหวังว่าแรงกดจะทำให้อะไรห่อเหี่ยวลงได้บ้าง พร้อมกับเพ่งไปที่อาหารบนจานแทนที่จะเป็นร่างบางที่ทุกอย่างของร่างนั้นทำให้แฮร์รี่นึกถึงแต่เซกซ์

 

สุดท้ายเขาก็ทานเสร็จโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองคนตรงข้ามเลยแม้แต่น้อย พร้อมกับพยายามควบคุมความร้อนของร่างกายโดยนึกถึงภาพโดโลเรส อัมบริดจ์เปลือยวิ่งไล่เขาแทน ซึ่งของบอกว่าได้ผลเป็นอย่างยิ่ง

 

“ฉันจะพานายไปห้องสมุดเอง” มัลฟอยเสนอทำให้แฮร์รี่อดยิ่มไม่ได้

 

“ความคิดดีนี้ ไม่อย่างนั้นฉันคงเดินหลงในนี้แล้วนายคงหาฉันเจอหลายอาทิตย์หลังจากนี้เหี่ยวตายในสักห้องในบ้านนี้”

 

“เรื่องอย่างนั้นเอลฟ์ประจำบ้านฉันไม่มีทางยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด” มัลฟอยตอบกลับแล้วเดินนำออกไป ไม่นานพวกเขาเดินมาถึงห้องสมุดซึ่งอยู่ไม่ห่างจากห้องอาหารสีแดงสักเท่าไหร่ ทั้งคู่ยืนอยู่หน้าเตาผิงขณะที่แฮร์รี่หยิบผงฟลูออกมาเต็มกำมือ ตามองมัลฟอยแล้วรู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก

 

“เอ่อ ขอบใจนะ ..สำหรับทุกอย่าง” แฮร์รี่พูดออกมาในที่สุด

 

มัลฟอยยกมือจับคางแฮร์รี่ก่อนที่จะยืดตัวขึ้นแล้วจูบที่ริมฝีปากเขาเบาๆ อาการปวดศีรษะน้อยๆที่แฮร์รี่เป็นอยู่หายวับไปในทันทีที่ได้รับสัมผัสนั้นจากอีกคน ร่างบางถอยหลังออกมาพร้อมรอยยิ้มบนหน้า

“นั้นแถมให้ฟรีพอตเตอร์”

 

แฮร์รี่โยนผงฟลูลงไปก่อนจะเดินเข้าไปด้วยความรู้สึกสับสนแต่หากมีสุขสุดๆ และเขาใช้เวลาทั้งวันเฝ้าครุ่นคิดว่าทำไมมัลฟอยถึงทำดีกับเขาถึงเพียงนี้

 

###

 

แต่ไม่นานหลังจากนั้นแฮร์รี่ก็ได้คำตอบ เจ้าบ้านั้นแกล้งทำดีเพื่อให้เขาแทบเป็นบ้าคิดถึงมันน่ะสิ แล้วความคิดของเขาก็ถูกยืนยันด้วยจดหมายจากมัลฟอยที่บอกว่าเจ้าตัวจะต้องไปทำธุระสามวัน เจ้าบ้านั้นไม่คิดจะบอกเขาตัวต่อตัวทั้งๆที่อยู่ด้วยกันทั้งเช้า แฮร์รี่ขยำกระดาษกำหมัดแน่น แล้วเดินไปหาคิงส์ลีย์ขอภารกิจที่อันตรายที่สุด เขาอยากจะอัดใครสักคนจริงๆ

 

สามวันให้หลังที่แฮร์รี่รู้สึกเหมือนนานชั่วโกฐปี เขาเคยคิดว่าไอ้ความรู้สึกอยากสัมผัสมันจะน้อยลงหากเขาได้สัมผัสมัลฟอยบ่อยขึ้น แต่มันตรงกันข้ามยิ่งเขาได้สัมผัสมัลฟอยมากเท่าไหร่ร่างกายของเขายิ่งเหมือนสั่งให้เขาต้องอยู่ใกล้ชิดมัลฟอยมากเท่านั้น สามวันที่ผ่านมาแฮร์รี่แทบจะไม่รู้สึกหิว ชาไปทั้งตัว และโมโหกับทุกอย่าง

 

คืนวันที่สามเขาครุ่นคิดว่าเขาควรจะเขียนจดหมายไปหามัลฟอยดีไหม เพราะมัลฟอยบอกว่าธุระสามวัน ไม่ใช่สามวันสามคืน แต่แค่นี้เขาก็รู้สึกเกลียดตัวเองที่ต้องการมัลฟอยมากขนาดนี้โดยไม่จำเป็นต้องแสดงออกโดยเขียนจดหมายไปขอร้องพบก่อนเวลา คิดแล้วแฮร์รี่ก็นอนนิ่งๆในชุดชั้นในเหมือนเดิม

 

เสียงคนหายตัวเข้ามาในห้องข้างๆทำให้แฮร์รี่สะดุ้งพร้อมตกใจว่ากำแพงเวทมนตร์ของเขาอาจจะไม่แข็งแกร่งเพียงพอเพื่อกันศัตรู แต่สุดท้ายเขาก็เหนื่อยอ่อนเกินกว่าจะทำตัวเป็นมือปราบมารที่ดี เขาไม่อยากลุกขึ้นจากตรงนี้ หากจะมีใครอยากฆ่าเขานักเขาก็พร้อมจะตายเสียตอนนี้อยู่แล้ว

 

แต่คนที่เดินเข้ามาคือมัลฟอย ร่างสูงกระเด้งตัวขึ้นจากโซฟาแล้ววิ่งตรงไปโอบรอบตัวของชายผมทองอย่างเร็ว เขากอดมัลฟอยแน่นจนกระทั้งความรู้สึกด้านชาในร่างกายหายไป ก่อนจะคลายอ้อมกอดแล้วถอนหายใจออกเฮือกใหญ่

 

“นี้มันเฮงซวยสุดๆ” เขาพึมพัมขณะที่ยักซุกหน้ากับกลุ่มผมนุ่มสีทอง

 

มัลฟอยแตะที่หลังเขาเบาๆ ไม่แม้แต่จะกอดเขาตอบ แฮร์รี่ถอนหายใจอีกครั้งแล้วปล่อยอีกคนออกจากอ้อมกอด

 

“ไม่เอาน่า มาดื่มกันดีกว่า ...ฉันอยากดื่มชะมัด”

 

แฮร์รี่อยากถามใจจะขาดว่าสามวันที่ผ่านมามัลฟอยหายไปไหน แต่เขารู้เสียงของเขาจะต้องฟังดูเหมือนคนที่ทั้งโกรธทั้งหึง ซึ่งเขาไม่พร้อมที่จะให้มัลฟอยรับรู้ ดังนั้นเขาแค่เดินตามัลฟอยเงียบๆโดยไม่พูดอะไร กวาดตามองร่่างบางที่ใส่ทั้งสูททั้งเสื้อคลุมแล้วรู้สึกอยากจะหาอะไรมาปกคลุมร่างกายของตัวเองบ้าง โดยเฉพาะเมื่อคิดว่าตอนนี้เขาใส่แค่บอกเซอร์เพียงตัวแล้วทุกครั้งที่อยู่ใกล้มัลฟอยร่างกายส่วนหนึ่งของเขาจะต้องตื่นเต้นแข็งขืน แค่คิดไอ้ส่วนนั้นก็เริ่มร้อนขึ้นแล้ว พระเจ้า ไม่ใช่ตอนนี้

 

มัลฟอยหยิบขวดเหล้าขึ้นมาสำรวจขณะที่แฮร์รี่พยายามจะแอบหลบเข้าไปในห้องนอน

 

“นายแต่งตัวดีแล้วพอตเตอร์ นายไม่จำเป็นต้องแต่งตัวเป็นทางการเพื่อเจอฉันหรอกน่า ฉันไม่อยู่นานหรอก”

 

แฮร์รี่ยอมนั่งลงอย่างไม่พอใจนัก ร่างสูงคว้าหมอนมาวางบนตัก...เผื่อเอาไว้น่ะ

 

“นายหายไปไหนมา” แฮร์รี่ถามออกในที่สุด พร้อมกับอยากจะกระแทกหัวเข้ากับกำแพงเพื่อทำโทษเหมือนพวกเอลฟ์ประจำบ้าน

 

มัลฟอยเดินเข้ามาพร้อมกับยื่นแก้วที่มีของเหลวใสให้แฮร์รี่ เขาดมแก้วที่รับมา ...วอดก้า.. ตาวาดมองมัลฟอยอย่างไม่แน่ใจ แต่เจ้าชายบ้านสลิธิรีนกลับแค่มองเขาเงียบๆขณะที่จิบวอดก้าในแก้วของตัวเอง สายตาท้าทาย ให้ตายสิ แฮร์รี่คิดแล้วกระดกแก้วดื่ม บังคับไม่ให้เขาคายเหล้าทิ้ง เขาไม่เคยชอบดื่มสักเท่าไหร่เลย

 

“ฉันไปฝรั่งเศษมา” มัลฟอยตอบมา

 

แฮร์รี่รอให้อีกคนอธิบายเพิ่มเติมหากแต่มัลฟอยกลับนิ่งเงียบอีกครั้ง พวกเขาได้แต่จิบเหล้าเงียบๆ แฮร์รี่ดื่มวอดก้าของเขาหมดก่อนจะเริ่มจะเทแก้วที่สองให้ตัวเอง คิดว่ารสชาติมันก็ไม่ได้แย่นักขณะที่ความร้อนของแอลกอฮอล์แผ่ซ่านไปทั่งร่างกาย

 

“ฝรั่งเศษเหรอ นายไปทำอะไรที่นั้น”

 

“ไปหาคู่หมั้น” คำตอบของมัลฟอยทำให้แฮร์รี่มืออ่อนปล่อยให้แก้วในมือร่วงลงพื้น ตามองต่ำตามจุดที่พรมเขาหกเลอะเทอะ แต่ความรู้สึกเจ็บแปลบแกมหงุดหงิดนั้นไม่ใช่เพราะเสียดายเหล้าหรอกนะ

 

มัลฟอยจุ๊ปากพร้อมกับร่ายคาถาเสกให้รอบเลอะหายไป ก่อนจะรินเหล้าอีกแล้วให้แฮร์รี่ ผู้ที่ยังคงก้มหน้า ...คู่หมั้น… คำๆนั้นเหมือนมันกระแทกทั้งร่างกายเขา เขาหายใจไม่ออก คิดอะไรไม่ได้ นอกจากคำว่า ...คู่หมั้น… คู่หมั้น ...คู่หมั้น

 

“เฮ้ย พอตเตอร์ นายเป็นอะไรรึเปล่าทำไมนายหน้าซีดขนาดนี้ห๋า”

 

แฮร์รี่รับแก้วที่มัลฟอยยื่นให้แล้วกระดกแก้วดื่มเหล้าอย่างเร็ว เขาอยากจะเมาชะมัด ...คู่หมั้น… แม่งเอ้ย ทำไมเขาถึงประหลาดใจกัน เขาหวังให้คนอย่างมัลฟอยเลิกกับคนรักเพราะเขาอย่างนั้นเหรอเพราะเขาต้องการมัลฟอย มัลฟอยไม่จำเป็นต้องทำเพื่อเขา แฮร์รี่เงยหน้ามองคนที่อยู่ในความคิด ตาสีเทามองเขากลับอย่างค้นหา ทำให้แฮร์รี่ต้องแสร้งยิ้มออกมา รู้ทั้งรู้ว่านั้นฝืนขนาดไหน

 

“ขอโทษที...ฉัน...ฉันไม่รู้ว่านายหมั้นแล้ว”

 

ตาสีเทาเป็นประกายวาบ “เข้าใจ เรื่องของฉันไม่ค่อยมีใครรู้หรอก ไม่มีใครสนใจข่าวเรื่องเกี่ยวกับตระกูลมัลฟอย” ...ไม่เหมือนเรื่องของนาย… ประโยคต่อที่แฮร์รี่เข้าใจโดยไม่ต้องพูด เขารู้สึกเย็นไปทั้งตัวแม้ว่าจะดื่มวอดก้าแค่ไหนแต่ความร้อนนั้นก็ไม่อาจขับไล่ความหนาวเย็นที่เกาะกุมทั้งร่างกายและจิตใจเขาได้เลย เขาอยากจะตะโกนด่าอีกคน ก่นถามว่านี้มันเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งเดียวที่แฮร์รี่ทำก็คือส่งของเหลวร้อนลงคอเขาอีกครั้ง

 

เสียงของมัลฟอยสงบและแฝงความอบอุ่นอย่างประหลาดเมื่อมัลฟอยเปิดปากขึ้นอีกครั้ง

“ฟังนะพอตเตอร์ นายไม่ต้องกังวลไปหรอก ฉันแน่ใจว่าคู่หมั้นของฉันจะไม่ห้ามเรื่องเล็กๆอย่างแค่ฉันมือหรือจูบนิดๆหน่อยๆ สิ่งเดียวที่จะห้ามก็คือไอ้ความยึดมั่นในความดีของกริฟฟินดอร์ของนายนั้นแหละ”

 

มือเรียวยื่นมาแตะแขนเขาส่งกระแสไฟฟ้าแห่งความรู้สึกให้มันท่วมท้นหลากเข้ามาในหัวแฮร์รี่ ทำให้เขาทำแก้วหล่นเป็นครั้งที่สองของวันนี้แล้ว แต่เขาไม่สนใจจะหยิบมันขึ้น เขาคว้ามือเรียวแล้วดึงร่างบางนั้นเขามาประชิดตัวก่อนจะประกบปากแล้วบดขยี้ปากอิ่มนั้น ครานี้รสชาติของมัลฟอยคือวอดก้าเจือด้วยเลือด เขาดูดกลืนรสชาติสุดพิเศษนั้น เขารู้ตัวว่าเขาทำให้ร่างบางเจ็บแต่เขาไม่สนใจ

 

ความต้องการดำมืดครอบคลุมจิตใจของแฮร์รี่ มือหนาลูบไล้ไปทั่วร่างกายของอีกคน ลากผ่านทุกโค้งทุกรอยบุ่มทุกอย่าง แต่นั้นมันยังไม่พอ นิ้วเขาพยายามแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตของอีกคน จนกระทั่งมันเปิดออก ปล่อยให้เขาได้สัมผัสผิวเนื้อเนียนข้างใต้

 

มัลฟอยครางออกมาเบาๆ เสียงนั้นเกือบจะทำให้แฮร์รี่ได้สติ แต่รสชาติของมัลฟอยกลับดึงสติเขาไปอีกครั้ง มีเพียงความสงสัยที่ทำไมมัลฟอยถึงไม่ต่อต้านเขา ความจริงที่มัลฟอยยินยอมให้เขาล่วงล้ำโดยไม่โต้แย้งก็เพียงพอที่จำให้แฮร์รี่จมดิ่งมากขึ้น มือค่อยๆลูบต่ำลงจากหน้าอกเนียนสู่กางกาง เคล้าคลึงส่วนความเป็นชายที่กำลังแข็งขืนของอีกคน แฮร์รี่อดยินดีไม่ได้ที่อีกคนก็รู้สึกเร่าร้อนไม่ต่างไปจากเขา

 

แฮร์รี่แหวกเปิดกางเกงของมัลฟอยอย่างช้าๆ ริมฝีปากยังคงอ้อยอิ่งจูบ มือของเขาเลื่อนไปเกาะกุมส่วนอุ่นร้อน เขาต้องหยุดจูบเพราะเมื่อได้สัมผัสมัลฟอยแบบนี้ความรู้สึกท่วมท้นทำให้เขาแทบหายใจไม่ออก ชายผมดำดันตัวขึ้นมองร่างข้างใต้ เขาไม่เคยต้องการอะไรมากเท่ากับที่เขาต้องการร่างบางที่หายใจหนักหน่วงอยู่ใต้ร่างเขา ตาสีเทาปิดสนิท ฝันขาวขบบนริมฝีปากที่แดงช้ำ ผมสีเงินยุ่งเหยิงกระจายรอบกรอบหน้า ทุกอย่างของมัลฟอยทำให้แฮร์รี่แทบเป็นบ้า เขาอยากจับ อยากสัมผัส

 

เสื้อเชิ้ตของมัลฟอยหลุดรุ่ย ตาของเขาชื่นชมแผงอกแกร่ง ก่อนจะเลื่อนลงมาที่ส่วนแก่นกายของมัลฟอยที่อยู่ในมือเขา ร่างบางแอ่นตัวขึ้นราวกับต้องการเขามากขึ้นอีก

 

“นายสวยจริงๆเลย” แฮรืรี่พึมพัมเบาๆ ก่อนจะก้มจูบมัลฟอยอีกครั้ง

 

มือของมัลฟอยวางนิ่่งบนโซฟา ไม่ยอมสัมผัสแฮร์รี่ ซึ่งสำหรับเขาแล้วมันไม่สำคัญ ไม่ว่ามัลฟอยจะทำอะไรกับมือก็ไม่สำคัญทั้งนั้นตราบใดที่เขาไม่ได้ใช้มือนั้นผลักแฮร์รี่ออกไป และถ้าให้เดาจากเสียงครางของมัลฟอยความคิดที่จะผลักไสแฮร์รี่คงเป็นสิ่งสุดท้ายในใจเขา แฮร์รี่ขยับมือเร็วขึ้นตามจังหวะหายใจของมัลฟอย ในหัวเขาว่างเปล่ามีเพียงความรู้สึกที่บอกเขาว่าทุกอย่างมันช่างสมบูรณ์แบบ

 

เขาจูบไล่ตามสันกรามของอีกคนมาถึงลำคอขาวเนียน ก่อนจะเลื่อนตัวลงมาประกบไล่พรมจูบบนหน้าอก ลิ้นเลียตุ่มสีเข้มบนหน้าอกทีละข้าง ดูดเม้มจนส่วนอ่อนไหวนั้นแข็งขืน

 

“จะถึงแล้ว” มัลฟอยครางกระเส่า

 

“ห้ามเด็ดขาดนะ” แฮร์รี่กระซิบ ก่อนจะขยับตัวต่ำแล้วเลียแก่นกลางกายของอีกคนก่อนจะใส่เข้าไปในโพรงปาก มัลฟอยร้องไม่เป็นภาษาก่อนจะปลดปล่อยของเหลวอุ่นร้อนเข้ามาในปากแฮร์รี่ ร่างบางตัวสั่นใต้ร่างเขา ทุกสัมผัสส่งความรู้สึกลึกซึ้งตรงเข้าไปในสมองแฮร์รี่ ของฉัน แฮร์รี่คิดขณะที่ร่างกายของไปถึงอีกฝั่ง มันไม่เหมือนความรู้สึกครั้งไหนๆ

 

เขาจูบร่างบางตั้งใจจดจำทุกรสทุกสัมผัส และในที่สุดมัลฟอยก็ยกมือขึ้นแตะเขา มือเรียวยกขึ้นแล้ววางลงบนผมเขาเบาๆ

 

แฮร์รี่รอให้ความรู้สึกเกลียดและโกรธตัวเองจากสมองส่วนที่ปกติของเขากลับมา แต่ไม่ว่านานแค่ไหนสิ่งเดียวที่เขาคิดได้ก็คือความสุขสม ร่างกายเขาเหมือนถูกห่อหุ้มด้วยความอบอุ่นจากร่างกายของมัลฟอยและถูกกล่อมด้วยเสียงหายใจเป็นจังหวะ ...เขาไม่อยากจะขยับเขยื้อนตัวจากตรงนี้แม้แต่สักนิดเดียว

 

###

 

อาการเมาค้างของแฮร์รี่นั้นแย่สุดๆ ทันทีที่เปิดตาเขาก็รู้สึกเหมือนมีใครเทถ่านร้อนๆผ่านเข้ามาทางตาเขา เขาต้องรีบปิดตาแล้วควานหาไม้กายสิทธิ์ที่โชคดีที่อยู่บนโต๊ะข้างเตียง

 

เขาร่ายคาถาเรียกหายาวิเศษไล่อาการเมาค้างที่เขามีเก็บเอาไว้เพื่อวันที่เขาเมาเละแบบนี้ ซึ่งปกติมักจะเป็นเช้าหลังจากออกไปเที่ยวกับเชมัสและดีน เขาต้องร่ายคาถาถึงสองครั้ง เสียงของเขาแหบห้าวเหมือนเสียงของอลาสเตอร์ มู้ดดี้ไม่มีผิด

 

ขวดยาลอยมาในมือเขาและแฮร์รี่รีบดื่มมันโดยไม่แม้แต่จะอ่านฉลาก ยาวิเศษส่งผลทันที เขาตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าพร้อมกับรู้สึกอยากจะปัสสาวะเป็นที่สุด เขารีบวิ่งเข้าห้องน้ำเพื่อขับถ่ายไล่พิษแอลกอฮอล์ให้หายไปจากร่างกายเขา

 

ทันทีที่เดินกลับมาที่ห้องนอนแฮร์รี่ก็รู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ โชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุดเพราะนี้ก็สายเต็มแก่แล้ว เขาเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นแล้วต้องหยุดนิ่งทันทีที่สายตาเหลือบไปเห็นโซฟากลางห้อง ...เจ้าเครื่องแต่งห้องสีเข้มเหมือนจะบังคับให้เขาต้องทำอะไรสักอย่างกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน

 

ชายหนุ่มเดินไปนั่งบนโซฟา ในใจหวนคิดถึงทุกวินาทีของเรื่องเมื่อคืน ลำคอของเขาตีบตัน มือลูบไปตามโซฟาจุดที่มัลฟอยนอนทอดอยู่เมื่อคืนโดยไม่รู้สึกตัว และทันทีที่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่แฮร์รี่ก็รีบหยุดทันที เขาไม่รู้สึกอับอายหรืออะไรที่จู่โจมเจ้าชายบ้านสลิธิรีนเช่นนั้น ที่เขารู้สึกคือความอัศจรรย์ใจ เขาไม่แคร์อีกแล้วที่สายเลือดวีล่าบังคับให้เขาต้องตกอยู่ภายใต้มัลฟอยเพราะตอนนี้ความรู้สึกของเขาที่มีต่อร่างบางนั้นเปลี่ยนแปลงไปแล้ว

 

เขาคิดถึงมัลฟอย เขาอยากจะกอดอยากสัมผัสร่างบาง เขาอยากจะมองผมสีเงินส่องประกายในแสงแดด เขาอยากจะได้ยินเสียงพูดยานคางที่แสนจะน่ารำคาญนั้น เขาอยากจะลิ้มรสของผิวนิ่มและลำคอขาว

 

ในที่สุดเขาก็เข้าใจ ...เขาตกหลุมรักเดรโก มัลฟอยเข้าแล้ว

 

เดรโก มัลฟอยที่มีคู่หมั้นอยู่แล้ว

 

ทันทีที่คิดเช่นนั้นความรู้สึกกลัวแทบเป็นบ้าก็พุ่งขึ้นมาในใจเขา เขาต้องหลับตาแล้วคิดถึงหน้าเฮอร์ไมโอนี่พลางได้ยินเสียงเธอพูดอย่างมีเหตุมีผลเหมือนเดิมว่า สู้เพื่อสิ่งที่นายต้องการสิแฮร์รี่ นายเคยทำสิ่งที่ทุกคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้สำเร็จมาแล้วนะ

 

แฮร์รี่ลืมตาขึ้น คู่หมั้นของมัลฟอยอยู่ที่ฝรั่งเศษส่วนแฮร์รี่อยู่ที่นี่ ตรงนี้ บางทีมันอาจจะโง่เง่าที่คิดจะลองพยายาม แต่เขาต้องการมัลฟอย และเขาจะไม่ยอมแพ้โดยไม่ลองทำอะไรเลย

 

###

 

แฮร์รี่ไม่เห็นจดหมายที่วางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือจนกระทั่งเขาอาบน้ำแต่งตัวและกินข้าวเสร็จนั้นแหละ จดหมายนั้นจ่าหน้าถึงเขาด้วยลายมือเป็นระเบียบของมัลฟอย

 

ถึงพอตเตอร์

 

การตัดสินใจที่จะไปเยี่ยมนายเมื่อคืนส่งผลที่ดีมาก

 

แฮร์รี่ยิ้มกว้าง เขาแทบจะได้ยินเสียงยานๆของมัลฟอยพูดใส่หูเขาขณะที่เขาอ่านจดหมาย

 

ฉันทำเพราะฉันมีความรับผิดชอบและหน้าที่ หน้าที่ที่แม้ยากเย็นแต่ฉันได้รับผลตอบแทนเป็นอย่างดี พูดอย่างนี้แล้วฉันเกือบจะฟังดูเหมือนกริฟฟินดอร์เลยว่าไหม

แฮร์รี่หัวเราะ แต่ความรู้สึกขำขันมลายหายไปทันทีที่เขาอ่านประโยคถัดไป

 

แล้วนี้ฉันขอแนบใบเรียกเก็บเงินมาด้วยเลยแล้วกัน

 

จูบด้วยลิ้น - 7 ครั้ง ครั้งละ 100 เกลเลียน รวม 700 เกลเลียน

ลูบไล้เต็มมือ (โดยประมาณ) - 20 ครั้ง ครั้งละ 10 เกลเลียน รวม 200 เกลเลียน

ใช้มือทำ (ลดราคาให้) - 1 ครั้ง ครั้งละ 100 เกลเลียน รวม 100 เกลเลียน

ทั้งหมดรวมเป็น 1,000 เกลเลียน




แฮร์รี่ทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ เข่าเขาอ่อนแทบไม่มีแรง สายตาพร่ามัว และเขารู้สึกเหมือนเป็นไอ้โง่ที่หน้ามืดตามัวให้กับความรักที่ไม่มีหวัง

 

ตลอดเวลามัลฟอยก็แค่ทำไปเพื่อเงินเท่านั้น ทุกจูบ ทุกสัมผัส ทุกอย่างเป็นแค่หนทางเพื่อที่จะได้เหรียญทองเกลเลียนเพิ่ม แฮร์รี่กัดฟันสู้กับอาการคลื่นไส้ แต่เขาไม่อาจห้ามเสียงสะอื้นจากลำคอได้

 

เขาก้มหน้าลงหลับตา บังคับให้ร่างกายหายใจลึกๆ เขารู้สึกเหมือนทั้งโลกกำลังถล่มแล้วเขาติดอยู่ในหลุมที่ไม่สามารถหนีไปได้

 

หลังจากเวลาผ่านไปเนิ่นนาน ในที่สุดเขาหายใจได้ปกติอีกครั้ง พร้อมเข้าใจแล้วว่าเขามันเป็นไอ้งั่งตัวหนึ่งเท่านั้น ใช่เขารักเดรโก มัลฟอย และก็ใช่อีกเช่นกันที่คนอย่างเดรโก มัลฟอยไม่มีวันรักเขาตอบ ความคิดเหมือนเป็นคาถากรีดแทงร่ายใส่หัวใจของเขา มันทั้งเจ็บ ทั้งทรมาณ ทำไมเขาต้องรักคนแบบนั้นด้วย คนที่ไม่มีวัน...ไม่มีวัน...จะรักเขาตอบได้เลย

 

คิดแล้วแฮร์รี่ก็ผุดลุกขึ้น ความเจ็บปวดทั้งหมดแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง

….ไอ้สายเลือดวีล่าเฮงซวย... เขาทนมามากพอแล้ว เขาจะไม่ยอมให้มันมาควบคุมชีวิตเขาอีกเด็ดขาด ไม่ว่ายังไงเขาจะต้องหาทางกำจัดไอ้สิ่งนี้ออกไปจากชีวิตเขาให้ได้ เขายอมตายดีกว่าให้คนอย่างมัลฟอยมาหัวเราะเยาะเขา ร่างสูงขยำจดหมายในมือทิ้ง แล้วเอื้อมหยิบกระดาษและปากกาขนนกมาเขียนข้อความสั้นๆสามฉบับ ฉบับหนึ่งส่งถึงธนาคารกริงกอตต์เพื่อจ่ายเงินให้มัลฟอย อีกฉบับถึงคิงส์ลีย์ขอลาหยุดโดยไม่มีกำหนด และสุดท้ายส่งถึงเฮอร์ไมโอนี่พยายามจะอธิบายโดยไม่ลงรายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้น

 

เมื่อนกฮูกของเขากลับมาจากส่งจดหมายสองฉบับแรก เขาก็ส่งมันไปหาเฮอร์ไมโอนี่ ก่อนจะล๊อคแฟลตแล้วหายตัวไป

 

###

 

อียิปต์นี้ช่างห่วยสิ้นดี แฮร์รี่ไม่เคยคิดว่าโลกนี้จะมีที่ไหนร้อนได้ขนาดนี้ อากาศแบบนี้มันดูดพลังงานของเขาไปจนหมด แม้แต่ตอนที่เขาแทบไม่มีพลังชีวิตเพราะเขาไม่ได้เจอมัลฟอยมานานเหลือเกิน

 

แฮร์รี่เหนื่อยจนไม่อยากสนใจไอ้ภารกิจที่เขาจะทำแล้ว การค้นคว้านำเขามาสู่อียิปต์..ประเทศต้นกำเนิดของวีล่า...ภาพวาดของมนุษย์มีปีกถูกเขียนเด่นชัดทั้งในวิหารและสุสานต่างๆ โชคดีที่ในฐานะมือปราบมารเขาได้เรียนรู้คาถานักแปล ดังนั้นเขาจึงเข้าใจภาพเขียนเฮโรกราฟได้โดยไม่ยาก แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ภารกิจเขาง่ายขึ้นเลย เขาได้เรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับวีล่า แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ยังไม่พบวิธีที่จะหาทางตัดสัมพันธ์กับคู่ชีวิตได้เลย

 

มันเหมือนกับทุกคนในโลกเวทมนตร์เชื่อว่าการได้เป็นคู่ชีวิตของวีล่านี้ช่างเป็นสิ่งวิเศษและแสนจะมีเกียรติ ดังนั้นจึงไม่มีใครคิดที่จะหาทางทำลายสัมพันธ์นั้น ...เพราะว่าไม่เคยมีใครในประวัติศาสตร์ที่ต้องมีคู่ชีวิตเป็นเดรโก มัลฟอยน่ะสิ...แฮร์รี่คิดอย่างหงุดหงิด

 

แฮร์รี่มองกำแพงและภาพเขียนบนนั้นอย่างเหนื่อยอ่อน เขาแทบไม่มีแรงทำอะไรแล้ว ภาพตรงหน้าเป็นพิธีกรรมบางอย่างของวีล่าที่ไม่มีความสำคัญอะไรกับเขา เขาพยายามเหลือเกินที่จะไม่คิดถึงมัลฟอย แต่หากความทรงจำของคืนสุดท้ายที่พวกเขาใช้เวลาด้วยกันกลับแจ่มชัดทุกครั้งที่เขาเพียงหลับตา บางครั้งเขารู้สึกเหมือนด้านที่เป็นวีล่าของเขาเหมือนไม่ใช่ตัวเขา มันมีชีวิตจิตใจของมันเอง และมันต้องการให้เขารีบกลับไปหาผู้เสพความตายผมทองคนนั้น

 

เขารู้ดีว่านั้นไม่ใช่เรื่องจริง วีล่าเป็นส่วนหนึ่งเขาตัวเขา มันเพียงแต่เป็นฮอร์โมนที่ควบคุมไม่ได้ และสมองโง่ๆของเขาที่ดันไปรักคนอย่างเจ้าชายน้ำแข็งที่ไม่เคยคิดถึงใครนอกจากตัวเอง

 

ร่างสูงพยายามดันตัวขึ้น เขาควรจะกลับไปที่โรงแรม แต่เขาเหนื่อยเหลือเกิน เขาไม่มีแรงแม้แต่จะหายตัว เขาไม่ได้เจอมัลฟอยมาเกือบสองสัปดาห์แล้ว เรี่ยวแรงและพลังงานของเขามันแทบจะไม่มีเหลือ สิ่งเดียวที่เขาอยากทำก็คือนอนลงตรงนี้แล้วปล่อยให้ชีวิตของเขาสลายไปกับฝุ่นทราย บางทีในอีกสองสามพันปีให้หลังคงมีพ่อมดนักโบราณคดีสักคนที่จะศพแห้งเหี่ยวของเขาข้างๆไม้กายสิทธิ์

 

“ไม่เอาน่าแฮร์รี่ นายคิดอย่างนั้นได้ยังไง” เขาถามตัวเอง

“นายฆ่าโวลเดอร์มอร์ ปกป้องโลก เป็นมือปราบมาร แล้วนายจะต้องไม่ยอมแพ้ไม่ว่ามันจะยากเย็นสักแค่ไหน”

 

แต่ไม่ว่าจะพยายามพูดกับตัวเองสักเท่าไหร่มันก็ไม่มีผล ลมพัดแรงพาทรายให้กลบร่างเขาทีละนิด แต่เขาไม่สนใจ เขาเหนื่อยเหลือเกินสิ่งเดียวที่เขาอยากทำก็คื่อนอนหลับซะ ให้ความมืดพาเขาไป ให้เขาได้ลืมความทรมาณและนรกบนดินที่เขาต้องเผชิญอยู่ทุกวัน

 

และแฮร์รี่แน่ใจว่าเขาต้องหลับไปแล้วแน่ๆ เขาถึงฝันแบบนี้ เขาฝันว่ามัลฟอยกอดเขาไว้แน่น ฝันถึงร่างอบอุ่นของเดรโก และเสียงนุ่มกระซิบลงข้างหูเขา “นายเป็นคนที่โง่ที่สุดในโลกเลยรู้ไหม”

 

อย่างน้อยเขาก็อุ่นใจได้ว่าแม้แต่ในความฝัน มัลฟอยของเขาก็ปากร้ายไม่เปลี่ยนสักนิด

 

###

 

แต่ความฝันนั้นไม่จบลงง่าย แฮร์รี่ยังรู้สึกถึงร่างกายของเดรโกขณะอีกคนกอดเขา...ต้องเป็นภาพหลอนแน่ๆ...ภาพหลอนก่อนความตาย อย่างน้อยๆมันก็ไม่ได้แย่หรอกนะ ร่างเดรโกอบอุ่น มือเรียวเลื่อนไล่ไปตามตัวเขาก่อนจะหยุดและกุมมือเขาไว้

 

ริมฝีปากร้อนจู่โจมต้นคอเขา ขบเม้มเบาๆ

 

“พักซะ” มัลฟอยพูดเบาๆ “นายจะต้องไม่เป็นไร”

 

“ไม่เอา ไม่อยากจะต้องไม่เป็นไร” แฮร์รี่พึมพำกลับไป “อยากจะต้องไม่ให้นายไปไหน”

 

“นายนี่มันบ้าจริงๆเล้ย” มัลฟอยตอบกลับ แฮร์รี่ได้แต่ยิ้มแล้วหลับฝันไปอีกครั้ง

 

คราวนี้ในฝันเขาเร่าร้อนจนแทบละลาย มือเรียวลูบไล้ผิวหนังเขา เลื่อนต่ำลงผ่านหน้าท้องจนถึงขอบกางเกง ตามมาด้วยลิ้นที่ตวัดเลียไล้ ขบเม้มติ่งไตบนหน้าอก จุดไฟในตัวเขาให้โหมกระพือก่อนที่เจ้าของจะเลื่อนตัวลงมาหยุดที่ตรงจุดที่มือวางเอาไว้ ห่างจากส่วนอ่อนไหวของเขาเพียงนิดเดียว

 

มัลฟอย - นี้ต้องเป็นมัลฟอยแน่ๆ ไม่มีใครอีกแล้วที่แฮร์รี่ฝันถึงแบบนี้ สัมผัสที่ทำให้ทั้งร่างเขาร้อน ในฝันเขาเห็นมัลฟอยหัวเราะเบาๆขณะแนบหน้าลงกับหน้าอกของเขา ส่วนเขายิ้มให้กับร่างบางที่ใช้ทั้งมือทั้งปากปรนเปรอความสุขให้กับร่างกายเขา

 

ทันใดนั้นริมฝีปากนุ่มๆก็ลงมาทับปิดริมฝีปากเขา แฮร์รี่ตอบรับอย่างยินดี และเขาคิดว่าไม่มีอะไรในโลกนี้ที่เยี่ยมเท่ากับสิ่งที่เกิดกับเขาตอนนี้อีกแล้ว… เว้นแต่สิ่งที่กำลังจะตามมา

 

เขาร้องครางเมื่อความสุขสมฉุดกระชากเขา มือของมัลฟอยไม่ได้ชะลอลงเลย มือเรียวนั้นยังคงจับส่วนอ่อนไหวของเขาเอาไว้ ขณะที่มันสั่นระริกปลดปล่อย ริมฝีปากนิ่มคู่นั้นก้มลงจูบเขาอีกครั้งก่อนเจ้าของร่างจะขยับตัวออก ...แฮร์รี่ได้แต่คิดในใจว่านี้ต้องเป็นความฝันที่หื่นที่สุดของเขา และยังเสมือนจริงที่สุดอีกด้วย

 

“คิดยังไงกับวิธีปลุกของฉันหืม” มัลฟอยพูดยิ้มๆเมื่อแฮร์รี่เปิดตาขึ้น ตาสีเทาเป็นประกายสวยเหมือนที่เขาจำได้ไม่มีผิด

 

“นี้ต้องเป็นฝันดีที่สุดของฉันแน่ๆ” แฮร์รี่พูดออกมา ก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงตัวเอง เสียงของเขาแหบ… แปลกจังเขาไม่เคยฝันว่าตัวเองเสียงแหบมาก่อน

 

“นี้ไม่ใช่ฝันพอตเตอร์” มัลฟอยพูด

 

แฮร์รี่มองรอบๆ สมองเขาเริ่มทำงานแล้ว นี้ไม่ใช่ห้องของเขา แต่การตกแต่งนี้ไม่ต่างจากโรงแรมของเขาเท่าไหร่

 

“ฉันยังอยู่ในอียิปต์” แฮร์รี่อย่างไม่แน่ใจ  

 

เรายังอยู่ในอียิปต์ แต่ไม่ใช่ที่เส็งเคร๊งใกล้ๆกิซ่า พวกเราอยู่ที่โรงแรมในอเล็กซานเดรีย ฉันไม่ยอมพักในโรงแรมที่ไม่มีเอลฟ์ประจำบ้านเด็ดขาด”

 

แฮร์รี่หลับตาข่มใจและกายตัวเองไม่ให้ทำอะไรบ้าๆ อย่างชกหน้ามัลฟอย หรือดึงมัลฟอยเข้ามาจูบ

 

“นายมาที่นี่ทำไม” แฮร์รี่ถามเสียงสั่น แม้จะไม่เห็นแต่แฮร์รี่รู้สึกถึงคาถาที่มัลฟอยร่ายทำความสะอาดคราบที่เปรอะเปื้อนบนหน้าท้องเปลือยของเขา นั้นทำให้แฮร์รี่อดหน้าแดงไม่ได้ เขารีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัว เขาได้ยินเสียงฝีเท้ามัลฟอยเดินตามมาด้วยเสียงแก้วน้ำกระทบกัน

 

“ดื่มนี้ซะ” มัลฟอยยื่นแก้วน้ำมาให้เขา

“นายขาดน้ำมาก ซึ่งเป็นผลกระทบที่ไม่น่าประหลาดใจเพราะนายดันเล่นเข้าไปในสุสารโบราณโดยไม่แม้แต่จะเตรียมเสบียงหรือน้ำไปด้วย”

 

แฮร์รี่เปิดตาแล้วรับแก้วน้ำมาดื่ม ให้ตายสิเขากระหายน้ำสุดๆ ทันทีที่เขาดื่มหมดแก้วมัลฟอยก็เติมน้ำให้เขาอีกแก้ว และแฮร์รี่ก็ดื่มแก้วนั้นด้วย

 

“ฉันหลับไปนานแค่ไหน”

 

“สองวัน” มัลฟอยพูดพร้อมกับรับแก้วน้ำกลับมาวางบนโต๊ะข้างเตียง

“นายคงหิวน่าดู นี้เดินไหวไหม”

 

แฮร์รี่ทำหน้าเบ้ใส่แล้วก้าวลงจากเตียง แต่ทันทีที่เขายืดตัวตรงภาพตรงหน้าเขาก็พร่ามัว มัลฟอยต้องรีบเข้ามาประคองเขาก่อนที่เขาจะล้มลง

 

“นายมันงี่เง่า” มัลฟอยพูดเบาๆ แฮร์รี่อยากจะมีแรงสะบัดมัลฟอยออกแต่สัมผัสของมัลฟอยมันชช่างดีเหลือเกิน เขาเอนตัวพิงอีกคนปล่อยให้ไออุ่นจากกายมัลฟอยล้อมรอบตัวเขา

 

“อย่าดื้อ เราต้องแต่งตัวแล้วไปหาอะไรกิน” มัลฟอยพูดแล้วพยุงเขากลับไปที่เตียง

 

แฮร์รี่นั่งเงียบๆบนเตียง แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่มัลฟอยหามาให้ และเมื่อเขายืนขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่มีอาการเวียนหัวเหมือนเดิมอีกแล้ว

 

เมื่อพวกเขาเดินออกจากห้อง แฮร์รี่ก็สังเกตุว่าห้องที่เขาอยู่นั้นเหมือนเป็นห้องสูทขนาดใหญ่ท่าทางราคาแพง และที่สำคัญมีแค่เพียงเตียงเดียวในห้องนั้น นี้มัลฟอยนอนเตียงเดียวกับเขาตลอดสองคืนที่ผ่านมาเลยเหรอ ..ความคิดที่ว่าทำให้แฮร์รี่รู้สึกดี...ก่อนจะโกรธที่ตัวเองคิดอย่างนั้น

 

“คราวนี้ฉันต้องจ่ายนายเท่าไหร่” แฮร์รี่ถามออกมา

 

“อย่าลดค่าสิ่งที่ฉันเพื่อนายโดยการพยายามคิดราคาให้กับมัน” มัลฟอยพูดโกรธๆ

 

“ตอบมา” แฮร์รี่เค้นเสียง คนที่คิดราคากับทุกอย่างน่ะไม่ใช่เขาแต่เป็นมัลฟอยต่างหาก

“เท่าไหร่”

 

“ฉันไม่คิดราคานาย คราวนี้ฉันทำเพราะฉันอยากช่วยนาย”

 

“คนไม่มีหัวใจอย่างนายเนี้ยจะอยากช่วยคนอื่น”

 

มัลฟอยยิ้มเหยียด

“อยากคิดยังไงก็ตามใจ” พูดจบร่างบางก็หายตัวพาพวกเขาสองคนมาหยุดที่ตลาดใหญ่พลุกพล่าน แฮร์รี่คิดว่านี้เป็นตลาดของมักเกิลจนกระทั่งเขาเห็นหมวกทรงสูงหรือเสื้อคลุมนั้นแหละ คนอย่างมัลฟอยไม่มีวันมาเดินตลาดมักเกิลเด็ดขาด

 

มัลฟอยซื้ออาหารหลายอย่างที่แฮร์รี่ไม่รู้จัก ก่อนจะหายตัวพาพวกเขาไปที่ชายหาด ริมหาดมีที่นั่งสำหรับชมวิวเวิ้งน้ำสีฟ้าสดของทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน พวกเขานั่งลงที่ม้านั่ง มองพระอาทิตย์ตกดินและกินอาหารเงียบๆ

 

ทันทีที่ทานเสร็จแฮร์รี่ก็ลุกขึ้น เขาอยากรู้ว่าทำไมมัลฟอยมาตามหาเขาแต่เขาไม่คิดว่าเจ้าตัวจะตอบเขาตรงๆหากเขาถามออกไป แฮร์รี่ออกเดินไปตามสะพานที่ทอดยาวลงไปในทะเล เสียงคลื่นดังเป็นระยะ สายตาแฮร์รี่อดมองกลับไปที่มัลฟอยไม่ได้ ผมสีเงินนั้นเป็นประกายสะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามอัสดง...สวยเหลือเกิน… เขาอยากจะเดินเข้าไปสัมผัส แต่…

 

ทันใดนั้นมัลฟอยก็เดินเข้ามาหาเขา ตาสีเทามองตามดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้า ก่อนจะหันมาสบตากับเขาเนิ่นนาน ก่อนจะยื่นมือให้แฮร์รี่จับเพื่อหายตัวกลับไปที่โรงแรมอีกครั้ง

 

###

 

“ฉันจะอ่านอะไรสักหน่อยนะ” มัลฟอยพูดออกมาเหมือนเขาคิดว่าแฮร์รี่กำลังรอให้เขาเข้านอนพร้อมกัน แฮร์รี่พยักหน้าตอบรับ เขาบังคับไม่ให้ตัวประหลาดใจกับการกระทำใดๆของมัลฟอยอีกแล้ว

 

สุดท้ายแฮร์รี่ก็ไม่รู้ว่ามัลฟอยได้ขึ้นนอนกับเขารึเปล่า เพราะเมื่อเขาตื่นขึ้นในเช้ารุ่งขึ้นมัลฟอยก็หายไปจากห้องเสียแล้ว ห้องเงียบสงัดไร้แววเจ้าของร่างผมบลอนด์ราวกับว่าสิ่งที่เกิดกับเขาเมื่อวานคือความฝัน สิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้ว่าไม่ใช่ฝันก็คือห้องหรูที่เขานอนอยู่นั้นเอง แฮร์รี่ลุกขึ้นอาบน้ำและโกนหนวด เมื่อเขาออกมาจากห้องน้ำร่างบางก็กลับมาแล้วพร้อมกับยื่นขนมอบหอมกรุ่นใส่มือแฮร์รี่ทันทีที่เห็นหน้าเขา

 

“เราต้องไปกันแล้วพอตเตอร์ ถ้านายยังคิดจะทำภารกิจบ้าๆของนายต่อฉันเสนอให้อย่างน้อยๆเราหาข้อมูลในที่ที่ถูก ...อย่างห้องสมุด... โดยเฉพาะตอนนี้พวกเราอยู่ที่อเล็กซานเดรีย เมืองแห่งห้องสมุดอเล็กซานเดรีย”

 

“แต่ห้องสมุดนั้นถูกเผาไปแล้วนี้”

 

“นั้นมันส่วนของมักเกิลต่างหากที่ถูกเผา นี้นายตกวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์รึยังไงเนี้ย” มัลฟอยยิ้มกวนก่อนพูดต่อ “ห้องสมุดของพวกผู้วิเศษอยู่ใต้ดินและยังปลอดภัยดีจนถึงสมัยนี้”

 

แฮร์รี่ถอนหายใจอย่างโล่งอกขณะที่มัลฟอยยิ้มกว้าง ก่อนร่างบางจะดึงตัวแฮร์รี่เข้ามาใกล้เพื่อหายตัวไปด้วยกัน และคราวนี้แฮร์รี่ไม่ฝืนความต้องการของตัวเองที่อยากจะเอนตัวพิงร่างนั้น  

พวกเขามาปรากฎตัวที่ห้องโถงใหญ่ ที่แฮร์รี่ไม่แน่ใจว่าเขามาถูกรึเปล่า เพราะห้องนั้นมืดสนิทยกเว้นแต่เพียงโคมไฟเหนือโต๊ะตัวเล็กๆ มัลฟอยเดินตรงเข้าไปหยุดหน้าโต๊ะดังกล่าวคุยกับแม่มดที่ดูมีอายุพอๆกับห้องสมุดแห่งอเล็กซานเดรีย

 

“ตามมาพอตเตอร์” มัลฟอยพูดอย่างเร็ว

“เกอร์ทรูดที่รักบอกทางไปเขตหนังสือสำหรับวีล่าแล้ว” หนุ่มผมบลอนด์หันกลับไปส่งจูบให้แม่มดสูงวัยอีกครั้ง ซึ่งทำให้แฮร์รี่อดจะหึงไม่ได้ ให้ตายสินี้เขาหึงคุณยายเหรอเนี้ย เขาบ้าไปแล้ว บ้าไปแล้วจริงๆ

 

เขาเดินตามมัลฟอยผ่านความมืดมีแสงสว่างเดียวคือไม้กายสิทธิ์ของมัลฟอย แฮร์รี่รู้สึกเหมือนเขาเดินมาเป็นชาติก่อนที่จะถึงโต๊ะยาวที่เต็มไปด้วยโคมไฟ แสงสว่างจากโคมไฟเผยให้เห็นชั้นหนังสือเรียงรายท่ามกลางความมืดมิด

 

“เอ้านั่งลงสิพอตเตอร์” มัลฟอยสั่งเขาเหมือนกับสั่งลูกหมายังไงอย่างงั้น

“แล้วนายก็กินขนมที่ฉันอุตส่าห์ไปซื้อให้ได้แล้ว ฉันไม่อยากให้นายมาเป็นลมใส่อีกรอบ”

 

พูดจบมัลฟอยก็หันหลังเดินไปในความมืดทิ้งให้แฮร์รี่นั่งคนเดียว เขาทำหน้าบึ้งมองขนมในมือก่อนจะกัดลงไป ...หวานเจี๊ยบ… แต่เขาก็กินขนมนั้นจนหมดก่อนที่มัลฟอยก็เดินกลับมา

 

พวกเขานั่งเงียบๆอ่านเกี่ยวกับตำนานวีล่าจนกระทั่งแฮร์รี่อยากจะลุกตะโกนลั่นมาเขาเบื่อสุดๆ สิ่งเดียวที่หยุดเขาอยู่คือมือเรียวที่คอยเลื่อนมาสัมผัสตัวเขาเป็นระยะ สัมผัสนั้นทำให้ความรู้สึกปวดหัวหนึบหายวับไปทันที

 

สุดท้ายแฮร์รี่ก็เลิกอ่าน แล้วแค่แกล้งทำเป็นมองม้วนกระดาษ แล้วนั่งรอสัมผัสของมัลฟอยอย่างใจจดใจจ่อ เขาเกลียดตัวเองชะมัดที่ทำตัวต้องการมัลฟอยขนาดนี้

 

“นี้นายไม่ได้อ่านแล้วใช่ไหมพอตเตอร์” มัลฟอยถามในที่สุด แฮร์รี่หน้าแดงแป๊ดพยายามทำเป็นพลิกหน้ากระดาษ เขาอยากจะบอกว่านั้นเป็นความผิดของนายนั้นแหละ แต่เขากลัวว่าถ้าพูดเช่นนั้นมัลฟอยจะลุกไปเสีย… ซึ่งเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาอยากให้เกิด

 

“เจ้าบ้าเอ้ย” มัลฟอยพูดเบาๆ น้ำเสียงบ่งบอกว่าไม่ได้หมายความเช่นนั้นจริงๆ ก่อนจะยื่นมามาแตะแฮร์รี่อีกครั้งแถมโน้มตัวเขามาจูบด้วย มัลฟอยจะดุจะด่าเขายังไงก็ได้ถ้าหากทุกครั้งตามมาด้วยสัมผัสและจูบแบบนี้ แต่แล้วมัลฟอยก็ปล่อยเขาก่อนที่สมองแฮร์รี่จะหยุดทำงานและกดมัลฟอยลงกับพื้นซะตอนนั้น แต่มันก็เกือบๆแล้ว แฮร์รี่หายใจหอบกำมือแน่นเพื่อควบคุมตัวเอง

 

ร่างบางลุกขึ้นอีกครั้งแล้วเดินกลับไปที่ชั้นหนังสือแล้วกลับมาพร้อมหนังสืออีกกองใหญ่ ก่อนจะลงมืออ่านต่อเหมือนกับว่าเรื่องเมื่อกี้ไม่ได้เกิดขึ้น ในที่สุดหัวแฮร์รี่ก็หายหมุน หลังจากเหลือบมองร่างบางเขาก็ตั้งใจอ่านต่อบ้าง

 

สองสามชั่วโมงผ่านไป คราวนี้ไม่มีอะไรหยุดความหงุดหงิดของแฮร์รี่ได้อีกแล้ว

“นี้มันอะไรวะเนี้ย” เขาตะโกนออกมาอย่างหงุดหงิด

“หนังสือห่านี้ทุกเล่มบอกเหมือนกันหมด การได้ผูกสัมพันธ์เป็นคู่ชีวิตกับวีล่าเป็นเกียรติอันสูงยิ่ง การมีสายเลือดวีล่าคือพรวิเศษ พิธีกรรมของวีล่านั้นศักดิ์สิทธิ์ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมีใครคิดจะต่อสู้กับเรื่องไร้สาระนี้”

 

มัลฟอยถอนหายใจ

“พวกกริฟฟินดอร์ไม่ชอบที่มืดสินะ มาเถอะออกไปจากที่นี่ก่อนที่นายจะเริ่มคลุ้มคลั่งทำลายวัตถุโบราณในห้องนี้”

 

แฮร์รี่เกือบจะแยกเขี้ยวใส่มัลฟอย แต่ทันทีที่มัลฟอยแตะข้อมือเขา เขาก็ลืมความรู้สึกอื่นไปสิ้น เมื่อเขารู้สึกตัวอีกทีพวกเขาก็ออกมาอยู่ข้างนอกแล้ว...และเขาจะไม่ยอมรับดังๆออกไปเด็ดขาด แต่เขารู้สึกดีขึ้นมาที่ได้กลับมาอยู่ในที่โล่งๆสว่างๆแบบนี้ เขาชักจะชอบเมืองติดทะเลอย่างอเล็กซานเดรียเสียแล้วสิ และเขาไม่ได้รู้สึกชอบเพราะว่าเป็นเมืองที่เขาได้ใช้เวลาอยู่กับใครบางคนเป็นพิเศษหรอกนะ ...โกหกสุดๆ… เขาได้ยินจิตใต้สำนึกตะโกนออกมา และมันคงแสดงออกมาทางสีหน้าเขาด้วย เพราะเขาเห็นมัลฟอยหน้าแดงและรีบหลบสายตาเขา

 

“ไปชอปปิ้งกันเถอะ” มัลฟอยโพล่งออกมา

 

แฮร์รี่ได้แต่มองคนพูดอย่างไม่เข้าใจ

 

มัลฟอยกลอกตาเมื่อเห็นสีหน้าเขา “มาเถอะน่าเจ้าบ้า นายก็หิวไม่ใช่รึไง”

 

แล้วมัลฟอยก็พาเขาไปที่ตลาด พวกเขาซื้อเนื้อปิ้ง ขนมปัง และกาแฟข้นคลั่ก หลังจากอิ่มแล้วพวกเขาก็เดินชมตลาด มัลฟอยนั้นซื้อผ้าไปสองม้วน กระจอกกรอบทองแดง กล่องประดับมุก และเครื่องประดับทองและหินสีฟ้าเขียว แฮร์รี่รู้สึกปวดหัวใจหนึบทุกครั้งที่มัลฟอยซื้ออะไร ก่อนจะหายใจได้อีกครั้งเมื่อเห็นว่าผู้รับนั้นคือนาร์ซิสซา มัลฟอย ไม่ใช่คู่หมั้นลึกลับจากฝรั่งเศษ

 

มัลฟอยทำให้เขาประหลาดใจสุดๆด้วยการซื้อสร้อยคอทองที่แฮร์รี่แอบมองอย่างสนใจ จี้รูปอังก์สะท้อนแสงอย่างสวยงาม (Ankh เป็นสัญลักษณ์อียิปต์ลักษณะคล้ายกางเขนที่ข้างบนโค้งลงมาเป็นห่วง) ชายหนุ่มผมบลอนด์ไม่สนใจคำปฏิเสธของเขาและใส่มันลงบนคอของเขาโดยทันที

 

“เงียบไปน่าพอตเตอร์ นี้ก็แค่ของเล็กๆน้อยๆ ไม่ได้มีความหมายอะไรลึกซึ้งหรอก”

 

คำพูดของมัลฟอยทำให้แฮร์รี่ต้องกัดกรามแน่น ใช่มันไม่ได้มีความหมายอะไรกับมัลฟอย แต่สำหรับเขาแล้วนั้นมันมีความหมายที่ลึกซึ้ง ระหว่างที่พวกเขาเดินเที่ยวตลาดต่อมือแฮร์รี่แตะจี้เล็กๆนั้นเป็นสิบๆครั้ง ก่อนที่มัลฟอยจะเบื่อ

 

“พวกเราน่าจะไปวิหารคาร์นัค” มัลฟอยเสนอขึ้นมา

“นายน่าจะชอบนะได้เดินไปเดินมาในสุสารเก่าๆ แล้วเราค่อยกลับไปห้องสมุดพรุ่งนี้ก็ได้”

 

แฮร์รี่ยิ้มตอบรับ เขาไม่มีทางยอมรับเด็ดขาดว่าถึงมัลฟอยจะเสนอว่าให้พวกเขาไปเที่ยวนรกแฮร์รี่ก็ไม่มีวันปฎิเสธ ตราบใดที่มัลฟอยจะไปกับเขา

 

###

 

แฮร์รี่รักวิหารคาร์นัคสุดๆ เขายอมรับว่าพิรามิดแล้วก็รูปปั้นสฟิงซ์ที่เขาเจอมาตลอดนั้นไม่ได้ทำให้เขาประทับใจมากนัก พิรามิดก็แค่กลุ่มอิฐขนาดยักษ์ ส่วนสฟิงซ์นั้นมักจะถูกทำลายบางส่วนสูญหายทำให้แฮร์รี่คันไม้คันมืออยากจะร่ายคาถาซ่อมแซมใส่ แต่สำหรับรูปสลักฟาโรห์รามเสสที่ 2 นั้นสมบูรณ์สวยงาม  แฮร์รี่รู้สึกเหมือนเขาเป็นนักท่องเที่ยวจริงๆเมื่อเดินชมวิหารยักษ์ เสาสีขาวเรียงราย รูปปั้นและรูปสลักทั้งหลาย

 

“พวกมักเกิลปล้นสะดมที่นี่ซะเละ” มัลฟอยหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นสีหน้าของแฮร์รี่

“พิพิธภัณฑ์ในอียิปต์หรือลอนดอนมีของมากกว่าที่นี่เสียอีก”

 

“แล้วถ้าอย่างนั้นทำไมพวกเรายังมาที่นี่อีกหล่ะ”

 

“เพราะว่ามีอยู่สองสามที่ที่พวกมักเกิลไม่รู้น่ะสิ” พูดจบมัลฟอยก็จับมือเขาแล้วหายตัวไปโผล่ที่ใต้ดิน ทั้งพ่อมดต้อนรับทั้งโต๊ะต้อนรับก็ฝุ่นเขรอะ และพ่อมดที่ว่าก็กำลังก้มดูวัตถุรูปทรงประหลาดพร้อมกับใช้ไม้กายสิทธิ์ค่อยๆปัดฝุ่นออกจากวัตถุนั้นทีละนิด

 

“อีกแป็บเดียวจะปิดแล้ว” ชายคนนั้นพูดโดยไม่มองหน้าขึ้น แฮร์รี่เหลือบมองมัลฟอยดูว่าคราวนี้ร่างบางจะมีไม้ไหนมาหลอกล่อนักโบราณคดีที่ดูไม่สนใจอะไรนอกจากวัตถุโบราณตรงหน้าไปได้

 

“ผมสนใจจะบริจาคเงินก้อนใหญ่ให้ที่นี่” มัลฟอยพูดเรียบๆ และทันใดนั้นพ่อมดนักโบราณคดีก็รีบกุลีกุจอออกมาต้อนรับพวกเขา แฮร์รี่ส่ายหน้าขบขันให้ตายสิเขาน่าจะรู้ ตระกูลมัลฟอยนี้ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ได้ด้วยเงินใต้โต๊ะสินะ แล้วเงินที่ว่าก็พาพวกเขาลงลึกเข้าไปในอุโมงใต้วิหาร แฮร์รี่มองไปตามกำแพงที่เต็มไปด้วยอักษรแฮโรกราฟอย่างทึ่งๆ

 

พ่อมดที่ทางเข้าพวกเขามาไม่ยอมให้ทั้งคู่นำไม้กายสิทธิ์เข้ามาด้วย และไม่ว่าเงินขนาดไหนก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจเขาได้ ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยกำแพงเวทมนต์สำหรับป้องกันขโมยเข้ามา เพื่อป้องกันการขโมยออกไปคนที่มาเยี่ยมชมต้องทิ้งไม้กายสิทธิ์เอาไว้และต้องผ่านการค้นตัวอย่างถี่ถ้วนก่อนจะกลับออกไปพร้อมไม้กายสิทธิ์ได้

ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเดินท่ามกลางความมืด ถือตะเกียงเหมือนมักเกิลธรรมดา

 

“แล้วพวกเราจะแปลอักษรตามกำแพงนี้ได้ไงถ้าใช้คาถานักแปลไม่ได้” แฮร์รี่บ่นอุบ

 

“ฉันแปลให้นายได้” มัลฟอยพูดเรียบๆ ส่วนแฮร์รี่ได้แต่กลอกตา แน่นอนหล่ะคนอย่างมัลฟอยต้องอ่านอักษรเฮโรกราฟได้ แล้วหมอนั้นคงพูดได้หกภาษา อ่านเขียนได้อีกสิบสองภาษาสบายๆ

 

อุโมงทางแยกด้านหนึ่งถูกปิดเอาไว้ด้วยไม้เก่าๆที่ทาสีเป็นคำว่า อันตราย - ห้ามเข้า แน่นอนว่าไอ้คำเตือนโจ้งๆแบบนี้คงเป็นเหมือนการท้าทายคนที่ทำอะไรได้ตามใจทุกอย่างอย่างคุณชายตระกูลมัลฟอยเพราะร่างบางยืนมองผ่านกระดานไม้เหล่านั้นอย่างสนอกสนใจเต็มที

 

“อันตรายจากอะไรล่ะ” มัลฟอยพูดกับตัวเอง  

 

“จะอะไรก็ช่างเถอะแต่มันอันตรายเข้าใจไหม” แฮร์รี่รีบพูด

 

“นี้นายไม่มีหัวใจนักผจญภัยเลยรึไงหึพอตเตอร์”

 

“แค่ต้องมีพันธสัญญาผูกกับนายชั่วชีวิตก็เท่ากับผจญภัยมากพอแล้วน้า”

 

“พวกเรายังไม่ได้ทำพิธีกันซะหน่อย” มัลฟอยพึมพำเบาๆ เบาเสียจนแฮร์รี่เกือบจะไม่ได้ยิน

แล้วเจ้าตัวก็เดินไปดึงไม้กระดาน หันหลังให้แฮร์รี่โดยไม่รุ้ตัวเลยว่าคำพูดของเขานั้นส่งผลต่อแฮร์รี่อย่างใจบ้าง ...มันก็จริงที่พวกเขายังไม่ทำพิธีผูกพันธสัญญา...และมันคงไม่มีวันที่พิธีจะสำเร็จเพราะพิธีจะสำเร็จด้วยเซ็กซ์เท่านั้น แฮร์รี่ไม่แม้แต่จะหวังเพราะมัลฟอยแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเขานั้นไม่มีวันที่จะคิดทำอะไรแบบนั้นกับแฮร์รี่

 

แต่มัลฟอยที่ว่านั้นก็พูดว่า ยังไม่ได้ทำ หมายความว่ายังไงกันแน่

 

เสียงไม้กระดานอีกอันถูกดึงออกมาปลุกแฮร์รี่กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง เขารีบกลบทุกความคิดที่เกี่ยวกับพิธีกรรมทุกอย่าง แม้ว่าสองสามวันนี้มัลฟอยจะใจดีกับเขาผิดปกติ แต่เขารู้ว่าไม่มีวันที่มัลฟอยจะยอมให้เขาถึงขนาดนั้น

 

เมื่อแฮร์รี่เงยหน้าขึ้นอุโมงที่ถูกปิดด้วยไม้กระดานก็เปิดออกเป็นรูแคบๆพอให้ร่างบางลอดเข้าไปได้

“มัลฟอยนายทำอะไรน่ะ” แฮร์รี่ถามอย่างตกใจ

“กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!”

 

“อย่าพูดเหมือนป้าแก่ๆหน่อยเลยน่าพอตเตอร์ ฉันแค่อยากเห็นว่าที่บอกว่าอันตรายน่ะมันมีอะไรกันแน่ นายคิดว่ามันหมายถึงคำสาปรึเปล่า หรือว่าสัตว์ประหลาดแต่ถ้าเป็นอย่างนั้นพวกเขาคงไม่กันสัตว์ประหลาดด้วยแค่ไม้กระดานแน่ๆ ให้ฉันเดานะพวกนั้นคงแค่อยากกันคนนอกออกจากเขตที่เพิ่งค้นพบ…”

 

แล้วทั้งมัลฟอยทั้งตะเกียงก็ค่อยๆเดินห่างออกไป บังคับให้แฮร์รี่ต้องรีบลอดเข้ามาและเดินตามร่างบางไม่ห่าง

 

“นี้นายบ้าไปแล้วรึไงห๋า ไม่เข้าใจรึไงคำว่าอันตรายน่ะ แปลให้นะมันแปลว่าไม่ปลอดภัยเว้ย”

 

“โอ๊ยพอตเตอร์เลิกบ่นซะที ใครห่วงความปลอดภัยกันนักหนานะ”

 

แล้วเหมือนคำพูดของมัลฟอยเป็นคำแช่งหรืออย่างไร เพราะทันใดนั้นเพดานหินก็ยุบตัวลงทิ้งหินหนักทับร่างชายหนุ่มจากบ้านสลิธิรีน ทิ้งเพียงฝุ่นคลุ้งไปทั่ว

 

“เดรโก!” แฮร์รี่ตะโกนลั่น เขารีบใช้มือคุ้ยเศษหิน ให้ตายสิถ้าเขามีไม้กายสิทธิ์นะ คิดแล้วแฮร์รี่ก็หมุนตัวแล้วยื่นมือออกพร้อมตะโกนคาถา “แอ็กซิโอ ไม้กายสิทธิ์”

 

เวลาผ่านไปเกือบนาทีก่อนที่แฮร์รี่จะได้ยินเสียงไม้แหวกอากาศและเข้ามาในมือเขา เขารีบหันกลับไปเสกคาถาไล่ฝุ่น ก่อนจะเสกตะเกียง แสงจากตะเกียงเผยภาพที่ทำให้แฮร์รี่แทบหยุดหายใจ ใต้กองหินตรงหน้าเขามีเท้าและขาเพียงข้างเดียวของมัลฟอยโผล่ออกมา อย่างอื่นถูกฝังกลบใต้หินหนัก

 

“สัด” แฮร์รี่สบถแล้วรีบเสกคาถายกหินออกให้เร็วเท่าที่จะทำได้ เขาต้องหยุดเป็นระยะเพื่อกันไม่ให้เพดานหินทรุดลงมาเพิ่มขึ้น ในที่สุดเขาก็เห็นร่างของมัลฟอย นอนอยู่อย่างบิดเบี้ยวผิดรูปร่างและกองเลือดนองใต้ร่างนั้น

 

“คุณคิดจะทำอะไรน่ะ” เสียงตะโกนของนักโบราณคดีดังมาตามอุโมง เขาคงรีบลงมาตามไม้กายสิทธิ์ของแฮร์รี่หรือเสียงเพดานทรุด

 

“เพื่อน..เพื่อนของผมติดอยู่ใต้หิน” แฮร์รี่ตะโกนตอบ พร้อมกันยกหินอีกก้อนออกจากหลังของมัลฟอย หินนั้นดูใหญ่มากพอที่จะทำลายกระดูกสันหลังให้แหลกละเอียดได้ แต่โชคดีที่มันติดระหว่างกำแพงก่อนที่มันจะทับลงมาบนตัวมัลฟอย

 

ทันทีที่เขาเสกเศษหินให้หมดไปจากร่างมัลฟอย เขาก็รีบรุดเข้าไปที่ร่างนั้น

“พระเจ้า พระเจ้า อย่าตายนะ” เขาภาวนาพร้อมกับกดนิ้วเข้ากับจุดชีพจรบนลำคอซีด เขาสะอื้นเมื่อหาชีพจรไม่พบ ก่อนที่เส้นเลือดจะเต้นเบาๆใต้นิ้วเขา ทันใดนั้นแฮร์รี่ก็รู้สึกเหมือนมีพลังงานไหลผ่านจากมือเขา พลังงานที่คุ้นเคยแต่คราวนี้มันต่างออกไป มันเป็นความรู้สึกเหมือนครั้งแรกที่เขาสัมผัสมัลฟอย หากแต่คราวนี้แทนที่จะพลังงานที่ส่งเข้ามาในตัวเขากลับเป็นจากตัวเขาออกไป เขารีบใช้ทั้งมือแตะตัวมัลฟอยหวังว่าอย่างน้อยๆเวทมนตร์โบราณนี้จะทำให้มัลฟอยมีชีวิตรอดต่อไปอีกนิด

 

“ตามตัวผู้บำบัดมาเดี๋ยวนี้” แฮร์รี่รีบตะโกนใส่นักโบราณคดี

 

ในที่สุดเขาก็ได้ยินเสียงหายใจของมัลฟอย...หรือเขาอาจจะแค่ประสาทหลอนไปเอง เขาขยับมือจากลำคออีกคน ปลดกระดุมเสื้อและคราวนี้วางทั้งมือเหนือหัวใจอกคน ภาวนาให้พลังงานนั้นช่วยให้หัวใจของมัลฟอยเต้นจนกว่าผู้บำบัดจะมาถึง พร้อมกับใช้อีกมือเสกคาถารักษาทุกคาถาที่เขารู้

 

เขารู้สึกเนิ่นนานเหมือนร้อยปีก่อนที่พ่อมดฝุ่นเขรอะจะกลับมาพร้อมกับผู้บำบัด หล่อนเป็นชาวอียิปต์ในเสื้อคลุมสีฟ้าที่คลุมทั้งร่าง เธอถามพ่อมดนักโบราณคดีเป็นภาษาอาราบิคเร็วปร๋อ แล้วรีบร่ายคาถาในภาษาของเธอใส่ร่างมัลฟอย แฮร์รี่มองเธอแล้วรออย่างใจจดใจ่อ ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นในเวลาไม่นาน...รักษาคนไม่มีทางเร็วขนาดนั้น…เขาตกใจแล้วรีบมองหน้านักโบราณคดีข้างๆ

 

“เธออยากรู้เพื่อนคุณเป็นอะไร” ชายคนนั้นหันมาถามแฮร์รี่

 

“คุณพูดอะไร” แฮร์รี่ตะโกนลั่น

“เขาถูกหินหล่นทับไม่เห็นรึไง เห็นเลือดนั้นไหม ขาเขาหัก มือเขาเกือบหลุดออกมาก แล้ว…” แฮร์รี่เหลือบตาไปมองมัลฟอยแล้วต้องตกใจ มือที่เต็มไปด้วยรอยเลือดและบิดเบี้ยวตอนนี้กลับอยู่ในสภาพสมบูรณ์เหมือนไม่เคยมีอะไรมาก่อน

 

“เธอบอกว่าไม่มีกระดูกหัก ไม่มีบาดแผล ไม่มีเลือดตกใจ”

 

หญิงสาวพูดออกมาในภาษาที่แฮร์รี่ไม่เข้าใจ ก่อนจะหันมายิ้มให้เขา

 

“เธอบอกว่าคุณไม่ควรตระหนกในครั้งต่อไป แล้วคุณเป็นผู้บำบัดที่ยอดเยี่ยมมาก”

 

แล้วผู้บำบัดสาวก็หันหลังหายตัวไป

 

“ผมไม่ใช่ผู้รักษษ” แฮร์รี่พูดอย่างงงๆ

 

“เขาแค่ต้องนอนพักเท่านั้น ตามที่เธอบอกนะ” พูดจบชายคนนั้นก็ยื่นไม้กายสิทธิ์ของเดรโกให้กับเขา เขาพยักหน้ารับแล้วก้มลงอุ้มมัลฟอยก่อนจะหายตัวกลับไปที่โรงแรมในอเล็กซานเดรีย

เมื่อวางร่างบางลงบนที่นอน แฮร์รี่ได้แต่เดินไปเดินมาครุ่นคิด ถ้าหากผู้บำบัดคนนั้นเข้าใจผิดหล่ะ ถ้าหากจริงๆแล้วมีเลือดตกใจที่เธอหาไม่พบล่ะ

คิดแล้วแฮร์รี่ก็รีบเช็คเอาท์ แล้วหายตัวพาเดรโกกลับมาที่โรงพยาบาลเซนต์มังโก ผู้บำบัดจากเซนต์มัลโกก็ยืนยันเช่นกันว่าไม่มีอะไรผิดปกติกับเดรโก มัลฟอย อาจจะมีแค่อาการปวดหัวจากการกระแทกเท่านั้นซึ่งรักษาได้ง่ายๆด้วยคาถาและการพักผ่อนเยอะๆ พวกเขายังบอกให้แฮร์รี่พาเดรโกไปพักที่บ้านซึ่งเขาก็ทำตาม

 

เอลฟ์ประจำบ้านไม่ยอมปล่อยให้แฮร์รี่ผ่านเข้ามาในอาณาเขตคฤหาสถ์มัลฟอยง่ายๆ จนเขาต้องขู่ว่าเขาไม่ส่งตัวเดรโกเข้าไปในบ้านนั้นแน่ๆหากเขาไม่ได้เข้าไปด้วย และเดรโกคงตื่นขึ้นมาอย่างหงุดหงิดที่ต้องนอนบนพื้นแทนที่จะเป็นเตียงนุ่มๆในห้องนอนของเขา นั้นทำให้พวกเอลฟ์ยอมพร้อมกับร่ายคาถาส่งร่างเดรโกเข้าไปในห้องนอนพร้อมๆกับแฮร์รี่

 

แฮร์รี่ถอดเสื้อของร่างบางออก แล้ววางร่างนั้นใต้ผ้าห่ม มือปัดเศษผมของออกจากหน้าของอีกคน ก่อนจะทิ้งตัวลงที่เก้าอี้ข้างเตียงมองอีกคนหลับ...และเขาก็หลับตามไปด้วยไม่นาน ในท่าที่มือแตะจี้ทองบนคอของตัวเอง

 

###

 

“พอตเตอร์” เสียงเรียกชื่อปลุกแฮร์รี่ขึ้นมา เขากระพริบตาถี่ๆปรับสายตาให้เข้ากับความมืด มีเพียงแสงจันทร์ส่องเข้ามาเท่านั้น เขามองไม่เห็นเดรโกท่ามกลางความมืดแต่เขาก็รีบรุดตัวไปที่เตียง

 

“มัลฟอย” มือของเขาคว้ามือเรียวอีกคนได้ ก่อนที่มือนั้นจะดึงแฮร์รี่จนเขามาอยู่บนเตียงด้วย

 

“ฉันอยู่บ้านเหรอ” มัลฟอยถามเบาๆ

 

แฮร์รี่พยักหน้า ก่อนจะนึกได้ว่ามัลฟอยคงมองไม่เห็นเขาเหมือนกัน

“ฉันพานายกลับบ้านน่ะ ฉัน...ฉันเป็นห่วงนาย”

 

มัลฟอยเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะพูดอีกครั้ง

“ฉันคิดว่าฉันตายไปแล้วซะอีก”

 

แฮร์รี่บีบมืออีกคนให้กำลังใจ “ไม่ตายซะหน่อย แต่เกือบๆนะ”

 

“นายช่วยชีวิตฉัน”

 

“ฉัน...พวกเขาบอกว่าฉันเป็นคนรักษานาย แต่ฉันไม่รู้สิ ฉันใช้ทุกคาถาที่รู้ แต่มันไม่น่าจะ…”

 

มัลฟอยหัวเราะเบาๆ “พอตเตอร์ นายนี้มันงี่เง่าไม่เปลี่ยนเลยน้า นายไม่ได้อ่านตำนานเกี่ยวกับวีล่าเลยใช่ไหมเนี้ย”

 

แฮร์รี่หน้าแดง “ฉันอ่านนะ”

 

“วีล่ามีพลังรักษาคู่ชีวิตของตัวเองได้ ผลพลอยได้จากพลังงานเวทมนตร์ของวีล่าและคู่น่ะ แล้วที่ต้องเป็นอย่างนั้นเพราะวีล่าอาจจะรุนแรงไปสักนิดเวลาอยู่บนเตียง…”

 

แฮร์รี่ไม่รอให้อีกคนพูดจบ เขาขยับตัวแล้วประกบจูบเข้ากับริมฝีปากอีกคน เป็นวิธีที่ทำให้มัลฟอยเงียบเร็วที่สุด แล้าเขาก็ต้องประหลาดใจที่แทนที่มัลฟอยจะผลักไสเขา ร่างบางกลับโน้มคอเขาลงมาจูบอย่างดูดดื่ม หัวใจเขาเขาเต้นรัวพยายามบอกตัวเองว่านี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เขากำลังโกหกใครอยู่กันแน่ หัวใจเขาเต้นรัวจนเขาคิดว่าตัวเองอาจจะหัวใจวายเสียก็ได้จากเพียงการกระทำเช่นนี้ของมัลฟอย

 

มือเรียวลูบไล่ตามบ่าผ่านลงมาที่หลัง สัมผัสนั้นทำให้แฮร์รี่ตัวสั่น เขาส่งความรู้สึกทุกอย่างผ่านในจูบ...ความต้องการ...ความสิ้นหวัง...แล้วก็ความรักที่มีอยู่ล้น มือของเขาเลื่อนสำรวจไปทั่วกายของอีกคน มัลฟอยทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่าเขาไม่เคยพอ..และเขาก็ไม่แน่ใจว่าจะมีวันไหนที่เขาจะพอ

 

เมื่อมืออีกคนขยับลงไปปลดกางเกงของแฮร์รี่ หัวใจเขาของแทบจะหยุดเต้น สมองส่วนที่ยังพอทำงานของเขาพยายามกรีดร้องบอกให้เขาหยุดเดี๋ยวนี้ แต่คนข้างหน้าเขาคือมัลฟอย...มัลฟอยในชุดชั้นในเท่านั้น ...และทันทีที่กางเกงของแฮร์รี่ถูกปลดออกเขาไม่มีวัน...ไม่มีวันหยุดตัวเองได้  

 

“มะ...มัลฟอย...เราไม่ควร” แฮร์รี่พยายามพูดออกมาอย่างยากเย็น

 

แต่ทันใดนั้นมือของเดรโกก็ล้วงเข้าไปเกาะกุมส่วนแข็งขืนร้อนผ่าวของเขา สมองของเขาพร่ามัว เขาได้แต่หลับตาครางแผ่ว ก่อนจะพลิกร่างอีกคนให้นอนอยู่ใต้ร่างเขา จูบร่างนั้นอย่างร้อนแรง ความคิดเดียวที่เหลืออยู่ในหัวเขาคือ ...เขาต้องเข้าไปอยู่ในตัวเดรโกเดี๋ยวนี้

 

ใช่ทั้งจูบทั้งการกอด ทุกอย่างมันดีเยี่ยม แต่มันดีกว่านี้ได้อีก ถ้าเพียง....คิดแล้วเสื้อผ้าทุกชิ้นของเขาก็หายไป ความต้องการครอบคลุมทั้งร่างกายของเขา เขาต้องการเดรโกเหลือเกิน เขากำลังจะแพ้ แต่แฮร์รี่ก็คือแฮร์รี่ไม่ว่าจะมีสายเลือดวีล่าหรือไม่มีก็ตาม เขาใช้กำลังสุดท้ายควบคุมตัวเองเอาไว้

 

“เดรโก” แฮร์รี่พูดออกมาอย่างทรมาณ

“พระเจ้า...เดรโก...พวกเราทำอย่างนี้ไม่ได้ มันจะทำให้พันธสัญญาสมบูรณ์” ร่างกายของเขาสั่นไหว มันไม่ยอมที่จะหยุดแค่นี้

 

“ไม่เป็นไร” เดรโกพูดเบาๆ วินาทีนั้นแฮร์รี่ไม่ต้องการสิ่งใดมากไปกว่าเห็นหน้าร่างที่อยู่ใต้เขา

 

“ไม่”

 

เดรโกขยับตัวพร้อมร่ายคาถา ทันใดนั้นทั้งห้องก็ส่องสว่างด้วยแสงสีม่วง ไฟดวงเล็กๆสีม่วงเหมือนหิ่งห้อยบินอยู่รอบๆตัวเขา ใบหน้าของมัลฟอยใต้แสงสว่างน้อยๆนั้นทำให้แฮร์รี่พูดไม่ออก มือเรียวยกขึ้นแตะแก้มแฮร์รี่

 

“ฉันต้องการนาย” เดรโกพูดน้ำเสียงจริงใจและดวงตาสีเทานั้นไม่โกหก ...เขาแพ้แล้ว...แฮร์รี่ครางแล้วพรมจูบที่ใบหน้าอีกคน

เขาต้องเตือนให้ตัวเองอย่าหยุดหายใจขณะที่เดรโกขยับดึงเขาเข้าไปจูบ แน่นอนว่าเขาอาจจะรู้สึกดึงดูดหาเดรโกในตอนแรกเพราะสายเลือดวีล่าในตัวเขา...แต่ทุกอย่างหลังจากนั้นเป็นความรู้สึกของเขาล้วนๆ

 

แฮร์รี่ไม่แน่ใจว่าเขาควรตะต้องทำอะไรต่อ แต่มือของเดรโกช่วยนำเขาไปยังจุดที่ถูกต้องและร่างบางเป็นคนร่ายคาถาที่จำเป็นต่างๆ แฮร์รี่ต้องข่มความหงุดหงิดที่รู้ว่าเดรโกเคยทำแบบนี้กับคนอื่น มันเป็นแค่อดีต คนในปัจจุบันคือเขา เดรโกยอมเปิดใจให้กับเขาและนั้นก็เกินพอ

 

แฮร์รี่ค่อยๆฝังตัวเข้าไปในร่างเดรโก มือของอีกคนวางอยู่บนหลังเขาขณะที่ร่างนั้นแอ่นขึ้นตอบรับเขา เขาหายใจหอบความรู้สึกอุ่นร้อนบีบรัดรอบตัวเขา พลังงานเวทมนต์ส่งผ่านระหว่างเขากับเดรโก มันทำให้เขารู้สึกเหมือนเขาถึงสวรรค์ครั้งแล้วครั้งเล่า

 

“พระเจ้า” เดรโกหอบ ตาเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ

 

“ว้าว” แฮร์รี่พูดได้แค่นั้นก่อนที่เดรโกจะขยับตัวอีกครั้ง หยุดโลกของแฮร์รี่ให้ทุกอย่างมารวมกันที่ส่วนอ่อนไหวของเขา เดรโกครางหอบเข้าไปในหูเขา เขาตั้งใจจะทำให้เดรโกลืมคนรักในอดีตทุกคนและจดจำแต่เพียงสัมผัสของเขาเท่านั้น เขาขยับตัวตามสัญชาตญาณเท่านั้น ทุกการเคลื่อนไหว ทุกเสียง ทุกสัมผัสระหว่างกันส่งให้แฮร์รี่รู้สึกเหมือนอยู่ในสวรรค์และความรู้สึกของเขาก็ส่งผ่านไปยังเดรโก จนกระทั่งเดรโกครางด้วยความสุขสมและเสียงนั้นตรงเข้าไปยังส่วนอ่อนไหวของแฮร์รี่ด้วยเช่นกันส่งให้เขาข้ามไปอีกฝั่งโดยไม่ช้า

 

“แฮร์รี่” เดรโกครางพร้อมกับกัดต้นคอแฮร์รี่ขณะปลดปล่อยเข้ามาในมือแฮร์รี่  

 

แฮร์รี่กัดริมฝีปากตัวเองแน่น เขาจะไม่ยอมพูดอะไรโง่ๆออกมาอย่าง ฉันรักนาย อะไรแบบนั้นเด็ดขาด แม้ว่าเขาจะคิดอยู่ในหัวก็ตาม เขาหยุดแค่เพียงครางเรียกชื่อเดรโก เดรโกกอดเขาแน่น และแฮร์รี่พยายามทำเหมือนกับว่านี้เป็นหนึ่งในสัมผัสที่เขาทำกับเดรโก หาใช่ประสบการณ์ที่คงจะเกิดกับเขาเพียงครั้งเดียวในชีวิต

 

เมื่อสงบลงเขาพรมจูบลงบนกระหม่อม คาง และต้นคอของอีกคน พร่ำพูดบอกรักเดรโกอยู่ในใจ เดรโกถอนหายใจออกมาทำให้แฮร์รี่หยุดทันทีคิดว่าอีกคนคงไม่อยากจะสัมผัสเขาหลังจากนี้อีกแล้ว คิดแล้วแฮร์รี่ก็ยันตัวขึ้นจากเตียง แต่เดรโกกลับยื่นมือมาจับข้อมือของเขาเอาไว้เสียก่อน

 

“อยู่ที่นี่แหละ” ร่างบางสั่ง “กริฟฟินดอร์งี่เง่าเอ้ย”

 

แฮร์รี่ปฏิเสธไม่ได้ เขาทำไม่ได้แม้แต่จะหาคำพูดอะไรมาตอบโต้คำด่าของเดรโก เขาทำได้แต่เพียงนอนลงข้างๆเดรโกและจ้องเข้าไปในดวงตาสีเทา เขาอ่านสีหน้าของอีกคนไม่ออก แต่เขาหวังว่าอย่างน้อยเดรโกจะไม่เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขากำลังจะเปิดปากถามแต่เดรโกก็หยุดเขาเอาไว้เสียก่อน

 

“หยุด” เดรโกพูดเรียบๆ

 

แฮร์รี่กลืนคำถามลงคอ แล้วรั้งมือของอีกคนขึ้นมาแนบหน้าเขาก่อนจะไล่จูบทีละนิ้ว เดรโกหลับตาและเมื่อแฮร์รี่ปล่อยมือนั้น ร่างบางก็ใช้มือนั้นรั้งร่างแฮร์รี่ให้เข้ามาใกล้ เขากอดตอบและหลับไปอย่างมีความสุข

 

###

 

ตอนที่แฮร์รี่ตื่นนั้นเดรโกยังคงหลับสนิทแม้ว่าแสงอาทิตย์จะส่องสว่างมากแล้วก็ตาม แต่ถึงสว่างแค่ไหนแต่นี้คือฟ้าของอังกฤษ แถมยังเป็นอังกฤษในเดือนธันวาคมอีกด้วย เดือนที่ฟ้าหม่น เต็มไปด้วยฝนและหิมะ

 

แฮร์รี่นั่งมองร่างบางที่หลับไหลนานเท่าที่เขาจนทนได้ จดจำรูปหน้าที่แสนงดงาม ขนตายาวสีอ่อน ผมสีเงินยุ่งเหยิง ริมฝีปากอื่มเผยอออกเล็กน้อยยามเจ้าตัวหลับ เขาอยากจะก้มลงไปสัมผัสรสกับริมฝีปากคู่นั้นอีกครั้งเหลือเกิน

 

แต่เขาก็ห้ามตัวเองเอาไว้ได้พร้อมกับลุกขึ้นจากเตียง เดรโกคงเกือบหายสนิทแล้ว...แต่แฮร์รี่นี้สิคงไม่มีเวทมนตร์ใดจะเยียวยาเขาได้ แฮร์รี่ลุกขึ้นแต่งตัวแล้วครุ่นคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาหลังพันธสัญญาสมบูรณ์แล้ว เขาไม่เคยคิดว่ามันจะเป็นไปได้ดังนั้นเขาจึงไม่ได้สนใจศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากพิธีกรรมเสร็จสิ้น

 

สุดท้ายแล้วแฮร์รี่ก็รีบหยิบแว่นและไม้กายสิทธิ์ ก่อนจะแอบจากห้องอย่างเงียบเชียบและใช้เครือข่ายฟลูส่งตัวเองกลับบ้านโดยมีเอลฟ์ประจำบ้านของมัลฟอยมองเขาไม่ห่าง

 

###

 

แฮร์รี่อยากให้เฮอร์ไมโอนี่ช่วยปิดไอ้ไฟกระพริบบนต้นคริสต์มาสกลางห้องนั้นซะทีเถอะ มันทำให้ทั้งบ้านดูเหมือนอยู่ในเทศกาลรื่นเริงไม่เข้ากับอารมณ์ขุ่นๆของแฮร์รี่เลยสักนิด และมันยังย้ำเตือนเขาว่าแม้เขาหายไปเกือบสามสัปดาห์เต็มๆแต่โลกก็ยังสามารถมีความสุขและเคลื่อนที่ต่อไปโดยไม่มีเขา ...คิดๆดูแล้่วนี้เขาถูกไล่ออกรึยังนะ

 

เพื่อนสนิทสาวส่งเอ๊กน๊อกแก้วที่สามให้เขาขณะที่เขาเดินไปเดินมาอย่างกระวนกระวาย เขาจิบเครื่องดื่มอุ่นๆในมืออย่างไม่สนใจเท่าไหร่เนื่องจากมันไม่ใช่เครื่องดื่มสุดโปรดของเขา แต่อย่างน้อยมันก็มีรัม

 

“อ้ะ เสร็จละ” หล่อนพูดแล้วยื่นม้วนกระดาษส่งให้เขา แฮร์รี่รับมาแล้วเป่าลมใส่กระดาษเบาๆเร่งให้หมึกแห้ง ก่อนจะพยักหน้าเมื่อเห็นทุกอย่าง...ดีเยี่ยม

“แต่ฉันว่านายน่าจะคุยกับมัลฟอยนะ” หล่อนมองเขาด้วยสายตาผิดหวัง

 

ทันใดนั้นเตาผิงของเฮอร์ไมโอนี่ก็ลุกพือ ฝุ่นควันกระจายไปทั่ว พร้อมกับร่างของเดรโก มัลฟอยก้าวออกมาจากเตาผิง หน้าบึ้งตึง แฮร์รี่รีบหันไปมองเฮอร์ไมโอนี่อย่างตกใจ แต่เพื่อนสาวของเขาก็รีบลุกหนีพร้อมกับหลบหน้าเขาอย่างรู้สึกผิด

“คือฉันต้องไปเอาอะไรสักอย่างจากห้องนอนน่ะ” พูดจบปุ๊บเธอก็วิ่งตรงไปที่ระเบียงหายไปทันที ทิ้งให้แฮร์รี่อ้าปากค้าง เธอต้องเป็นคนเรียกเดรโกมาที่นี่แน่ๆ และเดรโกที่ว่าก็กำลังเดินตรงมาที่เขาซะด้วย

 

“นี้นาย! คิดยังไงถึงหนีออกมาจากบ้านฉันกลางดึกแบบนั้นห๋า” เดรโกตะโกนใส่หน้าเขา ตาสีเงินเป็นประกายอย่างคนโกรธจัด

 

แฮร์รี่รีบเถียงกลับ “ฉันไม่ได้หนีนะ แล้วตอนฉันตื่นมันก็เกือบ 11 โมงเช้าแล้ว” เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเดรโกต้องโกรธเขาซะขนาดนี้ เขารีบส่งม้วนกระดาษในมือให้เดรโกเผื่อมันจะทำให้ร่างบางสงบใจลงบ้าง

“ฉันมาค้นคว้าเกี่ยวกับพันธสัญญากับวีล่า แล้วมันก็ทำให้ฉันนึกได้ว่าฉันเคยมีคดีนึงที่ต้องใช้คาถาเพื่อไล่การผูกติดของผีร้าย เฮอร์ไมโอนี่ช่วยแปลงคาถานิดหน่อยแล้วฉันคิดว่านี้น่าจะช่วยได้”

 

เดรโกดึงม้วนกระดาษมาอ่าน และถ้าแฮร์รี่คิดว่าที่ผ่านมานั้นเขาเคยเห็นเดรโกโกรธ มันเทียบไม่ได้เลยกับหน้าตาของเดรโกเมื่ออ่านจบ

“คาถานี้ฆ่านายได้เว้ย”

 

แฮร์รี่ยักไหล่ ไม่ใช่ว่าเขาโอเคกับความตายแต่ก็ไม่ใช่ว่าเขากลัวความตายเช่นกัน

“มันก็มีโอกาสนะ”

 

เดรโกอ้าปากแล้วหุบเหมือนจะหาคำพูด ก่อนจะหลับตา เมื่อเดรโกพูดออกมาอีกครั้งเสียงอีกคนกลับนุ่มลงจนเขาประหลาดใจ

“นาย...นายยอมเสี่ยงตายดีกว่าที่จะต้องมาเป็นคู่ชีวิตกับฉันเหรอ”

 

แฮร์รี่กลืนน้ำลายแล้วบอกตัวเองว่าไอ้ความเสียใจที่สะท้อนในดวงตาของอีกคนน่ะเขาคิดไปเองทั้งนั้น

“นี้ฉันไม่ได้ทำเพื่อตัวเองนะ… ฉัน… ฉันไม่...คิดมาก...หรอกที่จะต้องเป็นคู่ชีวิตกับนาย” เพราะฉันรักนายไงเล่า แฮร์รี่เกือบจะพูดประโยคที่อยู่ในใจนั้นออกไปแต่เขาก็ปิดปากตัวเองทัน

“แต่นายไม่ควรที่จะต้องมาผูกพันกับฉันชั่วชีวิตแบบนี้ นายไม่ต้องการมัน ให้ตายสินายเกือบจะตายเพราะฉันด้วยซ้ำ ฉันอยากให้นายเป็นอิสระนะ”

 

“เพราะฉะนั้นนายถึงต้องเสียสละตัวเองรึไงพอตเตอร์” มัลฟอยทำหน้าเบ้

“พ่อพระซะเหลือเกิน”

 

แฮร์รี่ขบฟัน ส่วนเดรโกนั้นก้าวเข้ามาใกล้เขามาขึ้น

“อย่าคิดเองเออเองว่าฉันต้องการอะไรพอตเตอร์” ปลายไม้กายสิทธิ์ของมัลฟอยแตะที่คางเขา บังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นมองตรงไปที่ตาสีเทาคู่นั้น

 

“แล้วถ้านายอยากรู้ว่าฉันคิดยังไง” เดรโกพูดจบก็ร่ายคาถาใส่ม้วนกระดาษส่งให้มันไหม้เป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตา แฮร์รี่รีบขยับตัวจะไปหยิบเศษกระดาษนั้นแต่เดรโกรั้งมือเขาไว้แน่น

 

“ไม่มีใครหน้าไหนทิ้งคนจากมัลฟอยไปได้” พูดจบเดรโกก็รั้งตัวแฮร์รี่เข้ามาจูบแน่น แฮร์รี่รู้สึกสับสนไปหมด

 

“นี้...นี้หมายความว่านายต้องการจะเป็นคู่ชีวิตของฉันจริงๆโดยมีพันธสัญญา”

 

“เอาเป็นว่าตอนนี้การอยู่กับนายชั่วชีวิตไม่ได้แย่อย่างที่ฉันเคยคิด”

“แล้วฉันยกเลิกการหมั้นแล้วเมื่อเช้านี้”

 

“อะไรนะ”

 

“เงียบน่าพอตเตอร์ นายอยู่ที่คฤหาสถ์ไม่ได้เพราะพวกเอลฟ์เกลียดนายและเผลอจะแอบฆ่านายตอนหลัง แฟลตของนายนี้ก็เลิกคิดไปได้เลยเพราะฉันไม่มีวันอยู่ในที่ที่มีห้องน้อยกว่าหกห้องให้ฉันใช้ส่วนตัว”

 

แฮร์รี่ยิ้มกว้าง ขณะที่เดรโกพูดต่อ

“แล้วฉันก็ไม่อยู่ในชนบทเด็ดขาด ฉันแพ้ดอกไม้ป่าแล้วก็...อากาศบ้านไร่ เลิกมองหน้าฉันแบบนั้นได้แล้วพอตเตอร์ ไม่อย่างนั้นฉันจะ…”

 

แต่จูบของแฮร์รี่ปิดปากเดรโกเสียก่อนอีกคนจะได้ขู่เขา หัวใจเขาเหมือนจะหยุดเมื่อเดรโกยืดตัวและตอบรับเขาอย่างดี

 

แฮร์รี่หัวเราะเบาๆอย่างรักใคร่ “พระเจ้า นายนี้มันน่าจับตีก้นสุดๆ ทำไมฉันถึงรักคนอย่างนายก็ไม่รู้”

 

“แล้วบอกเอาไว้เลยว่าฉันต้องเป็นคนเลือกบ้านของเรา ส่วนนายเป็นคนจ่าย” เดรโกพูดต่อเหมือนกันว่าไม่ได้ยินประโยคที่แฮร์รี่เพิ่งพูดออกไป ก่อนจะหยุดแล้วมองหน้าแฮร์รี่อย่างตกใจ ตาสีเงินเบิกกว้าง

“นี้นายเพิ่งบอกว่า…”

 

แฮร์รี่หัวเราะพร้อมรั้งร่างบางเข้ามากอดแน่น “ใช่ๆ ไม่รู้ว่าทำไมแต่ฉันตกหลุมรักนายมาสักพักแล้ว”

 

และนี้เป็นครั้งแรกที่เดรโกพูดอะไรไม่ออก มีเพียงแค่รอยยิ้มกว้างส่งกลับมาให้แฮร์รี่ รอยยิ้มที่สวยงามจับใจเป็นที่สุด พูดตรงๆทุกอย่างของเดรโกจับใจเขาทั้งนั้นแหละ

 

“ถ้าอย่างนั้นเราน่าจะกลับไปที่คฤหาสถ์มัลฟอยแล้วทำสิ่งที่ฉันอยากจะทำกับนายต่อจากเมื่อคืนดีไหม” มัลฟาอยถามออกมายิ้มๆ

 

“บอกมาก่อนว่าสิ่งนั้นคืออะไร”

 

เดรโกกระซิบตอบ คำตอบของอีกคนทำให้ร่างกายแฮร์รี่ร้อนเหมือนโดนไฟเผา ให้ตายสิเขานี้เขาจะได้รู้สึกอย่างนี้ตลอดชีวิตเหรอ

“เฮอร์ไมโอนี่ ฉันจะส่งจดหมายมาหานะ” แฮร์รี่รีบตะโกนบอกเพื่อนรักขณะลากเดรโกเข้าไปในเตาผิง

 

เขาจะตายเพราะสำลักความสุขไหมหนอ เขาแทบจะรอคำตอบนั้นไม่ไหว

 

Fin


Note: จบแล้วค่ะ เราชอบเรื่องนี้นะปกติไม่ค่อยเห็นฟิคอีแฮร์รี่เป็นวีล่า แล้วนี้ตลกสุดๆ >< เป็นคนแพ้อะไรตลกๆค่ะ แถมแฮร์รี่ยังแบบหลงเดรแบบหัวปักหัวปำ คนอ่านอย่างเราก็กรี๊ดๆๆๆ 

อ้อคนเขียนเรื่องนี้เขียนในมุมมองของเดรโกเอาไว้ด้วยนะคะ ถ้าอยากจะอ่านว่าหนูเดรคิดยังไงกับแฮร์รี่ตลอดที่ผ่านมาก็ตาม link นี้ไปเลย https://www.fanfiction.net/s/4088825/1/High-Priced-Malfoy-Edition

และเผื่อว่าอ่านใน exteen มัน format ไม่ดีหรือยากอย่างไรก็มีใน Google Doc นะคะ https://docs.google.com/document/d/19PhMzR0Gx3tmUIInUc4qgxh9g7MsbevvBnFzASR2X8Q/pub

คุยกันได้เน้อว่าชอบไม่ชอบอย่างไร <3 

edit @ 1 Nov 2015 14:29:08 by translator

Fic (JonRobb) Light up, light up, as if you have a choice 8 โดย waferkya  
 แปลมาจากต้นฉบับ http://archiveofourown.org/works/279678/chapters/444444

Chapter 9: Adventures in Solitude

 

ในที่สุดพวกเชาก็เดินทัพมาถึงอดีตฐานทัพของแลนนิสเตอร์ เตนท์ยังตั้งระเกะระกะเหมือนทหารที่เหลือพากันหนีทันทีที่ข่าวการพ่ายศึกของเจมี่ แลนนิสเตอร์มาถึงฐานทัพ ธงของตระกูลสตาร์คปลิวไหวต้อนรับทัพม้าของหัวหน้าตระกูล รอบบ์ก้าวลงจากหลังม้าหันมาทักทายลอร์ดโบลตันที่เป็นคนนำทัพเท้ามากำชัยที่นี่ เด็กหนุ่มสั่งให้ลอร์ดผู้ชูธงทั้งหมดตามเขาเข้าไปในเตนท์หลวงเพื่อรายงานความเคลื่อนไหวทั้งหมด เกรทจอนเล่าว่าลอร์ดไทวินล่าทัพกลับไปที่ฮาร์เรนฮาลเตรียมกำลังตั้งรับศึกจากแดนเหนือ พร้อมส่งลูกชายแคระกลับไปคิงส์แลนดิ้งทำหน้าที่หัตถ์ของพระราชาแทนตน

“แล้วนอกจากนั้นข้ายังมีข่าวจากปราสาทวายุสลาย” เกรทจอนพูดต่อเรียบๆ

“ดูเหมือนว่าสแตนนิส บาราเธียนสิ้นชีพแล้ว”

 

รอบบ์หยุดนิ่งมองคนพูดอย่างตกใจ

“ท่านพูดเล่นหรือลอร์ดอัมเบอร์..”

 

“ข้าไม่ได้พูดเล่นเจ้าหนู” เกรทจอนตัดบทอย่างรำคาญ

“ข้ารู้ว่าข่าวนี้ฟังดูประหลาดเพียงใด แต่ก็ไม่มีเรื่องใดประหลาดเท่าข่าวลือว่าลอร์ดสแตนนิสตายอย่างไรแล้ว ตามรายงานของข้ามีเงามืดปรากฏบนเรือของลอร์ดสแตนนิสแล้วลากเขาจมดิ่งลงทะเล”

 

“สายข่าวของท่านเชื่อถือได้เพียงใด” รอบบ์หรี่ตาพร้อมถามอีกคน เรื่องที่เกิดขึ้นประหลาดเกินไปกว่าที่เขาจะเชื่อได้ทันที

 

“เชื่อได้หรือไม่ได้ก็แล้วแต่ท่านคิด แต่ตอนนี้กองทัพเรือของบาราเธียนคุมโดยลอร์ดเรนลี่แล้ว กองทัพเรือที่เหลือที่ไม่โดนทำลายโดยพายุนะ แล้วตอนนี้ลอร์ดเรนลี่ตั้งตัวเป็นพระราชาที่มีสิทธิ์ครองบัลลังก์เหล็กโดยสายเลือด เขาบอกว่าเจฟฟรี่ บาราเธียนหาใช่ลูกชายของโรเบิร์ตไม่ แต่เป็นลูกของราชินีเซอร์ซี่ที่เสพสมกับน้องชายฝาแฝดของตัวเอง เด็กนั้นไม่มีเลือดบาราเธียนสักนิดเดียว”

“อ้ออีกอย่างแม่มดแดงที่อยู่ข้างสแตนนิส บาราเธียนนั้นก็ตายไปแล้ว ส่วนภรรยาของเขาก็...” เกรทจอนรีบหยุดพูดทันทีที่เห็นรอบบ์เลิกคิ้วให้ ดูเหมือนหมาป่าหนุ่มจะไม่ชอบใจนักที่ลอร์ดร่างยักษ์พูดเรื่องการตายของลอร์ดท่านอื่นอย่างสนุกสนานเหมือนเป็นเรื่องนินทาอะไรอย่างนั้น

 

“โรงหญิงโสเภณีที่ตามทัพมาตั้งอยู่ไหน” รอบบ์ถามออกมา

 

และถ้าคำถามนั้นดูประหลาดสิ้นดีแต่เกรทจอนก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมา

“หลังริมป่าอีกด้าน แล้วข้าต้องเตือนเจ้าว่าลอร์ดแห่งริเวอร์รันกำลังรอเจ้าอยู่นะ”

 

“ไม่ต้องห่วงข้าไม่ไปสายแน่นอน” รอบบ์ส่งยิ้มแล้วหันมาพยักหน้าให้จอน

“จอนตามข้ามา”

 

และแน่นอนว่าจอนต้องเดินตามรอบบ์ออกไป เขาเคยไปซ่องโสเภณีครั้งเดียวตอนที่อยู่วินเทอร์เฟลล์ มันเป็นห้องแถวเล็กๆมืดๆ ไม่ต่างไปจากกระโจมที่รอบบ์เดินนำเขาเข้าไป หญิงสาวที่เดินออกมาทักเขาเป็นหญิงงามที่ดูมีอายุกว่าพวกเขาทั้งสองมาก ผมนางเป็นสีน้ำตาลตัดกับผิวขาวน้ำนมอย่างคนเหนือ รูปร่างอวบอัด ใบหน้ามีรอยยิ้มตลอดเวลา

“ท่านลอร์ด” นางย่อเข่าค้อมตัวทักทายพวกเขา

จอนจับดาบแน่นเมื่อหญิงสาวตรงหน้ายกมือขึ้นมาแตะใบหน้าของรอบบ์ แต่พี่ชายของเขากลับยืนนิ่งไม่มีท่าทางเปลี่ยนแปลงอะไร แม้กระทั่งตอนมือของนางลากลงมาจากแก้มนวล ผ่านอก ผ่านหน้าท้องต่ำลงมาเรื่อยๆ

“มีอะไรที่ท่านลอร์ดปรารถนาที่ข้าและเหล่าสาวๆที่นี่จะรับใช้ได้ไหมคะ” เธอพูดพร้อมชม้ายตามองไปที่ม่านข้างหลังที่เปิดออกให้เห็นหญิงสาวร่างเปลือยเปล่าหลายคนยืนอยู่ข้างในห้องนั้น

“หรือว่าท่านมีใครในใจเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ”

 

รอบบ์หรี่ตา “ข้าได้ยินชื่อเสียงของเกวน” เขาเอ่ยออกมาในที่สุด หญิงสาวยิ้มกว้าง

 

“ชายใดที่เล่าให้ท่านฟังต้องเป็นคนที่พูดความจริงและมีรสนิยมเลิศเป็นแน่” พูดจบเธอก็จับมือรอบบ์แล้วลากเขามาหยุดหน้าห้องข้างๆที่มีม่านปิดสนิท

“เกวนจะรอท่านอยู่ข้างใน” รอบบ์พยักหน้าตอบรับแล้วแหวกม่านเดินเข้าไป ส่วนจอนตามเขาเข้าไปเหมือนเป็นเงา หญิงสาวคนนั้นไม่แม้แต่จะหยุดเขาเลยสักนิด

ห้องที่จอนเดินเข้าไปแตกต่างจากห้องที่เขาเห็น ในนี้มืดกว่ามาก หญิงสาวเพียงคนเดียวนอนเปลือยเปล่าทอดตัวบนเตียงที่ดูนุ่มสบาย ผมของเธอถักเป็นเปียยาว เธอมองพวกเขาทั้งคู่เหมือนเหยี่ยวมองเหยื่อ ตัดสินว่าระหว่างพวกเขาสองคน คนไหนที่จะมีทองมากกว่ากัน

 

“เธอคือเกวน” รอบบ์ถามออกมาในที่สุด

 

“ใช่เพคะท่านลอร์ด” หล่อนเดินมาค้อมตัวต่อหน้ารอบบ์พร้อมช้อนตาขึ้นมองเขาอย่างมีจริต

“แต่ข้ายังไม่รู้จักชื่อท่านลอร์ดเลย”

 

“ข้าเป็นเพื่อนของธีออน” รอบบ์พูดตัด

“แล้วนี้คือน้องชายของข้า”

 

“เขาก็เป็นเพื่อนของธีออนเช่นกันหรือ” เธอพยักพเยิดมาทางจอน

 

รอบบ์หัวเราะเบาๆ ตามองจอน “เรียกว่าคนรู้จักจะดีกว่า” ก่อนจะรีบหันกลับมาหาหญิงสาวตรงหน้า

“เจ้าติดตามกองทัพมานานแล้วใช่หรือไม่”

 

“ใช่ค่ะท่านลอร์ด ผู้ชายต้องการหญิงสาวเสมอ แล้วในยามสงครามด้วยพวกเขายิ่งจ่ายด้วยราคางามขึ้นไปอีก”

 

รอบบ์พยักหน้าเห็นด้วย มือล้วงเข้าไปในสาบเสื้อก่อนจะดึงถุงหนังเล็กออกมา เสียงกรุ๊งกริ๊งกระทบกันของเหรียญบอกว่าสิ่งที่อยู่ข้างในนั้นคืออะไร เขาโยนมันให้หญิงสาวตรงหน้า

“นับซะ” เขาสั่ง เกวนรีบเทเหรียญออกมานับ ตาลุกวาวเมื่อเห็นจำนวนเหรียญทองข้างในนั้น

 

“สำหรับราคานี้ข้าพร้อมจะเป็นของท่านไปตลอดชีวิตเลยท่านลอร์ด” นางรีบพูดออกมา

“หรือว่าของท่านด้วย” นางหันมามองจอนแล้วยิ้มให้เขาเหมือนกับที่นางยิ้มให้รอบบ์ ทำให้รอบบ์หัวเราะลั่น ก่อนจะส่ายหน้า

 

“ข้าไม่สนใจเรื่องบริการแบบนั้นของเจ้า ...แต่ข้ามีงานอย่างอื่นที่จะให้เจ้าทำ หวังว่านี้จะไม่ทำให้เจ้ารู้สึกแย่นะ”

 

“ไม่เลยค่ะ สำหรับทองคำนี้ไม่ว่าอะไรข้าก็จะยอมทำเพื่อนท่าน”

 

“ข้าดีใจที่ได้ยิน” รอบบ์หยุดนิ่งเหมือนครุ่นคิด ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้เธอ หญิงสาวกอดถุงหนังแน่นเหมือนกลัวว่ารอบบ์จะแย่งมันกลับไป

“จากนี้ไป ข้าอยากให้เจ้าจับตาดูธีออน ทุกๆครั้งที่เขามาหาเจ้า จงฟังทุกๆคำที่ออกมาจากปากเขา ทุกการกระทำ ทุกอย่างแม้จะเล็กน้อยเพียงใดขณะที่เขานอนกับเจ้า แล้วเจ้าต้องมารายงานข้า เข้าใจหรือไม่”

 

จอนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แน่นอนว่าคนอย่างธีออนไม่มีวันที่จะหุบปากไม่คุยโอ้อวดหากเขามีแผนที่จะหักหลังตระกูลสตาร์ค แล้วใครเล่าที่ธีออนจะพูดให้ฟังได้นอกจากโสเภณีคนโปรด

 

“ท่านอยากให้ข้าเป็นสายลับให้ท่าน” เกวนยิ้ม

“ท่านไม่ใช่เพื่อนของธีออนอย่างที่ท่านบอกสินะคะ”

 

“ตรงกันข้าม ข้านี้แหละที่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่เขาจะมีได้ ข้าแค่อยากรู้ว่าเจ้าบ้านั้นคิดจะทำอะไรข้าจะได้ช่วยปกป้องเขาได้ทัน”

 

เกวนหัวเราะลั่น แล้วพยักหน้าเข้าใจ ดูเหมือนรอบบ์จะพอใจกับคำตอบของเธอ เขาพยักหน้าให้จอนแล้วเตรียมตัวจะเดินออกไปแต่หญิงสาวคว้าแขนของรอบบ์ไว้เสียก่อน

“ท่านลอร์ดท่านแน่ใจแล้วหรือที่จะไปตอนนี้”

“ท่านไม่กลัวว่าใครๆจะสงสัยหรือว่าทำไมท่านลอร์ดหนุ่มอย่างท่านเข้ามาในนี้เพียงสองสามนาทีแล้วออกไป ท่านไม่กลัวว่าใครจะพูดอะไรหรือ”

 

รอบบ์หยุดนิ่งกัดริมฝีปาก “เจ้าพูดถูก” ร่างบางหันมามองจอนก่อนจะเปิดปากถาม “จอนนายอยากจะรอข้างในหรือ...”

 

“ข้าจะเฝ้าข้างนอกห้อง” จอนตัดบทรอบบ์ด้วยเสียงเข้ม แล้วก้าวออกไปอย่างเร็ว เขาไม่อยากอยู่ในห้องนั้นต่ออีกแม้วินาทีเดียว แค่คิดว่ารอบบ์กำลังจะทำอะไรกับหญิงนางโลมคนนั้นก็ทำให้เขาอยากดึงร่างบางเข้ามากอดแล้วลากตัวเข้าไปขังไว้ในห้องของพวกเขาไม่ให้ออกมาอีกเลย

ชายหนุ่มกัดฟันกรอดเมื่อเขาได้ยินเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของหญิงสาวและเสียงครางที่ไม่เบาเลยของหล่อน มือกำดาบแน่น และสายตาเขาคงบ่งบอกอารมณ์ของเขาได้เป็นอย่างดี เพราะทหารทุกนายที่เดินผ่านหน้ากระโจมนี้ต้องรีบก้มหน้าหลบตาลอร์ดสโนว์กันทุกคน เขาต้องยืนทนฟังเสียงจากข้างในนั้นเกือบครึ่งชั่วโมง จอนรู้สึกเหมือนตัวเองแทบจะบ้าไปอยู่แล้ว...ท่านพี่ไม่รู้รึไงว่าเขารู้สึกอย่างไรถึงได้ทำแบบนี้กับเขา ฟันขบลงไปที่ริมฝีปากจนเขารู้สึกรสฝาดของเลือด

รอบบ์เดินออกมาจากห้องนั้นโดยมีรอยยิ้มติดหน้า ร่างบางหยุดมองที่เขาก่อนจะเดินออกไป วินาทีนั้นจอนทนไม่ได้อีกแล้ว เขาดึงแขนอีกคนเข้ามาจนประชิดตัว มองเข้าไปในตาสีฟ้าที่ตอนนี้เบิกกว้างอย่างตกใจกับท่าทางของเขา

“ท่านพี่ทำอะไรกับนังนั้น” จอนคำรามถาม

 

“ข้าไม่ได้ทำอะไร”

 

“ท่านจะไม่ได้ทำอะไรได้ยังไง”

 

รอบบ์หัวเราะแทนคำตอบ แต่เมื่อเห็นสีหน้าของอีกคนรอบบ์ก็หยุด แล้วพูดเรียบๆ “หมายความว่าข้าไม่ได้ทำอะไรนาง”

 

“แต่ว่าเสียง...” จอนพูดแค่นั้นแล้วขบกรามแน่น เขาไม่อยากแม้แต่จะคิด..เสียงลมหายใจ เสียงคราง เสียงกรีดร้อง...ทุกอย่างที่เป็นเหมือนเครื่องทรมาณเขาตลอดครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา

 

“ข้าบอกให้นางแกล้งแสดงอะไรออกไป เพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัยในตัวข้า”

 

“แล้วทำไมท่านถึงไม่พูดอะไรออกมาเล่า” จอนรู้สึกเหมือนเขาถูกลากขึ้นมาจากนรก ความหนักอึ้ง ความโกรธแค้นทุกอย่างในใจมลายหายไปสิ้นเพียงแค่อีกคนบอกเขาว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเท่านั้น

 

“ข้าทำทุกอย่างเพื่อให้มั่นใจว่าตระกูลเกรย์จอยจะไม่ทรยศเรา”

“และถึงท่านพ่อจะตั้งชื่อข้าตามโรเบิร์ต บาราเธียนแต่ข้าไม่ใช่พระราชาจอมเจ้าชู้นั้น” รอบบ์ขมวดคิ้วมองหน้าจอนนิ่ง “และข้าไม่เคยลืมสัญญาที่เคยให้กับเจ้าจอน”

 

เด็กหนุ่มกลืนน้ำลาย เขาเกือบจะลืมไปแล้วหากรอบบ์ไม่ได้พูดออกมา สัญญาที่รอบบ์ให้เขาเมื่อทั้งคู่ยังเป็นเด็กชายอายุสิบเอ็ดปีในวินเทอร์เฟลล์ พวกเขาวิ่งเล่นหลังโรงนาและเห็นธีออนจูบกับลูกสาวของคนทำขนมปัง ทั้งคู่หน้าแดงและหลังจากวิ่งกลับมาที่ห้องนอนในปราสาทแล้วจอนก็จับมือพี่ชายเอาไว้แล้วขอให้รอบบ์สัญญากับเขา

“สัญญากับข้า...ท่านพี่สัญญากับข้านะว่า... ท่านจะไม่ให้กำเนิดลูกนอกสมรส”

 

จอนมองหน้าอีกคนนิ่ง ก่อนจะพูดขอบคุณออกมาเบาๆ แล้วปล่อยแขนอีกคนลง

ส่วนรอบบ์นั้นได้แต่หน้าแดงก่อนจะยักไหล่แล้วเดินออกไป

 

...................................................................

 

คืนนั้นลอร์ดผู้ชูธงของตระกูลสตาร์คต่างพร้อมใจกันแต่งตั้งรอบบ์เป็น ราชาแห่งทิศอุดร ขณะที่เกรทจอนกู่ร้องอย่างยินดีร่างบางก็ยืนขึ้นพร้อมกับมองภาพตรงหน้าเหมือนกับไม่เชื่อสิ่งที่เห็น จอนได้แต่ยิ้มขณะคุกเข่าให้ราชาเบื้องหน้าเขา

ตาสีฟ้าหันมามองเขา สายตาคู่นั้นบ่งบอกอารมณ์ของเจ้าของร่างเป็นอย่างดี มันทั้งสับสนงุนงง เต็มไปด้วยความปรีดา  แต่ก็แฝงด้วยความหวาดหวั่น จอนอยากจะเดินเข้าไปโอบกอดไหล่บางของอีกคนแล้วกระซิบบอกว่าไม่เป็นไร พวกเขาจะต้องไม่เป็นไร และพี่ชายของเขาจะต้องเป็นพระราชาที่ดีที่สุดในแผ่นดิน แต่เขาต้องอดทนไว้รอจนกว่าพวกเขาจะอยู่เพียงสองต่อสอง ตอนนี้รอบบ์ต้องทำหน้าที่ราชา เกรทจอนคุกเข่าอยู่ข้างหน้ารอบบ์พร้อมยื่นดาบของตนให้เด็กชายแสดงความภักดี

“ข้ารับคำสาบานและดาบของท่านลอร์ดอัมเบอร์” เสียงรอบบ์ก้องกังวานเข้มแข็งเหมือนแม่ทัพที่เขาเป็น อาจจะมีเพียงจอนกระมังที่เห็นมือของร่างบางกำแน่นอย่างประหม่า

 

หลังจากลอร์ดผู้ชูงธงทุกคนขึ้นไปถวายคำสัตย์ให้รอบบ์ จอนก็เป็นคนสุดท้ายที่เหลือ เขาคุกเข่าลงต่อหน้ารอบบ์

“ข้าจะขออยู่และตายเคียงข้างท่าน รับใช้ท่านด้วยชีวิตและด้วยเกียรติของข้า จากวันนี้จนถึงวันสุดท้ายของข้า” ทุกคำที่เขาพูดคือความจริง ไม่ว่ารอบบ์จะเป็นกษัตริย์หรือไม่ คนคนเดียวที่เขาจะยอมตายให้มีเพียงเด็กชายตรงหน้าเขาเท่านั้น

 

“ลุกขึ้นเถอะน้องชายของข้า” เสียงรอบบ์พูดอย่างอ่อนโยน มือเรียวประคองจอนขึ้น

“พวกเราจะผูกพันด้วยสายเลือดและคำสัตย์นี้ตลอดไป”

 

“ตลอดไป” จอนพยักหน้ารับ

 

ในห้องรับรองเหลือเพียงรอบบ์ เขาและเลดี้แคทลินเท่านั้น นางไม่ยอมกลับไปพร้อมท่านลอร์ดคนอื่น แววตานางเต็มไปด้วยความปลื้มปิติ เมื่อไม่เหลือใครนางก็รีบตรงเข้ามากอดบุตรชายแน่น

“ท่านเป็นมารดาของราชาแล้วนะท่านแม่”

 

“เจ้ายังคงเป็นลูกชายของข้าเสมอรอบบ์ มงกุฎหรือบัลลังก์ใดๆก็ไม่อาจทำให้ข้ามองเจ้าเปลี่ยนไปได้”

 

รอบบ์หัวเราะ เป็นครั้งแรกในคืนนั้นที่จอนเห็นความเหนื่อยล้าหมดไปจากใบหน้าของพี่ชาย ตาสีฟ้าสุกใสขณะกล่าวลากับเลดี้แคทลิน นางจูบหน้าผากรอบบ์ก่อนจะเดินออกไป

ทันทีที่เข้าไปในกระโจมส่วนตัว รอบบ์ก็ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ท่าทางของอีกคนทำให้จอนอดแซวไม่ได้ “แค่นี้ท่านพี่ก็เหนื่อยเสียแล้วหรือ นี้ท่านอายุสิบหกหรือหกสิบกันแน่ฮึ”

 

รอบบ์หัวเราะ “อย่าแซวข้ามากนักนะจอน คราวนี้ข้าเป็นราชาแล้วข้าสั่งให้เจ้าไปนอนในคุกได้นะ”

 

“ท่านพี่สั่งให้ข้าทำอะไรก็ได้ทั้งแหละไม่จำเป็นต้องใช้คำสั่งพระราชาหรอก” จอนพูดยิ้มๆ ตามองอีกคนเป็นประกาย ใบหน้าของรอบบ์เจือสีขมพูน้อยๆเมื่อได้ยินคำพูดของเขายิ่งทำให้จอนได้ใจมากขึ้น

เด็กหนุ่มหยุดคุกเข่าหน้ารอบบ์ มือแตะข้างตัวของอีกคนเบาๆ “ท่านพี่ต้องเปลี่ยนผ้าพันแผลแล้ว”

 

รอบบ์ทำหน้าเบ้อย่างไม่เต็มใจ จอนส่ายหน้าแล้วดึงเสื้ออีกคนเบาๆเร่งรัดให้รอบบ์ถอดเสื้อนอกออกเขาจะได้เปลี่ยนผ้าพันแผล เขายังเป็นห่วงว่ารอบบ์จะติดเชื้อหากไม่ดูแผลบาดแผลให้ดี สุดท้ายพี่ชายตัวดีของเขาก็ยอมปลดเสื้อออกแล้วปล่อยให้จอนสำรวจบาดแผล

 

“ข้าจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน เมสเตอร์สโนว์” รอบบ์แกล้งทำเสียงเหมือนคนกำลังจะตายพร้อมขยับตัวยุกยิกเหมือนคนเจ็บเจียนตาย ทำให้จอนอดยิ้มกับอารมณ์ขันบ้าๆบอๆของอีกคนไม่ได้ จอนแกล้งรอบบ์กลับโดยการกดเช็ดแผลแรงๆ

 

“คงไม่นานหรอก หากท่านพี่ไม่ยอมอยู่นิ่งๆให้ข้าทำแผลให้”

 

“เรียกข้าว่าท่านพี่ได้ยังไง อย่าลืมสิเจ้าพูดกับพระราชาอยู่นะลืมได้ยังไงจอน”

 

“คนไหนกันพระราชา คนตรงหน้าข้าเป็นแค่เด็กดื้อที่ไม่ชอบทำแผลเท่านั้นแหละ อีกอย่างข้าไม่เห็นมงกุฎบนหัวท่านสักหน่อย”

 

รอบบ์ก้มหน้าต่ำลงมาสบตาคนที่ยังคงคุกเข่าพันแผลให้อยู่ ตาสีฟ้าเป็นประกายขณะพูดแหย่จอนต่อ

“มงกุฎน่ะไม่สำคัญหรอกจอน ที่ข้ามีก็คือทหารสองพันนายที่พร้อมใจทำทุกอย่างที่ข้าขอ รวมทั้งสั่งสอนน้องชายปากร้ายด้วย”

                จอนส่ายหน้าพร้อมยิ้ม เขายอมแพ้แล้ว อีกคนเล่นเอาทหารมาขู่แบบนี้ หลังจากจัดการพันแผลทุกอย่างเสร็จจอนก็พยุงอีกคนขึ้นแล้วจะพาไปที่เตียง ใบหน้าเขาอยู่ใกล้อีกคนเสียจนลมหายใจของรอบบ์รดแก้มเขาเบาๆ เด็กหนุ่มต้องบังคับตัวเองไม่ให้หันไปแล้วประทับจูบลงบนแก้มเนียนๆนั้น

                “อ้อ จอนเจ้าช่วยไปหยิบจดหมายที่เกรทจอนเอามาให้ข้าสิ ลอร์ดอัมเบอร์น่าจะวางเอาไว้บนโต๊ะตรงนั้น” รอบบ์พยักเพยิดไปที่โต๊ะใหญ่กลางเตนท์ จอนรีบลุกขึ้นจากเตียงไปหยิบจดหมายแอบโล่งใจลึกๆที่เขาจะมีข้ออ้างเอาตัวห่างมาจากรอบบ์ เขาไม่รู้ว่าถ้าเขานั่งอยู่แบบนั้นเขาจะข่มใจตัวเองไม่ให้ทำอะไรเกินเลยไปได้นานเท่าไหร่

                ร่างสูงหยิบจดหมายที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา เขาต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นตราประทับบนม้วนกระดาษนั้น ตราประทับรูปพระอาทิตย์และหอกของตระกูลมาร์เทลจากแคว้นดอร์น

                รอบบ์รับจดหมายจากมือชายหนุ่มไปอ่าน และทันทีที่เห็นเนื้อความในจดหมายสีหน้ายุ่งยากของราชาแห่งทิศอุดรก็เปลี่ยนเป็นปรีดา จอนมองอีกคนอย่างประหลาดใจและยิ่งสงสัยว่าจดหมายจากดอร์นนี้นำข่าวอะไรมาให้ที่ทำให้พี่ชายของเขายิ้มออกมาได้ขนาดนี้

 

                “ในที่สุดก็ถึงเวลาของเรา เบี้ยทุกตัวพร้อมจะรุกฆาตแล้ว” รอบบ์เอ่ยออกมาในที่สุด แล้วยื่นจดหมายในมือให้อีกคนอ่าน เนื้อความในกระดาษแผ่นนั้นทำให้เขาต้องตาลุกอย่างตกใจ ดอร์นจะเป็นพันธมิตรช่วยพวกเขาตีขนาบเมืองหลวง

                “เข้าใจหรือยังจอน” รอบบ์ถามยิ้มๆ

 

                “ท่านพี่จะรู้ได้อย่างไรว่าพวกนั้นจะไม่โป้ปด” จอนถามออกไปหลังจากหยุดคิด รอบบ์ยิ้มกระตุกแขนจอนให้นั่งลงข้างๆกันบนเตียงอีกครั้ง

 

                “ข้าไม่รู้” แม้จะพูดเช่นนั้นแต่รอยยิ้มของรอบบ์ไม่ได้จางลงเลยสักนิด

                “แต่ข้ารู้ว่าความสนใจของตระกูลมาร์เทลอยู่ที่การได้เป็นอิสระและล้างแค้นตระกูลแลนนิสเตอร์และข้าอาจจะเป็นราชาคนเดียวที่ให้คำสัญญานั้นกับดอร์นได้”

 

                “แล้วเรนลีย์ บาราเธียนเล่า” จอนถามออกมาเพราะบาราเธียนก็เกลียดราชาองค์ปัจจุบันและตระกูลแลนนิสเตอร์ไม่ต่างจากพวกเขา หากเรนลีย์ไม่บ้าอำนาจและสัญญาให้อิสระกับดอร์นพวกนั้นก็สามารถไปเข้าพวกกับเรนลีย์ได้โดยไม่มีอะไรเสียหายเลย และรอบบ์ไม่มีวันที่จะสู้กับทหารของบาราเธียนและดอร์นพร้อมๆกับรับมือศึกกับไทวิน แลนนิสเตอร์ได้

 

                “ข้าฉลาดกว่าที่เจ้าคิดน่าจอน ข้าส่งนกเรเวนไปหาเรนลีตั้งแต่ได้ยินข่าวว่าเขาสถาปนาตัวเป็นราชาแล้ว”

 

                “ท่านคิดว่าสารจากนกเรเวนจะสามารถเกลี้ยกล่อมบาราเธียนได้หรือ”

 

                รอบบ์ถอนหายใจแล้วพยักหน้า “ข้าไม่คิดว่าแค่นั้นจะเพียงพอเช่นกัน ข้าอยากส่งทูตไปหาเขา ลอร์ดสักคนแต่ข้าไม่สามารถเสี่ยงส่งใครออกไปโดยไม่กลัวว่าข่าวจะรั่วไหลไปถึงฝ่ายที่คิดร้ายได้”

 

                วินาทีนั้นจอนรู้ดีว่าเขาต้องทำอะไร ตอนที่เขาอยู่บนผากำแพงหมีเฒ่ามักเอาแต่พร่ำสอนข้อแตกต่างระหว่างเด็กชายกับชายขาติทหาร สิ่งที่แตกต่างคือการตัดสินใจในช่วงเวลาวิกฤติ และเขาไม่ใช่เด็กชายอีกแล้ว

                “ข้าจะไปเอง” เขาจะเสี่ยงเพื่อเป็นกำลังให้รอบบ์ ทุกลมหายใจของเขาเพื่อปกป้องชายที่อยู่ตรงหน้าเขา ทุกอย่างที่รอบบ์ต้องการจอนจะสามารถทำให้ได้เสมอ

                “ข้าจะเดินทางไปปราสาทวายุสลายเอง” นี้เป็นทางออกที่ดีที่สุด และบางทีหากเขาได้ห่างจากรอบบ์สักนิดความรุ่มร้อนในใจที่เขามียามใกล้ชิดกับพี่ชายต่างสายเลือดคนนี้อาจจะเบาบางลงก็ได้

 

                “ไม่ จอน” รอบบ์รีบปฏิเสธทันที ก่อนจะก้มหน้าลงมองมือของพวกเขาสองคนที่จับกันไว้แน่น

                “จะ...เจ้าอยากจะไปจริงหรือ” เสียงรอบบ์เบาหวิว

 

                จอนหลับตาลง เขาจะตอบอย่างไรดี ไม่เลยเขาไม่อยากห่างจากคนตรงหน้านี้เลยสักวินาทีเดียว เขาอยากจะติดตามรอบบ์ไปทุกที่ เขาอยากจะกอดเกี่ยวปกป้องรอบบ์เอาไว้ในอ้อมแขนเขา... แต่เขาจะพูดมันออกไปได้อย่างไร

                “ท่านไม่มีตัวเลือกอื่นนอกจากข้า” จอนเลือกจะหลีกเลี่ยงคำถาม

 

                “ข้า...” รอบบ์กำมือของจอนแน่นเหมือนกลัวว่าอีกคนจะหายไปต่อหน้า

                “ข้าจะขอให้ท่านแม่ไป”

 

                “ไม่รอบบ์ โถ่ท่านจะส่งเลดี้แคทลินไปแดนศัตรูได้ยังไง” จอนหัวเราะเบาๆ เขารู้ว่าแม่เลี้ยงของเขาแข็งแกร่งแต่นางถูกเลี้ยงดูเพื่อเป็นเลดี้ที่สูงส่งหาใช่อัศวินที่จะเดินเท้าเข้าไปในแดนสงครามเช่นนั้น

                เขาใช้มือที่ประสานดึงตัวรอบบ์เข้ามาใกล้ยิ่งขึ้นแล้วมองเข้าไปในดวงตาคู่สวยนั้นก่อนจะพูดจากใจจริง

                “แลถ้าท่านอยากรู้จริงๆ ข้าไม่อยากไปสักนิด ไม่อยากจากท่านไปเลยสักวินาทีเดียว ไม่อยากทิ้งท่านเอาไว้ท่ามกลางสงครามแบบนี้ แต่...”

 

                “แต่พวกเราไม่มีทางเลือกอื่น” รอบบ์กระซิบต่อ ฟันคมกัดริมฝีปากอิ่ม ตาสีฟ้ามองตรงมาที่เขา

                “ข้าเกลียดชะมัดเวลาเจ้าพูดถูก” สีหน้าของรอบบ์ทำให้จอนอดยิ้มไม่ได้ มือของเขาเลื่อนขึ้นไปแตะแก้มนิ่มของอีกคนเบาๆ

 

                “ข้าสัญญาว่าข้าจะไปไม่นาน”

                “ท่านต้องบอกข้าว่าท่านอยากจะพูดอะไรกับเรนลีย์ ท่านต้องการอะไรจากเขา กำลังพลเท่าไหร่ แล้วข้าจะไม่กลับมาจนกว่าท่านจะได้ตามที่ท่านต้องกา...” คำพูดของจอนถูกตัดสั้นเพราะอีกคนเล่นขยับตัวมาปิดริมฝีปากเขาด้วยปากตัวเอง จอนรู้สึกเหมือนเขากำลังฝันไป...แต่ถ้าหากมันเป็นความฝันเขาก็ไม่อยากตื่นเลย อยากจะสัมผัสรสของรอบบ์ต่อไปไม่สิ้นสุด

 

                “ตั้งแต่ตอนที่ข้าเห็นเจ้าขี่ม้ามาหาข้าในวันนั้น” รอบบ์พูดมองตาจอนลึก เด็กหนุ่มรู้ว่าอีกคนหมายถึงตอนที่จอนมาร่วมรบกับรอบบ์

                “ข้าสัญญากับตัวเองว่าข้าจะไม่มีวันปล่อยให้เจ้าจากข้าไปเป็นครั้งที่สอง” ตาสีฟ้าเป็นประกายวูบไหวเหมือนกับวันที่เขาลารอบบ์ที่วินเทอร์เฟลล์ไม่มีผิด วันที่หิมะตกหนักและเขาคิดว่านี้คงเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้กอดพี่ชายอีกแล้ว

                คำสารภาพของรอบบ์เหมือนปลดชนวนอะไรบางอย่างในใจเขา จอนหยุดความคิดที่ยั้งตัวเองเอาไว้ เขาดึงอีกคนเข้ามากอดพร้อมจูบอย่างหิวกระหาย เขาเหมือนคนที่อยู่กลางทะเลทรายและเพิ่งพบแหล่งน้ำ และรอบบ์คือน้ำของเขา

 

                “ข้าจะส่งคนอื่น” รอบบ์พูดหลังจากหยุดหายใจ จอนยิ้มกว้างพร้อมพยักหน้า ก่อนจะดึงตัวอีกคนเข้ามาจุมพิตอีกครั้ง...และอีกครั้ง

.............................................................................

                แต่สุดท้ายพวกเขาก็ไม่สามารถหาทางเลือกอื่นได้ จอนไม่ไว้ใจลอร์ดคนไหน สุดท้ายจอนก็ต้องเป็นตัวแทนรอบบ์ไปปราสาทวายุสลาย เลดี้แคทลินและปลาดำยืนยันที่จะตามเขามาด้วย เมื่อเขาเดินทางมาถึงกำแพงสูงป้อมปราการปกป้องปราสาทของบาราเธียนเขาก็รู้สึกแทบหมดแรง

                เรนลีย์ บาราเธียนเป็นคนเหมือนอย่างที่จอนคิดไว้ไม่มีผิด เขาเหมือนราชาโรเบิร์ตเพียงแต่แค่เด็กกว่าและดื่มน้อยกว่า มีอะไรบางอย่างในตัวลอร์ดบาราเธียนที่ทำให้คนที่ได้พบรู้สึกชอบเขาในทันที อาจจะเป็นรอยยิ้มนั้นหรือท่าทางเป็นห่วงเป็นใยที่เรนลีย์มีให้กับทหารใต้บังคับบัญชาทุกคน

                สามคืนผ่านไปแต่ราชาเรนลีย์ บาราเธียนก็ยังไม่ได้ตกลงที่จะทำตามข้อเสนอ จอนยังยืนยันคำขอร้องและข้อเสนออย่างมิตรที่ดีให้แก่บาราเธียน จนกระทั่งในวันที่สี่ที่จอน เดินไปชมคอกม้าพร้อมคิดแผนที่จะแก้เกมหากดอร์นและแลนนิสเตอร์ร่วมมือกันโดยที่เขาไม่ได้เป็นพันธมิตรกับบาราเธียน ก่อนที่เซอโลราสจะวิ่งเข้ามาพร้อมข่าวว่าเมอร์เซลล่า บาราเธียนจะเดินทางไปดอร์นเพื่อแต่งงานกับเจ้าชายทริสเทน มาร์เทลและเรนลีย์พร้อมจะเจรจากับราชาแห่งทิศอุดรแล้ว วินาทีนั้นจอนรู้ทันทีว่าสงครามจบลงแล้วและพวกเขาจะชนะ

 

The End

 

จบแล้วค่ะ อาจจะดูเหมือนไม่สุดแต่จบดีนะคะ สรุปคือ

-           ไม่มี Red Wedding แน่นอนเพราะรอบบ์ไม่ได้ตกลงแต่งงานกับเฟรย์

-           สแตนนิสตาย

-           เรนลีย์ไม่ตายแล้วจะร่วมมือกับรอบบ์

-           เกรย์จอยไม่คิดแย่งวินเทอร์เฟลล์กลับมาร่วมมือกับรอบบ์

-           ดอร์นไม่เป็นกลางและเลือกร่วมมือกับรอบบ์ในการตีเมืองหลวง ยิ่งการที่เมอร์เซลล่าที่เป็นลูกของราชินีเดินทางไปดอร์นนี้เป็นเหมือนตัวประกันเลยว่าแลนนิสเตอร์จะกลัวดอร์น

เพราะฉะนั้นศึกนี้ฝ่ายเหนือชนะแน่นอนค่ะ Cool

 

แล้วก็ทั้งรอบบ์และจอนก็คิดว่ามีอะไรนอกกำแพงทั้งคู่ บางทีจบแล้วทั้งหมดจะยกทัพขึ้นเหนือจัดการพวกอมุษย์

โอ๊ะแล้วที่สำคัญที่สุดทั้งคู่ก็แบบเข้าใจตรงกันแล้วว่าเป็นห่วงเป็นใยรักกันแค่ไหน

เฮ้อทำไม GRRM ไม่เขียนให้เป็นแบบนี้น้า Frown

 

Tags