TranslatedFictions

ฟิคแปล: The name on your forehead (H/D) 3-4/4

posted on 01 Sep 2015 17:03 by translatefiction  in TranslatedFictions  directory Fiction
The name on your forehead (Harry/Draco) by Kiarawolf 
 
 
Pairing: Harry/Draco
 
เรื่องย่อ: สิ่งประดิษฐ์ใหม่ล่าสุดของพี่น้องวิสลีย์ก็คือระเบิดประกายรุ้งที่ทำให้ชื่อของคนที่คุณชอบ ปรากฎอยู่บนหน้าผาก และคนที่ดูเหมือนจะมีปัญหากับผลของมันที่สุดก็คือแฮร์รี่ พอตเตอร์ 
 
คำเตือน: ตอนนี้มีฉากเรทที่อาจจะไม่เหมาะกับเด็กนะคะ 
 
 

ตอนที่ 3

 

เป็นอย่างที่แฮร์รี่คิดไม่มีผิด คืนนั้นเขาฝันถึงเดรโก มัลฟอยอีกครั้ง

เดรโก มัลฟอยเพียงอย่างเดียว...โดยแทบจะไม่มีเสื้อผ้าติดกาย

และที่แย่ที่สุดคือหลายวันหลังจากนั้นในใจเขาก็ยังคงคิดเกี่ยวกับร่างบางไม่ว่าจะเป็นยามตื่นหรือยามหลับ ภาพในหัวเขามีแต่..ผมสีทอง ริมปีปากสีชมพูที่ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มกวนๆ แล้วไอ้ความคิดนี้ทำให้แฮร์รี่ต้องเสียเวลาอาบน้ำเย็นเพื่อคลายความรุ่มร้อนวันละหลายๆครั้ง แล้วมันยังทำให้เขาตื่นเต้นขึ้นมา...โดยเฉพาะเวลาที่อยู่ในห้องเดียวกับคนในความคิดของเขา

 

ในห้องเรียนปรุงยาเขายังคงซ่อนส่วนของร่างกายที่ทรยศได้โดยการนั่งเฉยๆให้โต๊ะบดบังต้นขาเขา แต่ในวิชาดูแลสัตว์วิเศษเขาต้องอยู่ในที่แจ้งฟังเสียงบ่นเป็นหมีกินผึ้งของมัลฟอยขณะเจ้าตัวต้องดูแลสัตว์วิเศษทั้งหลาย มีอยู่หลายครั้งที่แฮร์รี่ต้องหลบไปยืนหลังฟักทองยักษ์ พร้อมความร้อนแผ่คลุมทั่วตัว ในใจคิดอยากให้มัลฟอยหยุดพูดเสียที หยุดพูดด้วยเสียงที่ทำให้เขาหัวใจเต้นเร็ว เลิกส่งเสียง โอ หรือหัวเราะเบาๆแบบนั้น

 

ที่แย่ที่สุดคือสายตาที่ส่งมาให้เขา... เขารู้สึกถึงดวงตาสีเทาจ้องตรงมาแต่ทุกครั้งที่เขาหันกลับไปมอง เจ้าของร่างก็ไม่ได้มองมาที่เขาเสียแล้ว มันเกิดขึ้นบ่อยเสียจนแฮร์รี่เริ่มคิดว่าตัวเองจะบ้าไปเสียแล้ว และคนเดียวที่เขาถามได้ก็คือเฮอร์ไมโอนี่

 

“ถามจริงน่ะแฮร์รี่” เฮอร์ไมโอนี่พูดด้วยเสียงเบื่อๆขณะสะบัดไม้กายสิทธิ์เสกให้ดอกไม้เปลี่ยนเป็นแมงมุมได้อย่างง่ายดาย (ส่วนเขาของยังคงเป็นตัวพิลึกกึกกือเหมือนเดิม)

 

“อะไรของเธอ” แฮร์รี่ถามกลับอย่างไม่แน่ใจ มือสาละวนกับการจับแมงมุมของเขาก่อนมันจะวิ่งหนีไปอีก

 

“ก็แค่... นายถามฉันว่าฉันเห็นมัลฟอยแอบมองนายบ้างรึเปล่า แฮร์รี่นายไม่เคยรู้เลยหรอ หมอนั้นน่ะมองนายตลอดเวลาเลยนะ”

 

“จะ...จริงเหรอ”

 

“ใช่ ให้ตายเถอะแฮร์รี่ ฉันชักจะเป็นห่วงความสามารถในการสังเกตสิ่งแวดล้อมของนายซะแล้วถ้านายเพิ่งมารู้สึกตัวเอาป่านนี้”

 

“ก็...ก็หมอนั้นมองฉันเฉพาะเวลาที่ฉันมองไปทางอื่นนี้”

 

“แก้ใหม่นะแฮร์รี่ มัลฟอยมองนายเฉพาะเวลาที่นายไม่ได้แอบมองเขา” 

 

“อะไรนะ ฉันไม่ได้แอบมองมัลฟอยซะหน่อย”

 

หญิงสาวหัวเราะ “พูดเบาๆก็ได้แฮร์รี่ แล้วไม่ต้องเถียงฉันเลย นายทำแน่นอน รอนเป็นพยานได้”

 

รอนเงยหน้าขึ้นมาจากดอกไม้ที่ดูยังไงก็ไม่ใกล้เคียงแมงมุมเลยแม้แต่น้อย แต่แฮร์รี่คิดว่าเพื่อนสนิทเขาไม่ได้พยายามมากกว่า ถ้าผลของคาถาคือแมงมุมรอนคงอยากตกมากกว่าจะสำเร็จนะ “เอ่อ... ก็อย่างที่ว่าแหละเพื่อน นายมองมัลฟอยบ่อยมาก”

 

“ไม่จริง” แฮร์รี่รีบแก้

 

รอนกับเฮอร์ไมโอนี่มองหน้ากันแล้วหันมามองแฮร์รี่ “ก็ได้แฮร์รี่ ไม่จริงก็ไม่จริง”

 

“ก็มันไม่จริง จริงๆนี้หน่า” พูดแล้วเด็กหนุ่มก็เอาปลายไม้กายสิทธิ์จิ้มดอกไม้บนโต๊ะ

 

แต่เมื่อเขาเริ่มสังเกตตัวเอง แฮร์รี่ก็ต้องยอมรับว่าเขามองมัลฟอยไม่น้อยเลยจริงๆ เขามองมัลฟอยในตอนเช้าที่ห้องโถงใหญ่ ที่จริงเขาจำได้เลยว่าแต่ละวันเด็กชายบ้านสลิธีรินจะทานอาหารเช้าอย่างไร เริ่มจากมัลฟอยจะเทน้ำฟักทองครึ่งแก้วทิ้งไว้ ก่อนจะไปทาแยมบนขนมปังโดยใช้แยมสองช้อนเป๊ะๆกับขนมปังแผ่นที่ดูเกรียมน้อยที่สุด เขาจะทานขนมปังปิ้งสลับกับดื่มน้ำฟักทอง จบลงด้วยการดื่มน้ำฟักทองอีกครึ่งแก้ว ก่อนจะหยิบจานใหม่ออกมาเลือกผลไม้ใส่ และแฮร์รี่สามารถเดาอารมณ์ของหนุ่มผมทองได้จากผลไม้ที่เลือก ...ในสองสามวันที่ผ่านมามัลฟอยเลือกสัปปะรสและแอปเปิลเขียวเป็นหลัก ผลไม้รสเปรี้ยวเข้ากับอารมณ์บูดๆ

 

นี้เราไปรู้เรื่องของหมอนั้นเยอะขนาดนี้ได้ยังไง แฮร์รี่ถามตัวเองอย่างตกใจ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ไม่เคยรู้ตัวเลย 

นอกจากนั้นเขายังรู้ตารางสอนของมัลฟอย เส้นทางที่มัลฟอยใช้เดินไปห้องเรียน ชุดโปรดของเด็กหนุ่ม (ชุดยาวขอบเงิน เก่าหลายปีแล้ว ชุดนี้สั้นกว่าชุดอื่นๆ) เขารู้จากลักษณะของไหล่ว่ามัลฟอยกำลังตั้งใจเรียนหรือเหม่อ รู้ว่ามัลฟอยจะไปเล่นควิซดิซหลังเลิกเรียนหรือไม่จากสีถุงเท้า (สีดำสำหรับใส่ในปราสาทเท่านั้น สีน้ำตาลสำหรับวันที่ฝึกซ้อมควิซดิซ)

 

“ฉันว่าฉันรู้เรื่องของมัลฟอยเยอะเกินไป” แฮร์รี่สารภาพกับเฮอร์ไมโอนี่ในตอนบ่ายของวันฝนตก พวกเขาอยู่ในห้องสมุดและเพิ่งเห็นแพนซี่ พาร์กิสันพยามจะให้มัลฟอยกินขนมบัตเตอร์สกอตซ์ไฟแต่ก็ไม่สำเร็จ ทั้งๆที่ขนมนั้นเป็นของหวานสุดโปรดของมัลฟอย เขาไม่จำเป็นต้องเห็นสีหน้าเป็นห่วงของแพนซี่เขาก็พอเดาอารมณ์ของเด็กหนุ่มผมทองออก

 

เฮอร์ไมโอนี่มองเขานิ่งอย่างครุ่นคิด

 

“มีอะไร” แฮร์รี่หันไปถามอย่างไม่แน่ใจ

 

“แฮร์รี่...ใคร...เธอไม่ต้องบอกฉันก็ได้...แต่ใครเป็นคนที่จูบเธอในตอนที่มีระเบิดรุ้งครั้งแรก แล้วถ้าให้เดาคนนั้นก็คงจูบเธอในครั้งที่สองด้วย”

 

แฮร์รี่ยังคงผูกเนคไทน์ปิดหน้าผากเอาไว้ ถึงแม้ว่าหน้าผากเขาจะไร้ชื่อก็เถอะ ถ้าเขาเปิดออกโดยไม่มีชื่อมันก็หมายความว่ามีใครบางคนจูบให้มันหายไปแล้ว...จูบที่ทำให้เขาตื่นเต้น... และเขายังไม่พร้อมที่จะยอมรับออกมา

 

“ไม่มีใครจูบฉัน” แฮร์รี่พึมพำแล้วก้มหน้ามองหนังสือตามเดิม

 

เฮอร์ไมโอนี่สูดหายใจลึกแล้วพูดออกมาเบาๆ “ฉันจะบอกว่าใครจูบฉัน”

 

“โธ่ เฮอร์ไมโอนี่ยังกับว่าฉันไม่รู้หน่ะ” แฮร์รี่กลอกตาใส่เพื่อน

 

เฮอร์ไมโอนี่รีบกระซิบเสียงต่ำ “นี้รอนเล่าให้นายฟังเหรอ เจ้าหมอนั้นทั้งๆที่สัญญากับฉัน...”

 

“ใจเย็นน่า รอนไม่ได้พูดอะไร แต่มันก็เห็นได้ชัดอยู่แล้ว รอนกับเธอไม่กล้ามองหน้ากันตั้งแต่...เอ่อ..เธอก็รู้”

 

เฮอร์ไมโอนี่หน้าแดงซ่าน ก่อนยอมรับเบาๆ “นั้นก็จริง”

 

“เดี๋ยวนะ แล้วทำไมเธอยังต้องใช้เนคไทน์ปิดหน้าผากด้วยล่ะ” แฮร์รี่ถามพร้อมชี้ไปที่หน้าผากของเฮอร์ไมโอนี่

 

“อืมม ฉันจูบเขาก็จริง แต่ฉันวิ่งหนีออกมาก่อน และหลังจากนั้นรอนอาจจะไปจูบกับคนอื่นก็ได้แล้วทำให้ชื่อบนหน้าผากของเขาหายไปไม่ใช่เพราะจูบฉัน ที่จริงในอีกสองสามวันผลของระเบิดรุ้งจะสลายไปแล้ว ฉันยังไม่เคยเห็นหน้าผากรอนเลยแฮร์รี่ แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าเขาชอบฉันรึเปล่า” เฮอร์ไมโอนี่ร่ายยาวเป็นชุด

 

“เอ่อ เฮอร์ไมโอนี่เธอคิดมากเกินไปรึเปล่า” 

 

เฮอร์ไมโอนี่ไม่พูดแต่ขมวดคิ้วตอบกลับมา

 

“พอตเตอร์” เสียงเรียกที่คุ้นเคยดังมาจากข้างหลัง แฮร์รี่รู้ว่าใครก่อนที่จะหันไปด้วยซ้ำ และเมื่อหันไปเจอร่างบางยืนกอดอกนิ้วมืออยู่ไม่สุข เขาก็รู้ทันทีว่ามัลฟอยอยากจะหาเรื่องทะเลาะ

 

“นายอยากให้ฉันช่วยสอนการบ้านด้วยเหรอมัลฟอย” เฮอร์ไมโอนี่แกล้งถาม

 

“ยังกับว่ามีอะไรที่เธอสอนฉันได้แหละยายเลือดสีโคลน” มัลฟอยตอบกลับแสยะยิ้ม

 

แฮร์รี่ผุดลุกขึ้นจากที่นั่งทันที “ถ้านายกล้าพูดอย่างนั้นอีกนายเห็นดีแน่ไอ้เฟอเรต”

 

มัลฟอยก้าวเข้ามาใกล้ ตาสีเทาเย็นเยียบเหมือนเหล็กในน้ำแข็ง ร่างบางเปิดปากและแฮร์รี่อดถึงจูบในห้องน้ำไม่ได้ แต่เขาก็ส่ายหน้าให้อย่าไปคิดถึงเรื่องนั้น คิดถึงคำพูดแย่ๆที่ออกจากปากคู่นั้น “เลือด สี โคลน” มัลฟอยพูดออกมาช้าๆ ตามองที่แฮร์รี่นิ่ง แม้ว่าคำพูดนั้นจะเป็นคำด่าสำหรับเฮอร์ไมโอนี่ก็ตาม

 

“แฮร์รี่ อย่า..” เขาได้ยินเสียงเฮอร์ไมโอนี่ร้องห้าม และเขาได้ยินอะไรคล้ายๆกันจากแพนซี่

แต่เขาไม่ฟังใครทั้งนั้น เด็กหนุ่มง้างหมัดพุ่งตัวไปหามัลฟอย พวกเขาล้มกลิ้งไปบนพื้น มัลฟอยดิ้นรนแต่เมื่อมือของแฮร์รี่เลื่อนไปที่ศีรษะนิ้วแตะที่ปลายเนคไทน์สีเขียว เด็กหนุ่มผมทองก็หยุดนิ่ง แฮร์รี่พยายามขยับตัวออก แต่ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกถึงส่วนร้อนผ่าวของอีกคนที่ตื่นขึ้นมานบชิดกับส่วนนั้นของเขา มือของเขาหยุดนิ่ง

 

“พอตเตอร์ ได้โปรด อย่า” มัลฟอยพูดเบาๆอย่างอ้อนวอน

 

แฮร์รี่กระตุกปลายเนคไทน์เบาๆ  ผ้าสีเขียวหลุดออกอย่างง่ายดาย และผิวข้างใต้นั้นเป็นสีครีมไม่ต่างจากส่วนอื่น ไม่มีร่องรอยตัวอักษรใดๆ แฮร์รี่แน่ใจว่ามัลฟอยยังไม่ได้บอกใครว่าหน้าผากของเขาไม่มีชื่อ

“นายไม่มีสิทธิ์มาขอร้องฉัน ถ้ากลับกัน นายไม่มีวันหยุดอยู่แล้ว” แฮร์รี่พูดรอดไรฟัน ทันใดนั้นมาดามพินซ์ก็เดินเข้ามาตามมาด้วยเฮอร์ไมโอนี่

 

“กักบริเวณทั้งสองคน”

“ทั้งตะโกนทั้งชกต่อยกันห้องสมุด เด็กเดี๋ยวนี้นะ” พูดแล้วมาดามพินซ์ก็เดินออกไป

 

แฮร์รี่ยันตัวขึ้นแล้วหันหลังให้อีกคน เขารู้สึกถึงสายตาสีเทาจ้องมาที่เขาแต่เขาเลือกจะไม่สนใจ

 

+++

 

“เยี่ยมแฮร์รี่” รอนตบไหล่แฮร์รี่หลังได้ยินเกี่ยวกับเรื่องในห้องสมุด

 

“แฮร์รี่โดนกักบริเวณนะรอน” เฮอร์ไมโอนี่แย้งเสียงดัง

 

“เอ่อ นายไม่ควรทำนะเพื่อน แย่ แย่” รอนรีบแก้ เหล่มองเฮอร์ไมโอนี่

 

แฮร์รี่ยิ้มกว้าง ส่ายหน้าเบาๆ “ขอโทษเพื่อน ครั้งหน้าฉันจะไม่ทำให้นายผิดหวังก็แล้วกัน”

 

รอนหัวเราะดังลั่น ส่วนเฮอร์ไมโอนี่ได้แต่กลอกตา

 

“พี่หัวเราะเหมือนม้าจริงๆเลย” จินนี่เดินตามมาสมทบก่อนที่ทั้งสี่คนจะเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่

“พวกพี่ๆดีใจมะที่จะพรุ่งนี้พวกเราจะไม่ต้องใส่เนคไทน์รอบหัวอีกแล้ว”

 

“ช่ายยย ฉันเกลียดจริงๆเลย ทำให้ผมฉันยุ่งไปหมดแล้ว” แฮร์รี่แกล้งบ่น ส่วนพี่น้องวีสลีย์ก็หัวเราะเสียงดัง

 

“ไม่ยุ่งไปกว่าเดิมแล้วค่ะพี่แฮร์รี่” จินนี่แซวกลับ แล้วต้องก้มหลบมือของแฮร์รี่ก็จะขยี้ผมของเธอเล่นเอาคืน

 

เมื่อพวกเขานั่งที่โต๊ะกริฟฟินดอร์ บทสนทนาก็เปลี่ยนเป็นเกี่ยวกับเรื่องการสอบที่กำลังจะมาถึง แฮร์รี่แทบไม่ได้สนใจบทสนทนานั้น ความสนใจของเขาพุ่งไปที่ประตูรอให้เจ้าชายบ้านสลิธีรินเดินเข้ามา เขาน่าจะรู้ว่ามัลฟอยจะมาทานอาหารเย็นสายเสมอ หนุ่มผมทองไม่เคยมาก่อนที่บ้านฮัฟเฟิลพัฟกินขนมปังหมด (เขาไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน -_-“) และทันทีที่เด็กปีสามบ้านฮัฟเฟิลพัฟหยิบขนมปังชิ้นสุดท้าย คนที่เขารอก็เดินเข้ามา แฮร์รี่ยิ้มให้กับตัวเอง สายตาจับจ้องร่างบางที่หยุดตรงประตูทางเข้า จมูกของอีกคนเชิดรั้น สายตามองตรงมาที่เขาอย่างท้าทาย ...เขาควรจะโกรธแต่ทำไมในท้องเขาปั่นป่วนไปด้วยความรู้สึกอื่นกันนะ

 

ทันใดนั้นเสียงระเบิดก็ดังขึ้น ทั้งห้องโถงใหญ่ถูกคลุมด้วยหมอกสีชมพู นักเรียนฮอกวอร์ตต่างร้องอย่างตกใจและพยายามก้มลงไปหลบใต้โต๊ะ ทุกอย่างเต็มไปด้วยความโกลาหล

 

ศาสตราจารย์มักกอนนากัลป์ยืนขึ้นแล้วสะบัดมือเสกคาถาให้ผงสีชมพูหายไปเหมือนที่เธอทำในห้องเรียนตอนต้นสัปดาห์ หมอกสลายไปทันที ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมอาจจะยกเว้นเพียงอย่างเดียว

...เดรโก มัลฟอยที่มีสีหน้าโกรธเกรี้ยวราวกับจะฆ่าคนได้

+++

 

“ฉันว่าที่ดัมเบิลดอร์บอกว่าจะไล่ออกนี้ก็เกินไปนะ” เฮอร์ไมโอนี่พูดขึ้นสองสามนาทีให้หลัง

รอนเงยหน้าขึ้นจากจาน ผงสีชมพูทำให้อาหารเปลี่ยนรสไป แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้รอนหยุดกินได้

“เธอก็ต้องคิดอย่างนั้นอยู่แล้วล่ะเฮอร์ไมโอนี่ เธอคิดว่าตายยังดีกว่าถูกไล่ออก ส่วนตัวฉันเห็นด้วยกับดัมเบิลดอร์นะ”

 

“เราน่าจะตามล่าคนทำนะพี่” จินนี่เสนอบ้าง

“ถ้าหนูส่งจดหมายไปหาพี่เฟรดกับจอร์จขอให้เขาส่งรายชื่อลูกค้ามาให้..”

 

“ดีน” เฮอร์ไมโอนี่ขัดพร้อมกับเรียกเด็กชายบ้านกริฟฟินดอร์อีกคน

“นายจะไม่เอาเนคไทน์ขึ้นมาผูกเหรอ นี้ก็เกือบจะสองนาทีแล้วนะ”

 

ดีนยักไหล่ “ไม่จำเป็น ระเบิดรุ้งไม่มีผลกับฉัน”

 

“จริงเหรอ” เฮอร์ไมโอนี่ถามอย่างประหลาดใจ

“นายใช้คาถาหรืออะไร...”

 

“ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้นเลย มันก็แค่ระเบิดรุ้งน่ะจะแสดงชื่อคนที่คุณรู้สึกรักผูกพัน ซึ่งฉันไม่ใช่คนแบบนั้นน่ะ”

 

“เข้าใจละ” เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้า

“นี้ก็ดึกแล้วฉันจะกลับไปหอคอยกริฟฟินดอร์นะ จินนี่มาด้วยกันมะ”

 

“ฉันจะอยู่กับรอนเอง” แฮร์รี่อาสา สายตาเหลือบไปมองโต๊ะสลิธีริน มัลฟอยนั่งทำหน้าบูดไม่พูดไม่จาและดูเหมือนจะไม่ยอมทานอะไรด้วย แม้ว่าแพนซี่จะคะยั้นคะยอแค่ไหนก็ตาม

 

เมื่อสาวๆลุกไปแล้ว แฮร์รี่ก็หันมาถามดีน “นายแน่ใจเหรอว่าต้องเป็นความรัก คือ....มีคนที่มีชื่อฉันบนหน้าผาก แล้ว...แล้วเขาบอกว่าเอ่อ มันไม่ใช่ความรู้สึกแบบนั้นน่ะ”

 

ดีนขมวดคิ้ว “ฉันไม่รู้ว่าใครบอกนายอย่างนั้นนะแฮร์รี่...แต่นั้นไม่จริงเลย ฉันช่วยเฟรดกับจอร์จในการทดลองเจ้านี้ สองคนนั้นเลือกให้เป็นความรู้สึกรักเท่านั้น รักแบบหนุ่มสาวด้วยไม่ใช่อย่างอื่น” เขากับชีมัสมองหน้ากันด้วยสายตาที่แฮร์รี่ไม่อยากเดา ก่อนจะอธิบายต่อ “ไม่ใช่ความใคร่ พิศวาส หรืออะไรแบบนั้นเลย ต้องเป็นความรักเท่านั้น”

 

แฮร์รี่คิดถามคำอธิบายของดีน ขณะที่รอนตักอาหารคำสุดท้ายยัดเข้าปาก เฟรดกับจอร์จต้องทำอะไรผิดสักอย่างแน่ๆ ไม่มีทางที่ระหว่างเรากับมัลฟอยจะเป็นอะไร...แบบนั้น

วินาทีนั้นมัลฟอยเงยหน้าขึ้นมาพอดี สายตามองแฮร์รี่ของเคียดแค้น ไม่ใช่แน่นอน แฮร์รี่คิดแต่ก็อดไม่ได้ที่จะหลบตาอีกคน

 

“นายเสร็จยังรอน” แฮร์รี่ถาม

 

ขณะที่ทั้งสองคนเดินกลับไปหอนอนเขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังเดินอยู่กับเฮอร์ไมโอนี่และโดนสอบปากคำไม่ยั้ง รอนถามคำถามเขาไม่หยุดเกี่ยวกับคนที่แฮร์รี่พูดถึงตอนอาหารเย็น และเขาก็เหมือนเฮอร์ไมโอนี่อีกเช่นกันที่หยุดถามทันทีที่แฮร์รี่ซักกลับบ้าง

“เข้านอนกันเหอะแฮร์รี่” รอนเสนอ

“บางทีตื่นมาพรุ่งนี้เช้าหน้าผากของพวกเราอาจจะว่างเปล่าเหมือน...เหมือนกับการบ้านวิชาปรุงยาของเราก็ได้”

 

แต่สุดท้ายเขาทั้งนอนไม่หลับและหน้าผากของเขาก็ยังคงไม่ว่างเปล่า ก่อนที่ทุกคนจะตื่นแฮร์รี่ลุกขึ้นจากเตียงย่องไปที่ห้องน้ำรวม กระจกที่สะท้อนชื่อบนหน้าผากของเขากลับมา ตัวอักษรสีดำสนิทเด่นชัดจนเขาไม่อาจละสายตาไปได้ ไม่ต่างจากเจ้าของชื่อนั้น

...เดรโก มัลฟอย...

 

จบตอนที่ 3

 

ตอนที่ 4

 

“ไงนายตื่นเต้นมะเรื่องที่จะได้โดนกักบริเวณลงโทษกับมัลฟอยคืนนี้” รอนตบหลังพูดหยอกล้อแฮร์รี่ในตอนอาหารเช้า

 

“ไม่เลยสักนิด” แฮร์รี่โกหกตอบอย่างไม่ต้องคิด มือขยับขึ้นแตะเนคไทน์ว่ายังคงปิดหน้าผากเขาดีโดยอัตโนมัติ

“เฮอร์ไมโอนี่ เธอมีคาถาอะไรที่จะทำให้เนคไทน์นี้ไม่หลุดมะ”

 

เด็กสาวยกไม้กายสิทธิ์ขึ้นก่อนจะลดลง “ไม่ ขอโทษนะแฮร์รี่”

 

“นี้เป็นครั้งแรกเลยนะที่เธอไม่รู้” รอนพูดแหย่เพื่อนสาว

“นี้เราต้องบันทึกไว้นะ วันนี้เป็นวันที่เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ตอบว่าไม่รู้ ฉันจะเอาขึ้นกรอบบนฝาบ้านเลย”

 

“เงียบไปเลยรอน” เฮอร์ไมโอนี่แหวกลับ

 

ขณะที่เพื่อนสนิทสองคนเถียงกันไปกันมา แฮร์รี่ก็เหม่อมองโต๊ะบ้านสลิธีรินเหมือนเดิม มัลฟอยเพิ่งดื่มน้ำฟักทองและขนมปังปิ้งเสร็จ ทั้งแพนซี่และเบลสพยายามให้มัลฟอยกินสตอร์เบอร์รี่ แบลคเบอร์รี่ และ แตงโม แต่เด็กหนุ่มปัดจานออกโดยไม่แตะผลไม้ในจาน มือคว้าแอปเปิ้ลเขียวแสนเปรี้ยวแล้วเดินออกไป

 

“แฮร์รี่” เฮอร์ไมโอนี่ตะโกนทำให้เจ้าของชื่อสะดุ้งจากภวังค์

“นายเป็นอะไรรึเปล่า ฉันถามนายอยู่ตั้งนานว่าจะเดินไปห้องเรียนกันรึยัง”

 

“อะอืม โทษทีฉันแค่เหม่อๆน่ะ” พูดแล้วแฮร์รี่ก็รีบหยิบกระเป๋าหนังสือแล้วลุกขึ้น

 

“แฮร์รี่ นายดู...ดูเหมือนมีเรื่องอะไรกวนใจนายอยู่นะ นี้นายไม่เป็นอะไรใช่ไหม” เฮอร์ไมโอนี่ถามอย่างเป็นห่วงขณะที่ทั้งสามคนกำลังเดินไปห้องเรียน

 

“เรื่องสาวคนนั้นรึเปล่า” รอนแทรกขึ้น

 

 “สาวคนไหน” แฮร์รี่ถามอย่างไม่เข้าใจ

 

รอนพยายามส่งสายตาให้แฮร์รี่ “นายก็รู้ คนนั้นน่ะ” รอนชี้ไปที่หน้าผาก

 

“ฉันก็คิดเหมือนกันว่านายไม่สบายใจเรื่องของคนที่จูบนายรึเปล่า” เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้าเห็นด้วย

“ทำไมนายไม่ยอมบอกพวกเราล่ะว่าเป็นใคร”

 

แฮร์รี่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ “นี้พวกนายอยากรู้จริงๆเหรอ”

 

“ใช่” รอนและเฮอร์ไมโอนี่พูดขึ้นพร้อมกัน

 

ก่อนที่แฮร์รี่จะลังเลแล้วเปลี่ยนใจ ชายหนุ่มรีบดึงเพื่อนทั้งสองเข้ามาในซุ้มติดระเบียง แฮร์รี่หันหลังให้ระเบียงขณะที่แกะเนคไทน์ออก

“ฉันไม่ได้อยากจะเก็บความลับจากพวกเธอสองคนเลย ...แต่ถ้าเห็นก็คงจะเข้าใจเองว่าทำไมฉันไม่อยากพูดอะไรออกไป”

“อีกอย่างถ้าพวกนายตกใจก็ไม่เป็นไร เพราะฉันเองก็ตกใจไม่แพ้กัน แต่ได้โปรดอย่า...”

 

“แฮร์รี่” เฮอร์ไมโอนี่วางมือลงบนไหล่ของแฮร์รี่ “พวกเราจะไม่หัวเราะเยาะนาย ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร”

 

“ฉันกลัวว่าจะอ้วกมากกว่านะสิ” แฮร์รี่พูดเบาๆ ก่อนจะปลดเนคไทน์ออก

 

+++

 

“ฉันไม่คิดเลยว่านายจะเป็นลมนะรอน” แฮร์รี่หันไปมองเพื่อนสนิท

 

“ฟังนะเพื่อนนายเล่นมาบอกข่าวอะไรแบบนี้ โดยไม่ให้ฉันนั่งลงก่อนเนี้ยนะ แล้วตกใจตอนฉันเป็นลมได้ไง”

 

“ฉันไม่ประหลาดใจสักนิด” เฮอร์ไมโอนี่พูดยิ้มๆ

“ฉันคิดมาตลอดเลยว่ามันต้องมีอะไรลึกๆระหว่างพวกนาย มากกว่าการทะเลาะกันแบบเด็กๆ”

 

รอนกรอกตา “แน่ล่ะเฮอร์ไมโอนี่”

 

“ฉันรู้จริงๆย่ะ”

 

“แล้วทำไมเธอถึงไม่พูดอะไรออกมาเลยฮึ”

 

“เพราะคิดดูสิถ้าฉันคิดผิด แฮร์รี่จะโกรธแค่ไหน”

 

“เธอพูดถูกนะ” แฮร์รี่แทรกขึ้น “แล้วถึงมันจะจริงฉันก็คงจะโกรธอยู่ดี”

 

“เอาเหอะ รีบไปห้องเรียนเหอะ” รอนทำท่าจะเดินออกไป แต่แฮร์รี่กลับขวางเอาไว้

 

“ไม่ นี้ยังไม่จบรอน ถึงเรื่องของฉันจบแล้วก็จริง แต่พวกนายสองคนยังมีเรื่องต้องสารภาพกันอยู่ เริ่มจากถอดเนคไทน์ออกจากหน้าผากทั้งคู่เลย” แฮร์รี่สั่ง

“คุยกันดีๆนะ ส่วนฉันจะไปรอที่ห้องเรียน” แฮร์รี่มองทั้งคู่เขม็งก่อนเดินไปห้องเรียน

ตอนที่เขาไปถึงห้องเรียนวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์ ศาสตราจารย์บินน์ก็เริ่มสอนด้วยเสียงเนือยๆเหมือนเดิมแล้ว และจนหมดคาบทั้งรอนและเฮอร์ไมโอนี่ก็ไม่ได้มาที่ห้อง หรือว่ามาทานอาหารเที่ยง

 

จนกระทั่งถึงเวลาอาหารเย็นนั้นแหละแฮร์รี่ถึงรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาจริงๆ ทั้งรอนและเฮอร์ไมโอนี่หายไปเกือบทั้งวันแล้ว แล้วตอนนี้ขนมปังบนโต๊ะบ้านฮัฟเฟิลพัฟก็หมดไปตั้งนานแล้วมัลฟอยก็ไม่โผล่มาอีกคน

 

จินนี่กับดีนคุยและหัวเราะเรื่องอะไรสักอย่างที่แฮร์รี่ไม่ได้สนใจ ฉันมันโง่งี่เง่าจริงๆ ถ้าฉันทำลายมิตรภาพของสองคนนั้นล่ะ แฮร์รี่ถอนหายใจแล้วคิดกลับไปปีที่หกที่รอนและเฮอร์ไมโอนี่ไม่ยอมพูดกันยกเว้นพูดผ่านเขา นรกชัดๆ เด็กหนุ่มคิดในใจ

 

“นายคิดว่าไงแฮร์รี่” ดีนหันมาถาม

 

แฮร์รี่สะดุ้ง ก่อนจะรีบหันมายิ้มให้เพื่อนร่วมบ้าน “เกี่ยวกับอะไร”

 

“เกี่ยวกับคนที่เป็นคนใช้ระเบิดรุ้งนี้ไงล่ะ”

 

“ไม่รู้สิ พวกนายคิดว่าใครล่ะ”

 

“ฉันคิดว่าเป็นสเนป แต่สาวหน้ากระคนนี้คิดว่า...”

 

“ฉันพูดเองได้น่ะดีน” จินนี่แทรกขึ้น “ฉันคิดว่าเป็นนักเรียน”

 

“โอเค แล้วทำไมล่ะ ทั้งคู่เลย” แฮร์รี่ถามกลับ

 

ดีนยิ้ม “เพราะสเนปน่ะออกจะดูโรคจิตหน่อยๆ ไม่ต้องมีหลักฐานอื่นเลย”

 

จินนี่กรอกตา “ตลกชะมัดแค่นั้นอ้ะนะ แล้วสเนปมีแรงจูงใจอะไร แค่เพราะดูโรคจิตไม่นับหรอกนะ นักเรียนคนอื่นดูเป็นไปได้กว่าเยอะ คนที่อาจจะอยากรู้ว่าคนที่เขาชอบน่ะรู้สึกยังไงเป็นต้น”

 

“แล้วทำไมต้องระเบิดทั้งโรงเรียนล่ะ ทำไมไม่แค่ชั้นที่คนที่เขาชอบเรียนล่ะ”

 

“ไม่รู้สิ ทำให้คนอื่นไม่สงสัยมั้ง ถ้าแค่เป็นชั้นเดียวที่โดนแป๊บเดียวก็รู้ตัวคนทำแล้ว แต่ถ้าเป็นทั้งโรงเรียนหายากตายเลย”

 

แฮร์รี่หัวเราะ “จินนี่ คนที่คิดหนักขนาดนั้นเกี่ยวกับเรื่องระเบิดแกล้งคนอื่นน่ะจะมีแค่บ้านสลิธีรินกับเฮอร์...” แฮร์รี่หยุดก่อนจะพูดจบ

 

จินนี่มองเขาเบิกตากว้าง “พี่คิดว่าเป็นเฮอร์ไมโอนี่เหรอ”

 

แฮร์รี่รีบปฎิเสธ “ไม่ใช่ ไม่ใช่เด็ดขาด” แต่ถึงพูดอย่างนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงสีหน้าของเพื่อนสนิทตอนที่รู้ว่าผลของระเบิดครั้งที่สองกำลังจะสลายไป

“ขอโทษนะ” เขารีบขอตัวออกมาจากโต๊ะ แล้ววิ่งไปที่ห้องนั่งเล่นของกริฟฟินดอร์ทันที หวังว่าจะได้เจอรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ แต่ก่อนที่จะถึงเขาก็วิ่งชนกับคนที่เขาตามหา ทั้งคู่ยิ้มและหัวเราะให้กัน มือจับกันแน่น

 

แฮร์รี่ยืนตัวตรงมองหน้าเด็กสาวผมหยิก “เธอใช่ไหมที่เป็นคนทำเฮอร์ไมโอนี่ เพราะอย่างนั้นเธอถึงรู้เวลาก่อนที่ชื่อจะปรากฏบนหน้าผากเป๊ะๆ เธอถึงรู้คาถาที่ฉันต้องใช้ถ้าอยากจะเลี่ยงเด็กผู้หญิงที่ไล่ตามฉัน แล้วเธอก็ยังบอกอีกว่าคนที่ทำไม่ควรต้องถูกไล่ออก”

 

“แฮร์รี่ไม่เอาน่าพวก” รอนมองไปรอบๆให้แน่ใจว่าไม่มีคนแอบฟัง

“นายพูดอะไรไม่มีเหตุผลเลยนะ เฮอร์ไมโอนี่จะทำได้ไง เธอจะเป็นคนระเบิดห้องเรียนของนักเรียนปีสี่ขึ้นไปทุกชั้นพร้อมกันได้ไง”

 

“ฉันคิดว่านายลืมเรื่องปีสามนะรอน” แฮร์รี่ตอบกลับเสียงเรียบ

“เธอมีเครื่องย้อนเวลา”

 

“แต่นั้นถูกทำลายไปแล้ว เฮอร์ไมโอนี่พูดออกไปสิว่าเธอไม่ได้ทำ... เธอไม่ได้ทำใช่ไหม” รอนถามเสียงอ่อนเมื่อเห็นเด็กสาวไม่พูดอะไรออกมา

 

เฮอร์ไมโอนี่ก้มหน้าต่ำหลบสายตา “ฉัน ฉัน...”

 

รอนมองเธออย่างตกใจ “ไมโอนี่ เธอไม่...”

 

“ฉันอยากรู้ว่าเธอชอบฉันบ้างรึเปล่า” เฮอร์ไมโอนี่พูดเสียงเบาหวิว

 

“เธอก็แค่ต้องถามฉันตรงๆ ให้ตายสิเธอรู้ไหมว่าทำให้ทุกคนเดือด..”

 

“เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ มีปัญหาอะไรรึเปล่า” เสียงลาเวนเดอร์ บราวน์ทักออกมา

ทั้งสามคนหันไปมองตามเสียงนั้นอย่างตกใจ

“เรากำลังคุยกันเรื่องการบ้านวิชาปรุงยาน่ะ” แฮร์รี่รีบพูดกลบเกลื่อน

 

ลาเวนเดอร์กรอกตา “อะฮะ แล้วอยากจะคุยเรื่องอื่นที่น่าสนใจกว่าการบ้านวิชาปรุงยาไหมละ”

 

แฮร์รี่ขมวดคิ้ว “เธอตั้งใจจะพูดเรื่องอะไรลาเวนเดอร์”

 

“กฎใหม่น่ะสิ” ลาเวนเดอร์พูดพร้อมหัวเราะคิกคัก

“กฎที่ต้องทำตามก่อนที่ชื่อบนหน้าผากจะหายไป แย่กว่าทุกครั้งเลย”

 

ทั้งสามคนมองเธอเขม็ง รอคำตอบ

“ออรัลเซกซ์” พูดจบเธอก็วิ่งจากไป

 

ทั้งรอนและเฮอร์ไมโอนี่หน้าแดงจัด

“ให้ตายเหอะ” รอนอุทานออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปมองแฮร์รี่ สายตามองที่หน้าผากของเด็กหนุ่มผมดำ แล้วทำหน้าเหมือนกำลังจะอ้วก

“ให้ตายเหอะ แฮร์รี่”

 

“เอ่อ”

“คือฉันต้องห้องกักบริเวณแล้วนะ” ที่จริงเขาควรจะไปตั้งนานแล้ว เขาควรจะออกไปเจอศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์นอกห้องเรียนพยากรณ์ศาสตร์หลังอาหารเย็นทันที

 

รอนกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น “เอ่อ โอเค ขอให้สนุกนะ”

 

“บายแฮร์รี่” เฮอร์ไมโอนี่พูดแต่ยังคงหลบสายตาแฮร์รี่

 

“เรามีเรื่องต้องคุยกันต่อตอนฉันกลับมา แต่ให้รู้ไว้ว่าฉันไม่ได้โกรธเธอนะเพราะฉะนั้นยิ้มหน่อยน่าเฮอร์ไมโอนี่”

 

มุมปากของเด็กสาวยกขึ้น “ตกลง” 

 

แฮร์รี่วิ่งตรงไปที่ห้องเรียนวิชาพยากรณ์ศาสตร์ เขาไปถึงโดยหอบเหนื่อยและเหงื่อออกท่วมตัว

มัลฟอยกับศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์รออยู่ข้างในแล้ว

“ขอโทษฮะที่มาสาย” แฮร์รี่พูดเบาๆ

 

“อย่าคิดมากเลยจ้ะ” อาจารย์สาวพูดเรื่อยๆ มือยังคงวางลูกแก้วเป็นแถบในรถเข็นคันเล็กๆ

“เธอมาถึงตอนที่ฉันรู้ว่าเธอจะมาพอดี”

 

“เอ่อ ฮะ”

 

“แล้วนี้ก็พร้อมแล้ว” ศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์มองรถเข็นอย่างชื่นชม

“ฉันเชื่อใจให้พวกเธอสองคนทำความสะอาดเจ้าพวกนี้ได้ใช่ไหมจ้ะ ฉันกลัวว่าฉันมีเรื่องที่ต้องทำ”

 

“เอ่อ แล้วพวกเราจะ..” แฮร์รี่พูดตะกุกตะกักถามแต่หยุดทันทีเมื่อมัลฟอยส่งสายตามาให้

 

“แค่ทำความสะอาดลูกแก้วพยากรณ์พอตเตอร์ ไม่ยากอะไรขนาดนั้น ฉันเห็นเอลฟ์บ้านทำเป็นร้อยๆครั้ง”

 

“ธ..เธอจะสอนเขาสินะ” ทรีลอว์นีย์กระพริบตา “นั้นดีที่สุดเลย ฉันคิดว่านะ มักกอนนากัลอยู่ในอ..อันตรายอย่างใหญ่หลวง ฉันต้องเตือนเธอ” อาจารย์สาวพึมพำกับตัวเอง ดึงผ้าคลุมไหล่กระชับตัวมากขึ้น

“ฉันจะไปไม่เกินชั่วโมงนะจ้ะ” เธอพูดแล้วจากไป

 

เมื่อประตูห้องปิด ทั้งห้องก็เงียบสนิท แฮร์รี่พยายามไม่มองอีกคนที่อยู่ในห้องด้วย

 

“มานี่พอตเตอร์” มัลฟอยพูดเบาๆ

“นายผลักรถเข็นนี้ที” ว่าแล้วเด็กหนุ่มก็เดินนำไป หันมามองเป็นระยะๆว่าแฮร์รี่เดินตามมา

 

แฮร์รี่ผลักรถเข็น (ที่เบากว่าที่คิด) ตามมัลฟอยมาจนถึงประตูเล็กๆ มัลฟอยผลักประตูออกก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน

 

“นี้ เราไม่ใช้ ลูมอส หรืออะไรสักอย่างเหรอ” แฮร์รี่เข็บรถเข้าไปในห้องเล็กๆที่มืดสนิท

 

“นี้นายไม่รู้จริงๆรึไงพอตเตอร์ การทำความสะอาดลูกแก้วพยากรณ์ต้องทำให้ที่มืด” พูดจบมัลฟอยก็โบกมือปิดประตูทันที ที่จริงแฮร์รี่แอบโล่งใจที่ห้องมืดสนิท มัลฟอยจะได้ไม่ให้สีหน้าของเขาหรือว่าแก้มแดงๆของเขา

 

แล้วมัลฟอยก็หยิบลูกแก้วขึ้นมาวางลงบนชั้นก่อนจะใช้ไม้กายสิทธิ์ชี้ไปที่ลูกแก้วพร้อมกับพูดว่า ดัฟฟลูมิโอ ทันใดนั้นลูกแก้วก็เปล่งประกายเป็นสีฟ้าจางๆ แฮร์รี่ทำตามบ้าง เขาหยิบลูกแก้วขึ้นมาแล้วพูดตามมัลฟอย และยิ้มออกมาเมื่อเห็นลูกแก้วส่องประกายสีชมพูจางๆพร้อมกับอุ่นขึ้นในมือเขา

“นี้มันไม่ยากนี้” แฮร์รี่ส่งยิ้มให้มัลฟอย แต่เด็กหนุ่มกลับทำหน้าบึ้งส่งกลับมาให้

“เฮ้ ทำไมต้องทำหน้าเซ็งขนาดนั้นด้วยล่ะนาย” แฮร์รี่ถาม คิดว่าคำตอบของมัลฟอยคงไม่แคล้ว เพราะฉันต้องมาติดแหงกโดนกักบริเวณกับนายน่ะสิพอตเตอร์ แต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อมัลฟอยตอบคำถามเขาอย่างจริงจัง

 

“แพนซี่กวนฉันไม่หยุดน่ะสิ” มัลฟอยตอบเสียงหงุดหงิด พร้อมกับเอาลูกแก้วที่ส่องประกายม่วงเก็บเข้าไปในชั้น

“เธออยากจะรู้ว่าทำไมฉันกินแอปเปิ้ลเขียวทุกเช้า เธอคิดว่ามันต้องเป็นเพราะอะไรบนหน้าผากฉันแน่ๆ แล้วเธอก็ขู่ว่าจะดึงเนคไทน์บ้าๆนี้ออก”

 

“อา” แฮร์รี่ไม่รู้ว่าเขาควรจะแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจเรื่องแอปเปิลเขียวรึเปล่า

“เอ่อ ถ้านายอยากจะให้ฉันช่วย...”

 

“ฉันไม่ต้องการความสงสารจากนายพอตเตอร์” มัลฟอยรีบตอบกลับอย่างหงุดหงิด

 

แฮร์รี่หน้าแดง มือสั่นขณะวางลูกแก้วประกายเขียวลงบนชั้นวาง

“ไม่ใช่เพราะความสงสารซะหน่อย” เด็กหนุ่มพูดกับตัวเองเบาๆ

“ฉันหมายความว่าเอ่อ ฉันไม่เคย.. ไม่เคยทำอะไรแบบนั้นน่ะ”

 

แม้ในความมืดแฮร์รี่ก็เห็นได้ชัดว่าผิวขาวๆของมัลฟอยมีสีเลือดแต้ม

“แสดงว่านายรู้สินะว่ากฎใหม่คืออะไร อย่าคิดว่านายจะโชคดีง่ายๆเลยพอตเตอร์”

 

“ไม่ ไม่ ฟังนะ ฉันขอโทษ ฉันไม่คิดจะเอาเปรียบนายหรืออะไร ฉันแค่คิดว่านายคงรู้สึกดีกว่าถ้าหน้าผากนายไม่มีชื่อ...” แฮร์รี่อธิบายอย่างตะกุกตะกัก

 

“ไม่มีชื่อของนายติดอยู่” มัลฟอยพูดต่อให้ สายตามองแฮร์รี่อย่างท้าทายราวกับว่าคำพูดนั้นเป็นสิ่งที่แฮร์รี่ไม่กล้าพูดออกมา

 

“ใช่” แฮร์รี่พูดเบาๆ พร้อมกับก้มลงหยิบลูกแก้ว

 

พวกเขาทำความสะอาดลูกแก้วเงียบๆ จนกระทั่งลูกแก้วเกือบทั้งหมดวางเรียงบนชั้นส่องให้ห้องมืดๆเต็มไปด้วยประกายแสงสีจางๆนับร้อย มัลฟอยเป็นคนวางลูกแก้วใบสุดท้ายลง (สีส้มอาทิตย์ตกดิน)

 

แฮร์รี่ทำท่าเหมือนจะเดินออก แต่เสียงของอีกคนหยุดเขาไม่ซะก่อน

 

“ที่จริง” เสียงของมัลฟอยเบาหวิว สายตาหลุบต่ำไม่มองเขา

“ฉันก็อยากให้มันหายไป... ถ้านายไม่ว่าอะไร”

 

แฮร์รี่พยักหน้า กลืนน้ำลาย นี้พวกเขากำลังจะ...

 

มัลฟอยเงยหน้าขึ้นในที่สุด จมูกรั้นเชิดสูง “ยังไงฉันก็ไม่คุกเข่าต่อหน้านายพอตเตอร์”

 

“เอ่อ” แฮร์รี่พูดพร้อมกับมองไปทั่วห้อง ก่อนสายตาจะหยุดที่เก้าอี้ยาวกลางห้อง

“เอ่อ ถ้าฉันไปนั่งที่นาย นายก็แค่ก้มหน้าลงมา..”

 

มัลฟอยพยักหน้า แฮร์รี่รีบเดินไปที่เก้าอี้ยาว มือสั่นขณะปลดกระดุมกางเกง ก่อนจะหยุดเงยหน้ามองมัลฟอย ตาสีเทามองตามมือของเขานิ่ง แฮร์รี่สูดหายใจลึกก่อนจะดึงกางเกงลงในครั้งเดียวแล้วนั่งลง สายตามองตามอีกคน มัลฟอยหน้าแดงจัดแต่สายตาก็ยังคงจับจ้องต้นขาที่ไม่มีอะไรปกปิดของแฮร์รี่ไม่วางตา

 

เขารู้สึกว่าส่วนอ่อนไหวเขากำลังเติบโตขึ้น จากเพียงแค่สายตาของมัลฟอยที่จ้องมอง

 

“เอามือของนายยกขึ้นพอตเตอร์” มัลฟอยสั่ง

“ฉันไม่อยากให้นายทำให้ผมฉันยุ่ง”

 

“ฉันไม่ทำอย่างนั้นหรอกน่ะ”

 

“ทำตามที่ฉันบอก”

 

แฮร์รี่ยกมือขึ้น จับชั้นวางของเหนือศีรษะของเขา พยายามไม่รบกวนลูกแก้วที่วางเรียงบนชั้นนั้น

 

และมัลฟอยก็นั่งลง ก่อนจะก้มลงช้าๆ มือเรียววางอยู่ข้างๆเข่าของแฮร์รี่ ใบหน้าเหนือส่วนแข็งขืนของเขา

 

เมอร์ลิน แฮร์รี่คิดในใจขณะที่มัลฟอยกลืนกินเขาเข้าไปทั้งหมด เด็กหนุ่มหลับตาเงยหน้าขึ้นอย่างรู้สึกดี มือกำชั้นแน่น ก่อนจะเปิดตาช้าๆ จดจำภาพตรงหน้า ผมสีทองของอีกคนเปลี่ยนเป็นสีประกายรุ้งตามแสงของลูกแก้ว ริมฝีปากขยับขึ้นลงความรู้สึกเปียกร้อนจากริมฝีปากของมัลฟอยทำให้แฮร์รี่ต้องปิดตาอีกครั้งแล้วครางออกมา “โอ้ มัลฟอย” ความร้อนแผดเผาไปทั่วกายเขา แต่ส่วนที่ร้อนที่สุดคือส่วนแก่นกายของเขาที่กำลังขยับเข้าออกปากมัลฟอย เสียงดูดกลืนเปียกแฉะดังท่ามกลางความเงียบและเสียงหายใจหอบ

แฮร์รี่พูดไม่เป็นภาษาเมื่อมัลฟอยกลืนกินเขาลึกมากขึ้น มากกว่าทุกครั้ง ลิ้นร้อนตวัดสัมผัสแกนกายของเขาส่งความเสียวซ่านไปทั่ว

แต่ทันใดนั้นเด็กชายก็หยุด ใบหน้าหวานเงยมองเขา ริมฝีปากอีกคนช้ำ “พูดชื่อฉันออกมาอย่าหยุดนะพอตเตอร์” มัลฟอยสั่ง และตอนนั้นแฮร์รี่ทำได้เพียงพยักหน้า

“มัลฟอย” เขาครางออกมาอีกครั้งเมื่อโพรงปากร้อนครอบครองเขาอีกครั้ง

“มัลฟอย” แฮร์รี่ร้องเรียกชื่อเจ้าของลิ้นที่เลียส่วนอ่อนไหวของเขา เจ้าของมือที่สัมผัสเขา

แล้วแฮร์รี่ก็ปล่อยมือออกจากชั้นหนังสือ เลื่อนนิ้วสัมผัสผมนิ่ม ดันผ้าสีเขียวที่ปิดหน้าผากของอีกคนออก เขาจะได้เห็น...แฮร์รี่ พอตเตอร์... ตราอยู่บนหน้าผากเนียน นิ้วมือไล่ไปตามรอยอักษร มัลฟอยหลับตาแน่นเหมือนกับว่าเขาจะร้องไห้ และแฮร์รี่ก็ก้มลงกระซิบชื่อเจ้าของร่างเบา “เดรโก” มัลฟอยส่งส่วนอ่อนไหวของแฮร์รี่ลึกลงไป ลึกเสียจนเด็กหนุ่มผมทองเกือบสำลัก แล้วความร้อนก็ครอบคลุมเขา แฮร์รี่รู้สึกเหมือนเขากำลังถูกผลักออกจากฝั่งทะเล หรือเขาอยู่บนฟ้ากันแน่ เด็กหนุ่มปลดปล่อยเข้าไปในริมฝีปากร้อน ก่อนจะกลับมาสู่พื้นดินอีกครั้ง

 

มัลฟอยยืนขึ้นทันทีโดยไม่รีรอ เด็กชายบ้านสลิธีรินเดินไปหยิบเนคไทน์สีเขียวที่ตกอยู่บนพื้น ใบหน้าก้มต่ำซ่อนจากสายตาของแฮร์รี่

“พวกเราทำความสะอาดลูกแก้วพยากรณ์เสร็จแล้ว ไม่มีอะไรอีก” ร่างบางพูดด้วยเสียงเรียบๆ ก่อนจะก้าวไปที่ประตู

“เจอกันในวิชาปรุงยานะพอตเตอร์”

 

“เดี๋ยวมัลฟอย” แฮร์รี่รีบเรียกก่อนที่ร่างบางจะเดินออกจากห้องนี้ไป มือเรียวจับขอบประตูแน่น

 

“ฉันไม่คิดว่าพวกเรายังมีอะไรต้องคุยกันอีกนะพอตเตอร์”  

 

มัลฟอยอาจจะไม่คุยกับเขาอีกแล้ว ไม่มีลิ้นร้อนๆที่เลียริมฝีปากเขา (หรือส่วนอื่นของเขา) อีกแล้ว ความคิดนั้นทำให้แฮร์รี่มีความกล้าอย่างประหลาด

“ไม่ มัลฟอยฟังนะ ดูนี้” แฮร์รี่ส่งเสียงอ้อนวอน พร้อมกับดึงเนคไทน์ออกจากหน้าผากของตัวเอง

 

ใบหน้าที่มีสีเลือดของมัลฟอยไร้สีทันทีที่เห็นหน้าผากไร้ชื่อใดๆของแฮร์รี่

“ฉันไม่อยากรู้ว่านายทำอะไรกับเด็กวีสลีย์นั้นบ้าง” เด็กหนุ่มตอบกลับด้วยความโกรธจัด แต่แฮร์รี่รู้ว่าอีกคนกำลังโกหก เขารู้จากท่าทางและสายตาของมัลฟอย

 

“มัลฟอย ฉันกับจินนี่ไม่ได้..”

 

“แล้วจะเป็นใครได้อีกล่ะ” มัลฟอยพูดแสยะยิ้ม ก่อนจะหันหลังเดินออกไป

 

“มีแค่คน...” แฮร์รี่พยายามจะอธิบาย แต่เด็กหนุ่มผมทองก็เดินจากไปไกลเสียแล้ว

 

+++

 

“เฮอร์ไมโอนี่ เธอทำให้ระเบิดรุ้งพวกนั้นระเบิดออกเวลาพร้อมกันหลายๆที่ได้ยังไง” แฮร์รี่ถามขณะพวกเขากำลังเดินไปทานอาหารเช้า

 

เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มอย่างภูมิใจ “ที่จริงมันก็ยุ่งยากนิดหน่อย แล้วฉันอาจจะยืมใช้ผ้าคลุมล่องหนของนาย..”

 

แฮร์รี่เลิกคิ้วถาม

 

“ก็ได้ก็ได้ ขโมยใช้ผ้าคลุมล่องหน แล้วที่เหลือก็แค่ย่องเข้าไปในห้องเรียน ฉันมีตารางสอนของนักเรียนทุกชั้นปีในสมุดบันทึกอยู่แล้ว แล้วก็วางระเบิดพร้อมกับคาถาตั้งเวลาในมุมอับ อ้อแล้วก็ใช้คาถาอย่า-เห็น-ฉัน บนระเบิดด้วย”

 

“ตกลงเธอยังเหลือระเบิดรุ้งอีกกี่ลูกล่ะ” แฮร์รี่ถามเหมือนชวนคุย

 

แต่แน่นอนว่าเฮอร์ไมโอนี่ไม่โง่ เธอรู้ทันเขาทันที

“แฮร์รี่ นายไม่ได้คิดที่จะ...”

 

แฮร์รี่ยิ้มกว้างตอบกลับมา

 

+++

 

อ่างล้างหน้ายังคงรั่วเหมือนเคย แฮร์รี่สงสัยว่าจะมีใครเข้ามาซ่อมห้องน้ำนี้ไหม แต่ช่างทุกคนคงกลัวหัวหดเพราะเมอร์เทิล แฮร์รี่คิดแล้วหัวเราะในใจ

เขายืนพิงผนังรอเวลา และมัลฟอยก็เดินเข้ามาทันทีที่แฮร์รี่เริ่มคิดว่าบางทีเด็กหนุ่มผมทองอาจจะเปลี่ยนกิจกรรม ถ้ามัลฟอยไม่ลงมาที่นี่หลังอาหารเที่ยงเหมือนทุกวันหล่ะ

 

“พอตเตอร์” มัลฟอยพูดนิ่งๆ เสียงเย็นเยียบเหมือนครั้งแรกที่แฮร์รี่เจอมัลฟอยที่นี่หลังจากระเบิดรุ้งครั้งแรกในห้องวิชาปรุงยา

“นายมาทำอะไรที่นี่” คำถามต่อมาเสียงมัลฟอยกลับดูเหนื่อยๆ

 

“มารอนาย” แฮร์รี่ยิ้ม แล้วล้วงหยิบลูกบอลสีชมพูออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ตาสีเทาเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าอะไรอยู่ในมือแฮร์รี่ ร่างบางทำเหมือนจะวิ่งหนี แต่ก็ช้าเกินไปแฮร์รี่ปล่อยให้ระเบิดทำงานแล้ว

 

“นายจะเล่นตลกอะไร ถ้านายคิดว่าฉันจะยอมทำกับนายเหมือนครั้งที่แล้ว..” มัลฟอยส่งเสียงขู่ฟ่อ

 

“ฉันต่างหากที่อยากทำให้นาย” แฮร์รี่ตอบกลับ

 

และเมื่อหมอกสีชมพูจางลง แฮร์รี่ก็เห็นร่างของมัลฟอยก้าวยาวมาหาเขา ทั้งตัวเป็นประกายสีชมพู

“นายพูดบ้าอะไรพอตเตอร์” เสียงมัลฟอยต่ำ

 

แฮร์รี่บังคับสายตาให้มองตรงหน้าอีกคน ไม่ถอนสายตาจากดวงตาสีเทาที่มองเขาอย่างค้นหา มือเลื่อนขึ้นไปจับปลายผ้าสีแดงที่ยังคงผูกปิดหน้าผากเขาเอาไว้

...แล้วดึงมันออก

 

The end 

 
Note: จบแล้วค้า เรื่องนี้จบให้คิดต่อนะคะว่าพ่อหนุ่มกริฟฟินดอร์ของเราจะเปลี่ยนในเจ้าชายผมทองสำเร็จรึเปล่า แต่ขั้นนี้แล้วเนอะ อุตส่าห์ได้ระเบิดจอมโกงบอกชื่อคนที่แอบรักโต้งๆ ถ้ายังจะปากแข็งกันทั้งคู่คนอ่านอย่างเราคงต้องตบหัว 
 
เราชอบแฮร์รี่แบบนี้ที่แบบไม่รู้เรื่องอะไรเล้ยว่าตัวเองหลงรักเขาแล้วนั้นแหละ เป็น stalker ซะขนาดนี้ ถึงขนาดรู้ว่ากินอะไรตอนเช้าแล้วรู้สึกยังไงจากผลไม้ที่เลือกอ้ะ ส่วนเดรโกก็ปากแข็ง ไม่รู้ทำไมดิฉันจะอิ๊งอ๊างเป็นพิเศษกับหนูเดรตอนเป็นซึนดาเระ 
 
เจอกัน entry หน้าค่ะ อีกไม่นานจะเปิดเรียนแล้ว >< 
 
 

ฟิคแปล: The name on your forehead (H/D) 2/4

posted on 01 Sep 2015 05:30 by translatefiction  in TranslatedFictions  directory Fiction
The name on your forehead (Harry/Draco) by Kiarawolf 
 
 
Pairing: Harry/Draco
 
เรื่องย่อ: สิ่งประดิษฐ์ใหม่ล่าสุดของพี่น้องวิสลีย์ก็คือระเบิดประกายรุ้งที่ทำให้ชื่อของคนที่คุณชอบ ปรากฎอยู่บนหน้าผาก และคนที่ดูเหมือนจะมีปัญหากับผลของมันที่สุดก็คือแฮร์รี่ พอตเตอร์ 
 
 
 
ตอนที่ 2
 

 

แฮร์รี่สะดุ้งตื่น ร่างกายร้อนผ่าว ภาพในความฝันยังคงแจ่มชัดในหัวของเขา ..ภาพของเดรโก มัลฟอยกับจมูกรั้นๆ เดรโก มัลฟอยกับริมฝีปากที่เผยอออกอย่างเชิญชวน และเดรโก มัลฟอยกับเสียงครางอย่างเรียกร้อง  

ให้ตายสิ แฮร์รี่คิด เขาพ่ายแพ้ต่อความต้องการของร่างกาย มือของเด็กหนุ่มลากผ่านร่างกายตรงไปกอบกุมส่วนแข็งขืนร้อนผ่าวของตัวเอง ขยับมือขึ้นลงพร้อมกับหลับตาแน่น คิดว่ามือนั้นคือมือเรียวๆของเด็กชายในความฝันของเขา รู้สึกดีไหม พอตเตอร์ ร่างบางจะถามเขาขณะยังคงใช้มือให้ความสุขกับแฮร์รี่ เด็กหนุ่มผมดำกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะปลดปล่อยความรู้สึกออกมา ของเหวลอุ่นๆเลอะทั่วมือของเขา

 

เช้านั้นเด็กหนุ่มเดินไปห้องโถงใหญ่เพื่อรับประทานอาหารเช้าด้วยความรู้สึกเซ็งๆ รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ยังคงหน้าแดงใส่กันทุกครั้งที่สบตา แฮร์รี่อยากจะโขกหัวเพื่อนทั้งสองเสียจริงๆ แต่เขาทำเพียงแค่เงียบ ...แล้วก็เหลือบมองที่โต๊ะสลิธีริน รอให้คนในความฝันของเขาเดินเข้ามา

 

เด็กนักเรียนตั้งแต่ปีสี่ขึ้นไปพร้อมใจกันใช้เนคไทน์คาดไว้เหนือหน้าผากปิดไม่ให้ใครเห็นว่าชื่อของคนที่พวกเขาแอบชอบบนหน้าผากคือใคร ชื่อนั้นจะไม่จางหายไปจนกว่าคนคนนั้นจะได้จุมพิตกับเจ้าของชื่อ และดูเหมือนว่าโอกาสที่จะบังคับจุมพิตจากคนที่ไม่ชอบกลับนั้นยากเต็มที เพราะอาจารย์ใหญ่ร่ายคาถายินยอมใส่นักเรียนทุกคนในฮอกวอร์ตเมื่อคืน แฮร์รี่ถอนหายใจอย่างโล่งอกทันทีที่รู้เพราะแม้นักเรียนสาวหลายคนยังคงจ้องจะหาเวลาส่วนตัวกับแฮร์รี่ไม่เลิก แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องจูบกับคนที่เขาไม่ยินยอม

 

“เลิกทำหน้าเซ็งได้แล้วแฮร์รี่” เฮอร์ไมโอนี่สะกิดเพื่อนรัก

“พวกเราต้องไปห้องเรียนแล้วนะ”

 

แฮร์รี่เหลือบมองที่โต๊ะอีกฝั่งของห้องโถงใหญ่ ยังไม่มีวี่แววของเด็กหนุ่มผมทอง เขาเม้มปากแล้วเดินตามเฮอร์ไมโอนี่ออกไป แต่ก่อนที่เขาจะเดินออก จินนี่ก็หันมายิ้มพร้อมทำหน้าตลกใส่เขา แฮร์รี่หัวเราะออกมาเบาๆ อย่างน้อยเขาก็เดินออกไปจากห้องอาหารพร้อมรอยยิ้ม

 

+++

ในตอนที่ระเบิดรุ้งระเบิดขึ้นอีกครั้ง แฮร์รี่อยู่ในห้องเรียนวิชาแปลงกาย พยายามเปลี่ยนดอกไม้ให้กลายเป็นแมงมุม (ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะดอกไม้ดันมีแค่หกกลีบไม่ใช่แปด) ทันทีที่หมอกสีชมพูปกคลุมไปทั้งห้องเรียน นักเรียนกทุกคนก็ครางออกมาอย่างผิดหวัง เสียงตะโกนระงมดังไปทั่ว

เงียบ” ศาสตราจารย์มักกอนนากัลป์พูดเสียงดัง พร้อมกับกวาดไม้กายสิทธิ์หนึ่งครั้งจัดการให้หมอกสีชมพูจางไปอย่างรวดเร็ว แฮร์รี่มองไปรอบๆ เฮอร์ไมโอนี่กำลังตรวจดูว่าหนังสือเรียนของเธอได้ผลกระทบอะไรจากระเบิดรุ้งหรือเปล่า รอนมองอย่างเบื่อๆ ส่วนชีมัสกับดีนกำลังแลกยิ้มกวนๆให้กัน

 

“อาจารย์จัดการหมอกนั้นแล้ว หมายความว่ามันจะไม่มีผลกับเราใช่ไหมคะ” ลาเวนเดอร์ บราวน์ถามเสียงสั่น

 

“เสียใจด้วยคุณบราวน์” อาจารย์มักกอนนากัลป์ตอบเสียงเข้ม

“พวกเธอทุกคนยังคง..เอ่อ...ได้ผลกระทบอยู่ ฉันแค่ทำให้หมอกจากและจัดการผงก่อนที่มันจะทำให้ห้องเลอะเทาะเท่านั้น”

“อย่าบ่นไปหน่อยเลย” มักกอนนากันรีบเสริมเมื่อทุกคนส่งเสียงแสดงความผิดหวัง “ยังไงตอนนี้พวกเธอส่วนใหญ่ก็มีชื่ออยู่บนหน้าผากแล้วอยู่ดี” สิ่งที่อาจารย์พูดนั้นเป็นความจริง นอกจากแฮร์รี่ ลาเวนเดอร์ ดีน รอนและเฮอร์ไมโอนี่แล้วที่เหลือในชั้นต่างมีอะไรปิดอยู่บนหน้าผากทั้งนั้น

“เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุผลที่จะต้องหยุดสอนด้วยเหตุผลแค่นี้ ทุกคนฝึกต่อ” มักกอนนากัลป์สั่ง

 

แฮร์รี่นั่งลงถอนหายใจออกอย่างเซ็งๆ เขารีบดึงเนคไทน์กริฟฟินดอร์ออกจากคอแล้วใช้มันผูกปิดหน้าผากของเขา เมื่อเขาเสร็จแล้วเหลือบมองบนโต๊ะอีกครั้งดอกไม้ของเขาก็กำลังพยายามเดินหนีพร้อมกับกลีบที่เปลี่ยนเป็นขายาวๆมีขนยุบยับแล้ว เขาต้องใช้เวลาที่เหลือทั้งคาบในการพยายามจับเจ้าดอกไม้แมงมุมของเขา และเมื่อเขาจับได้กระดิ่งหมดคาบก็ดังขึ้นพอดี

 

“เฮ้ พวกนายไปก่อนเลยนะ” แฮร์รี่บอกลารอนกับเฮอร์ไมโอนี่ ทั้งคู่พยักหน้าแล้วเดินออกไป ส่วนเด็กหนุ่มวิ่งไปอีกด้านของระเบียงมือจับสายกระเป๋าหนังแน่น ป่านนี้หน้าผากของเขาคงมีชื่อใครบางคนปรากฏอยู่แล้ว ต้องรีบหากระจก เด็กหนุ่มคิดกับตัวเอง อย่าเพิ่งแตกตื่น บางทีอาจจะไม่ใช่...

ห้องน้ำที่ใกล้ที่สุดอยู่อีกแค่ไม่กี่ก้าวแต่การใช้ห้องน้ำในเวลาเที่ยงแบบนี้ หมายความว่าเขาต้องเดินผ่านนักเรียนคนอื่นที่พักเที่ยงด้วยเช่นกัน เขารู้ทันทีว่าเขาต้องไปที่ไหน

ห้องน้ำของเมอร์เทิลว่างเปล่าเหมือนเคย แฮร์รี่พยายามไม่คิดว่าเขาผิดหวังนิดๆที่ไม่เห็นร่างของใครบางคนที่นี่ เด็กหนุ่มเดินไปหยุดหน้ากระจก ตาสีเชียวมองตรงกลับมาที่เขา แฮร์รี่ใช้มือดันเนคไทน์ที่พันรอบศีรษะเขาออก เขาเห็นแค่ส่วนล่างของชื่อ ...หางม้วนของ ม ม้า หรือ อะไรสักอย่างที่ดูเหมือน ฟ ฟัน หรือ ผ ผึ้ง กันนะ ... ก่อนที่ประตูห้องน้ำจะเปิดออก

แฮร์รี่รีบหันกลับไปอย่างเร็ว  

“รีบมาหาฉันก่อนที่อาจารย์ใหญ่จะร่ายคาถายินยอมอีกครั้งรึไงมัลฟอย” แฮร์รี่พูดพร้อมยิ้มเหยียด

 

“อย่าหวังสูงไปหน่อยเลยพอตเตอร์” มัลฟอยพูดอย่างหงุดหงิด เสื้อคลุมปลิวขณะเด็กหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้แฮร์รี่

“ใครๆก็รู้ว่าคาถายินยอมของดัมเบิลดอร์น่ะมีผลสองสัปดาห์” แล้วมัลฟอยก็มองแฮร์รี่ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง

“ในที่สุดนายก็โดนไอ้ผงสีชมพูนั้นสินะพอตเตอร์ ชักอยากเห็นแล้วสิว่าชื่อคนที่นายชอบคือใคร ไม่เอาน่าพอตเตอร์อย่าขี้หวงสิ ให้ฉันดูหน่อย”  

 

“อย่ามายุ่งกับฉันนะ”

 

ทั้งสองคนมองตากันนิ่ง สายตาแฮร์รี่อดไม่ได้ที่จะหยุดชื่นชมริมฝีปากของอีกคน ริมฝีปากของมัลฟอยยกขึ้นน้อยๆแสยะยิ้มใส่เขา แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้แฮร์รี่รู้สึกแย่เท่ากับความคิดที่ว่าปากของอีกคนดูน่าจูบแค่ไหน

 

“ที่จริง” แฮร์รี่พูดออกมาก่อนหยุดตัวเองได้ทัน

“เราน่าจะช่วยกันและกันได้นะ” ตาสีเทาหรี่ทันทีที่แฮร์รี่พูดจบ ทำให้เจ้าตัวต้องรีบอธิบายเพิ่ม

“ฉันแค่คิดว่าฉันอยากจะ..อยากจะลองฝึก ..ส่วนนายก็จะได้เอ่อ จัดการกับหน้าผากของตัวเอง” แฮร์รี่พูดตะกุกตะกัก

 

มัลฟอยนิ่งเงียบก่อนจะยิ้มชั่วร้าย

“นายจะบอกฉันว่านายไม่เคยจูบใครเหรอพอตเตอร์”

 

“นอกจากเมื่อวานแล้ว เอ่อ จริงๆก็มี แต่ว่าตอนนั้นเธอกำลังร้องไห้ ....ฉันก็แค่อยากฝึกน่ะ”

 

มัลฟอยก้าวเข้ามาใกล้มากขึ้น “นายก็เลยคิดจะใช้ฉันเพื่อ...ฝึก

 

แฮร์รี่ไม่รู้ทำไมแต่เขาไม่อาจละสายตาจากดวงตาสีเทาที่มองตรงมาที่เขานิ่ง “ใช่” แฮร์รี่ตอบกลับมาเบาๆ

 

มัลฟอยก้าวเข้ามาใกล้มากขึ้น ใกล้จนแฮร์รี่รู้สึกถึงลมหายใจของเด็กชายอีกคน กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวมัลฟอย เสียงทุ้มของเด็กหนุ่มบ้านสลิธีรินกระซิบข้างหูเขา “ฉันอยากได้ยินนายขอร้องพอตเตอร์”

 

“อะ...อะไรนะ” แฮร์รี่ตอบกลับไปอย่างลำบาก สมองเขาไม่สามารถคิดอะไรได้นอกจากคนที่อยู่ใกล้ตัวเขาตรงนี้

 

มัลฟอยพูดช้าๆใส่หูเขาอีกครั้ง “บอกมาว่านายต้องการอะไร พอตเตอร์”

 

“ฉัน..” แฮร์รี่กลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ “ฉันต้องการให้นายจูบ...”

 

ร่างบางปิดตาผิวซีดๆมีสีชมพูแต้ม แต่ก่อนที่แฮร์รี่จะอ่านสีหน้าของอีกคนออก ริมฝีปากร้อนๆก็ประกบลงมา สมองของเขาหยุดทำงานทันที ร่างกายเขาไม่รู้อะไรนอกจากลมหายใจอุ่นๆรดบนใบหน้าของเขาและริมฝีปากนุ่มนิ่มบดขยี้เขา มือหนารั้งอีกคนเข้ามาใกล้มากขึ้น ตาสีเทาเบิกกว้างเหมือนจะประท้วงก่อนจะโอนอ่อนตาม มือเรียวที่ตอนแรกร่างบางทิ้งไว้ข้างตัวเลื่อนมาจับผมเขาแน่น แฮร์รี่ไม่รอช้าที่จะเปิดริมฝีปากของอีกคนออกแล้วส่งลิ้นของเขาเข้าไปสำรวจโพรงปากของร่างบาง ลิ้นของทั้งคู่เกี่ยวกระหวัด แฮร์รี่รู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

...ทั้งร่างเขาร้อน ...ร่างกายของเขาตอบสนองต่อจูบแบบที่เขาไม่นึกว่าจะเป็นไปได้

ร่างบางครางเบาๆ พร้อมกับดึงร่างแฮร์รี่เข้ามาแนบชิดมากขึ้น แฮร์รี่รีบดันตัวออก ถ้าเขาบดเบียดร่างกายเข้ากับมัลฟอย อีกคนต้องรู้แน่ๆว่าตอนนี้เขาแข็งขืนแค่ไหน มือหนาดันไหล่มัลฟอยออกอย่างแรง ส่งให้ร่างบางเซไปชนกับอ่างล้างหน้า

 

“แบบฝึกหัดนี้ยากเกินไปสำหรับนายรึไงพอตเตอร์” มัลฟอยแสยะยิ้ม

 

“ไปลงนรกเลย” แฮร์รี่สบถใส่ ร่างบางมองเขานิ่งก่อนจะหันไปมองกระจกพร้อมกับดึงเนคไทน์สีเขียวออกจากหน้าผาก ผิวตรงนั้นเนียนไม่มีร่องรอยอะไร ไม่มีแม้แต่เงาของ ฮ หรือ พ

 

“เช่นกันพอตเตอร์” มัลฟอยมองเงาสะท้อนของแฮร์รี่ผ่านกระจก

“แล้วบอกให้รู้ไว้ ว่านี้ไม่ได้เปลี่ยนอะไรทั้งนั้น ฉันยังคงเกลียดนายเหมือนเดิม เกลียดที่สุด”

 

“เออ เหมือนกัน” แฮร์รี่พยักหน้า พยามซ่อนส่วนของร่างกายของเขาที่ทรยศโดยดันไป รู้สึก อะไรบางอย่างกับมัลฟอยเสียนี่  

 

“ก็ดีที่เราเข้าใจตรงกัน” พูดจบมัลฟอยก็เดินหยิบกระเป๋าหนังสะพายแต่ก่อนที่ร่างบางจะเปิดประตูออกไป มัลฟอยหันกลับมามองแฮร์รี่อีกครั้ง

“แล้วอีกอย่างฉันรู้สึกเห็นใจผู้หญิงคนที่นายจะจูบจริงๆพอตเตอร์ เพราะว่านายน่ะ... มันจูบไม่ได้เรื่องเลย” พูดแล้วเด็กหนุ่มก็เดินออกไป

 

แฮร์รี่ไม่มีวันจะยอมรับออกมาดังๆ แต่เขามองเดรโก มัลฟอยมาตลอดตั้งแต่ปีหนึ่ง

เขามองตอนมัลฟอยตั้งใจคนน้ำยาในวิชาปรุงยา

เขามองตอนที่เด็กชายเขี่ยเศษฟักทองออกจากน้ำฟักทอง

เขามองตอนมัลฟอยอยู่กับเพื่อนจากบ้านสลิธีริน และพร้อมใจกันแกล้งเด็กปีหนึ่ง

เขามองตอนที่มัลฟอยลอบยิ้มทุกครั้งที่ตอบคำถามในห้องถูก

เขามองตาสีเทาเป็นประกายโกรธเหมือนเหล็กโดนเผาไฟ

เขามองตอนที่มัลฟอยตัวสั่นปากสั่นด้วยความกลัว

และตลอดหลายๆปีที่ผ่านมาเขาอ่านเดรโก มัลฟอย เขารู้ว่าเมื่อไหร่ที่เด็กชายโกหกและเมื่อไหร่ที่เป็นความจริง

...แฮร์รี่แน่ใจว่าประโยคสุดท้ายที่มัลฟอยพูดกับเขานั้น ...มัลฟอยโกหก

แสดงว่ามัลฟอยคิดว่าเขา ...จูบเก่งเหรอ ...

 

แฮร์รี่สะบัดศีรษะไล่ความคิดแปลกๆที่เขาไม่เข้าใจออกไป เด็กชายหันกลับไปมองกระจก มือแตะที่เนคไทน์สีแดงที่ยังคงผูกแน่นเขาตั้งใจจะดึงมันออก ...แต่นิ้วมือเขาดันเย็นเฉียบ ความรู้สึกกลัวลึกอยู่ในใจ เด็กหนุ่มต้องเตือนตัวเองว่าเขาคือหนึ่งในบ้านกริฟฟินดอร์นะ คิดแล้วก็หลับตาดึงผ้ายาวนั้นออก

...หน้าผากของเขาเนียนเรียบ ร่องรอยเดียวที่มีคือรอยแผลเป็นรูปฟ้าผ่า

อย่างที่กลัวไม่มีผิด แฮร์รี่คิดในใจ

+++

 

“ตอนเที่ยงเป็นไปบ้าง” แฮร์รี่นั่งลงข้างรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ในห้องสมุด

 

“แย่สุดๆ” เฮอร์ไมโอนี่เป็นคนตอบ “มีเด็กผู้หญิงกลุ่มใหญ่เอาแต่ถามว่านายอยู่ไหน คนที่คิดจะระเบิดใส่ทุกปีนี้มันคิดยังไงนะ”

 

“นายกินอะไรรึยังเพื่อน” รอนถามแฮร์รี่บ้าง

 

“ฉันไปหาอะไรมาจากห้องครัวแล้วไม่ต้องห่วง”

“แล้วเฮอร์ไมโอนี่เธอคิดยังไงกับเรื่องนี้ มีระเบิดรุ้งติดๆกันสองวันในโรงเรียน โดยที่ไม่รู้เลยว่าใครเป็นคนทำ เธอคิดว่าฮอกวอร์ตมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยรึเปล่า”

 

“ไม่รู้สิแฮร์รี่ บางทีเธอน่าจะสนใจเกี่ยวกับสอบสัปดาห์หน้ามากกว่านะ” เฮอร์ไมโอนี่มองเขานิ่ง ก่อนจะพูดต่อ “แล้วฉันไม่คิดว่าไอ้แค่ผงสีชมพูมันจะเป็นอันตราย คงจะเป็นนักเรียนที่อยากแกล้งคนอื่นมากกว่า”

 

ลาเวนเดอร์ที่นั่งไม่ห่างเท่าไหร่หันมาร่วมคุยด้วย “แค่อยากแกล้งเหรอเฮอร์ไมโอนี่ เธอไม่ได้ยินกฎล่าสุดของระเบิดรุ้งล่ะสิ ครั้งหน้ามันคงต้องแย่ยิ่งกว่านี้แน่ๆ ครั้งแรกที่ระเบิดก็แค่ต้องจับมือแล้วชื่อก็หายไป ครั้งที่สองเป็นจูบ แล้ว..”

 

“ลาเวนเดอร์พวกเราทุกคนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น” เฮอร์ไมโอนี่ตัดบท

 

“อ๋อเหรอ แสดงว่าเธอรู้สิว่ากฎของครั้งนี้คืออะไร ไม่ใช่แค่จูบเหมือนครั้งที่สองนะ”

 

“ฉันคิดว่าคนส่วนใหญ่คงแค่รอให้หมดอาทิตย์จนชื่อจางไปเอง ไม่มีใครจำเป็นต้องทำอะไรที่ฝืนใจทั้งนั้น” เฮอร์ไมโอนี่ตอบกลับ

 

แต่ลาเวนเดอร์หัวเราะ “แสดงว่าเธอไม่รู้สินะ”

 

“จูบแบบใช้ลิ้น” แฮร์รี่ตอบออกมา

 

“เกือบจะถูกแฮร์รี่” ลาเวนเดอร์ยิ้มอย่างมีเลศนัย

 

“เอ้าก็บอกออกมาซะสิ” เฮอร์ไมโอนี่พูดอย่างรำคาญ

 

ลาเวนเดอร์ลากเก้าอี้มาใกล้มากขึ้น เสียงหญิงสาวพูดเบาๆ “ตื่นตัว... ต้องทำให้อีกฝ่ายตื่นตัวเวลาจูบ”

 

พระเจ้าช่วย แฮร์รี่สบถกับตัวเอง เขาพยายามระงับความตื่นตัวของตัวเองเมื่อคิดกลับไปที่จูบในห้องน้ำ และรู้ว่าคนที่จูบเขากลับนั้น...รู้สึกอะไรบางอย่างไม่แพ้เขา

 

คืนนี้เขาคงฝันถึงเดรโก มัลฟอยอีกเช่นเคย แฮร์รี่คิดในใน

 

จบตอนที่ 2

ตอนที่ 3-4

 

 

edit @ 1 Sep 2015 17:15:33 by translator

ฟิคแปล: The name on your forehead (H/D) 1/4

posted on 30 Aug 2015 15:02 by translatefiction  in TranslatedFictions  directory Fiction
The name on your forehead (Harry/Draco) by Kiarawolf 
 
 
Pairing: Harry/Draco
 
เรื่องย่อ: สิ่งประดิษฐ์ใหม่ล่าสุดของพี่น้องวิสลีย์ก็คือระเบิดประกายรุ้งที่ทำให้ชื่อของคนที่คุณชอบ ปรากฎอยู่บนหน้าผาก และคนที่ดูเหมือนจะมีปัญหากับผลของมันที่สุดก็คือแฮร์รี่ พอตเตอร์ 
 
ตอนที่ 1: 
 
แฮร์รี่ลงไปคลานอยู่บนพื้นห้องเรียนวิชาปรุงยามือควานหาลูกตาของตัวนิวต์ที่เขาดันทำตกพื้น ก่อนที่จะต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงระเบิดปังเหนือศีรษะเขา พร้อมกับหมอกเป็นประกายสีชมพูปกคลุมไปทั่วห้องเรียน
 
"อย่าเพิ่งลุกขึ้นนะแฮร์รี่" รอนตะโกนบอกเพื่อนสนิทแข่งกับเสียงกรี๊ดของนักเรียนคนอื่นที่พยายามก้มลงหลบเจ้าหมอกสีชมพูนั้น 
 
"ใครเป็นคนทำ" สเนปตะโกนดังอย่างหงุดหงิด ทำให้ทุกคนในห้องเงียบสนิททันที และดูเหมือนจะไม่มีใครตอบคำถามที่อาจารย์อยากรู้
"ฉันจะถามอีกครั้งนะ" สเนปพูดเสียงเย็นเยียบจนน่าขนลุก "ใคร เป็น คน ทำ" อาจารย์วิชาปรุงยาพูดช้าๆกวาดสายตาไปทั่วห้อง แต่ก็เหมือนเดิมไม่มีใครตอบคำถามของอาจารย์ 
"ถ้าเป็นอย่างนั้น พวกเธอทุกคนก็ต้องรับผิดชอบทำความสะอาดห้องเรียน ฉันจะกักบริเวณคนที่โต๊ะและพื้นที่รอบๆยังมีไอ้เจ้า..สิ่งสกปรกนี้ตอนฉันกลับมา" พูดจบเสียงฝีเท้าหนักๆก็เดินออกไป แฮร์รี่ถอนหายใจสเนปคงไปเอาไอ้ประกายกลิตเตอร์สีชมพูออกจากหัวล่ะสิ 
 
แต่ทันทีที่อาจารย์ประจำห้องเดินออกไป ทุกคนก็เริ่มพูดแข่งกัน จนแฮร์รี่ไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะเก็บกวาดห้องเรียนก่อนที่สเนปจะกลับมาได้ไง ทันใดนั้นเฮอร์ไมโอนี่ก็ปีนขึ้นไปบนโต๊ะพร้อมกับตะโกนขึ้น
 
"ฟังนะ พวกเรามีเวลาสองนาทีเป๊ะก่อนที่เจ้าระเบิดผงสีชมพูจะเริ่มมีผล แล้วถ้าเราช่วยกัน..." 
 
"เฮ้ยได้ยินเฮอร์ไมโอนี่กันใช่ไหม" รอนตะโกนเสริม "รีบๆลงมือสิ" 
ทั้งชั้นไม่รอช้าที่จะให้ห้องเรียนวิชาปรุงยาระเบิดรีบควักไม้กายสิทธิ์ออกมาเสกให้ผงสีชมพูหายไป 
 
"นี้ฉันขึ้นไปได้ยัง" แฮร์รี่เงยหน้ามองเพื่อนสนิท เขายังคงคุกเข่าอยู่ใต้โต๊ะและเข่าเขาก็เริ่มเจ็บขึ้นมานิดๆแล้ว 
 
"อย่าเพิ่งเลยพวก" รอนตะโกนตอบโดยที่มือยังคงสะบัดไม้กายสิทธิ์ไม่หยุด "นายรอให้ผงพวกนี้หายไปให้หมดก่อนดีกว่า" 
 
"เข้าใจละ" แฮร์รี่ถอนหายใจแล้วรออยู่ใต้โต๊ะเหมือนเดิม 
...และเหมือนๆทุกปีที่ทุกครั้งในวิชาปรุงยา สายตาของเขาต้องถูกดึงไปหาคนคนหนึ่งเสมอ... เดรโก มัลฟอย เด็กหนุ่มผิวซีดกำลังตั้งอกตั้งใจเสกให้ผงสีชมพูหายไปจากโต๊ะทำงานของเขา ริมฝีปากสีชมพูเม้มแน่น และมือข้างที่ไม่ได้จับไม้กายสิทธิ์ก็ดึงผมหน้าม้าลงมาปิดหน้าผาก ทันทีที่มัลฟอยดูว่าส่วนของเขาสะอาดดีแล้ว (ถึงจะไม่สเนปก็ไม่มีวันสั่งกักบริเวณนักเรียนคนโปรดอยู่ดี) เด็กหนุ่มก็รีบเก็บของ มองซ้ายมองขวาแล้ววิ่งออกจากห้องเรียนไป มือข้างหนึ่งยังคงวุ่นกับพยายามปิดหน้าผากตัวเอง 
 
"กลัวผงสีชมพูรึไงหนูมัลฟอย" แฮร์รี่อดไม่ได้ที่จะแหย่อีกคน 
 
เจ้าชายของบ้านสลิธีรินหยุดแล้วหันมามองแฮร์รี่เขม็ง ใบหน้ายิ้มเหยียด
 
"ใครกันแน่ที่กลัวจนต้องหลบใต้โต๊ะพอตเตอร์" พูดจบเด็กหนุ่มก็วิ่งออกไปจากห้องไม่ฟังคำโต้ตอบของแฮร์รี่ 
 
เกลียดหมอนั้นจัง แฮร์รี่คิดในใจ
 
"เอาล่ะแฮร์รี่ ฉันว่านายออกมาได้แล้วหล่ะ" รอนตะโกนบอกในที่สุด แฮร์รี่คลานออกมาจากใต้โต๊ะมองไปรอบๆ ผงสีชมพูจากระเบิดหายไปเกือบหมดแล้ว นักเรียนคนอื่นก็ออกจากห้องเรียนไปเกือบหมด แฮร์รี่หันมาช่วยรอนทำความสะอาดโต๊ะทำงานของพวกเขา และเมื่อเขาเงยหน้ามองเพื่อนสนิทของตัวเอง หน้าผากของรอนก็ปรากฎตัวอักษร...เ...ฮ ... อ...ร...ขึ้นตามลำดับ 
 
"รอน หน้าผากของนาย" แฮร์รี่รีบเข้าไปกระซิบเตือน 
 
เสียงกรี๊ดจากนักเรียนที่เหลือในห้องดังขึ้น เดาได้ไม่ยากว่าผลของระเบิดคงเริ่มส่งผลต่อคนอื่นเช่นเดียวกัน สองนาทีของพวกเขาหมดแล้ว รอนหน้าแดงจัดพอๆกับผมของเขา มือหนายกมือปิดหน้าผากของตัวเอง 
 
"นายไม่เห็นใช่มะ" รอนถามเสียงสูง 
 
"ไม่หรอกน่า" แฮร์รี่โกหกออกไป "รีบๆไปเรียกเฮอร์ไมโอนี่แล้วออกไปจากที่นี่กันเหอะ" 
 
ดูเหมือนทุกคนในห้องจะคิดอย่างเดียวกับแฮร์รี่เพราะนักเรียนที่เหลือพยายามกรูกันออกจากห้องเรียนวิชาปรุงยาโดยมีมือข้างหนึ่งปิดหน้าผากส่วนอีกข้างถือหนังสือ รอนก็พยายามทำแบบเดียวกันจนทำให้เฮอร์ไมโอนี่ต้องกลอกตาแล้วเสกให้หนังสือของพวกเขาลอยตามมาโดยไม่ต้องใช้มือ
 
"พวกนายเป็นพ่อมดนะให้ตายเหอะ" 
 
"ขอบใจนะเฮอร์ไมโอนี่" รอนพูดเบาๆ พร้อมหลบสายตาเฮอร์ไมโอนี่ 
 
"ช่างเหอะ" เฮอร์ไมโอนี่ตอบกลับ หญิงสาวหน้าแดงไม่แพ้กัน มือของเธอกดลงที่หน้าผากแรงขึ้น 
แฮร์รี่ถอนหายใจคิดว่าเรื่องยุ่งๆคงหมดแล้ว และรู้สึกโชคดีชะมัดที่เขาไม่โดนระเบิดผงนั้น แต่แล้วทันทีที่พวกเขาสามคนเดินไปที่ระเบียงทางเดินความคิดที่ว่าโชคดีก็เปลี่ยนไปทันที 
 
"นั้นแฮร์รี่นี้" เด็กสาวหลายคนที่มีมือข้างหนึ่งปิดหน้าผากชี้มาที่เขาพร้อมวิ่งกรูเข้ามา แฮร์รี่สะดุ้งทันทีให้ตายสิเขาน่าจะรู้ว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น 
 
"ฉันจะไปซ่อนนะ" แฮร์รี่มองตาเพื่อนทั้งสอง หวังว่าคนอย่างเฮอร์ไมโอนี่จะเสนอทางออกที่ดีกว่าการที่เขาต้องไปซ่อน แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้หญิงสาวจะวุ่นกับการจ้องมองเพื่อนสนิทผมแดงของเขามากกว่าสนใจอะไรที่แฮร์รี่พูดออกมา ก่อนที่เฮอร์ไมโอนี่จะสะดุ้งแล้วรีบโบกไม้กายสิทธิ์ของตัวเองไปทางแฮร์รี่พร้อมพึมพำคาถาเบาๆ 
 
"คาถายินยอม จะไม่มีใครจูบนายได้ถ้านายไม่ยินยอม" เฮอร์ไมโอนี่อธิบาย
 
"แต่ฉันคิดว่านายก็ควรจะต้องซ่อนอยู่ดีพวก" รอนกลืนน้ำลายขณะมองนักเรียนปีสี่ของสลิธีรินที่มีคำว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์บนหน้าผากวิ่งตรงมาหาพวกเขาพร้อมกับร่ายคาถาใส่นักเรียนหญิงคนอื่นที่มีชื่อแฮร์รี่เช่นกัน 
 
"ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่ปีเราแล้วหล่ะที่โดนระเบิด" รอนพูดต่อพร้อมรุนหลังให้แฮร์รี่รีบวิ่ง เด็กหนุ่มไม่เสียเวลาอีก เขารีบออกวิ่งหลบกลุ่มเด็กปีหนึ่งที่ดูตกใจแต่ก็ไม่มีคนไหนในกลุ่มนั้นที่มีชื่อปรากฎอยู่บนหน้าผาก 
 
.
.
 
"คราวนี้เป็นโดนตั้งแต่ปีสี่ขึ้นไป" แฮร์รี่แอบได้ยินเด็กปีสามคุยกับเพื่อน 
 
"นายคิดว่ามีอาจารย์คนไหนโดนผงนั้นมะ" เด็กบ้านสลิธีรินหันมาคุยกับเพื่อนขณะที่แฮร์รี่วิ่งผ่านเธอ 
 
"แล้วทำไมแฮร์รี่ พอตเตอร์ถึงไม่ต้องปิดหน้าผากล่ะ" เด็กกลุ่มนั้นพูดต่อ 
.
.
"แฮร์รี่อย่าเพิ่งไป" เสียงเด็กผู้หญิงไล่หลังมาไม่ห่าง ทำให้แฮร์รี่ต้องเร่งฝีเท้ามากขึ้น เขาเลี้ยวที่หัวมุมข้างหน้าระเบียงข้างหน้าเขาดูโล่งดี แต่สายตาเขาก็ทันเหลือบไปเห็นประตูทางด้านซ้ายมือที่คุ้นตา แฮร์รี่รู้ทันทีว่าตอนนี้เขาอยู่ส่วนไหนของปราสาทชายหนุ่มยิ้มออก รีบเปิดประตูแล้วหลบเข้าไปทันที เขารู้ว่าจะไม่มีใครตามมากวน 
 
"สวัสดีเมอร์เทิล" แฮร์รี่ทักทายเจ้าของห้องน้ำว่างเปล่านี้เบาๆ ไม่อยากให้คนที่อยู่บนระเบียงนอกห้องน้ำได้ยิน ดูเหมือนฝีเท้าของเด็กผู้หญิงที่ไล่ตามเขาจะวิ่งห่างออกไปแล้ว แฮร์รี่ถอนหายใจอย่างโล่งอก ตาสีเขียวกวาดมองเขาไม่เห็นเมอร์เทิล ดูเหมือนครั้งนี้เขาจะอยู่คนเดียว...แต่เขาก็คิดผิดอีกเช่นเคย 
 
"เธอไม่อยู่น่ะ" เสียงที่คุ้นเคยตอบออกมา 
 
"มัลฟอยนั้นนายเหรอ" แฮร์รี่ถามอย่างประหลาดใจ และเจ้าของชื่อก็ก้าวออกมาจากห้องน้ำ
 
"นายมาทำอะไรในห้องน้ำหญิงพอตเตอร์" 
 
"ก็ทำอย่างเดียวกับนายนั้นแหละ มาซ่อน" 
 
"คนอย่างฉันไม่จำเป็นต้องซ่อน" มัลฟอยเถียง แก้มซีดๆเปลี่ยนเป็นสีชมพู แฮร์รี่ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะโมโหเขาหรืออะไรกันแน่ 
 
"ถ้าอย่างนั้นทำไมนายไม่เอามือลงจากหน้าผากล่ะมัลฟอย" 
 
เด็กหนุ่มผมทองกัดริมฝีปากก่อนจะตอบออกมา "ฉันปวดหัวน่ะ" โกหกชัดๆ แฮร์รี่คิดในใจ บางทีเขาน่าออกไปจากที่นี่เสีย เขาหลบนักเรียนที่ไล่ตามเขาพ้นแล้ว และถ้าจะซ่อนเขาก็ไปซ่อนในหอนอนกริฟฟินดอร์ได้ 
 
แต่แล้วเมื่อเขาเงยหน้ามองอีกคน สายตาสีเทาก็จ้องเขาเขม็ง แววตาอีกคนประหลาดอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ริมฝีปากสีชมพูนั้นเผยอออกอย่างเชิญชวน...เหมือนกับหนึ่งในความฝันแปลกๆของเขา 
 
หยุดคิดถึงความฝันพวกนั้นะ แฮร์รี่รีบห้ามตัวเอง แต่มันก็ยากมากขึ้นทุกทีที่เจ้าของร่างในความฝันของเขาก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น 
 
"ออกไปจากที่นี่ซะพอตเตอร์" เสียงมัลฟอยสั่งเย็นเยียบ ไม่รู้ว่าทำไมเสียงของอีกคนทำให้เขารู้สึกอยากต่อต้านมากขนาดนี้ 
 
"นายจะได้ร้องไห้เงียบๆคนเดียวที่หน้าผากของนายมีชื่อติดอยู่เหรอมัลฟอย" 
 
ตาสีเทาหรี่ ร่างบางดูโกรธจัด ลมหายใจร้อนๆรดริมฝีปากของแฮร์รี่ 
"คนอย่างนายคงไม่เข้าใจหรอกพอตเตอร์ เพราะหน้าผากนายมันมีตราชั่วร้ายติดอยู่ตั้งแต่เกิดแล้วนี้ ไอ้หน้าบากเอ้ย" 
 
แฮร์รี่ไม่สนใจคำด่าของอีกคน "ตกลงบนหน้าผากของนายเป็นชื่อใครฮึมัลฟอย" 
 
คำถามของแฮร์รี่ทำเอาเด็กหนุ่มบ้านสลิธีรินตกใจไม่น้อย ตาสีเทาหลุบต่ำทันที แก้มแดงมากขึ้น ที่จริงทั้งหน้าเดรโก มัลฟอยแดงจัดจนไปถึงคอ 
 
แฮร์รี่หัวเราะ "ใครกันนะ ความลับของนายคืออะไรกันนะมัลฟอย นายแอบชอบศาสตราจารย์มักกอลนากัลเหรอ หรือว่าเป็นมาดามพอมฟรีย์ หรือว่า...เป็นพ่อของนายกันแน่" คนสุดท้ายนั้นบางทีเขาอาจจะพูดแรงไปหน่อย แฮร์รี่คิดในใจแต่เขาก็หยุดปากตัวเองไม่ทันเสียแล้ว
 
...เขาไม่เคยหยุดตัวเองได้ทันเมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับมัลฟอย 
 
เด็กชายอีกคนโกรธจัด มือที่ปิดหน้าผากอยู่เกร็งแน่น ตาสีเทาวาวโรจน์ 
"นายอยากจะรู้จริงๆเหรอพอตเตอร์" เด็กหนุ่มถามเสียงรอดไรฟัน พูดพร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้แฮร์รี่มากขึ้น 
 
แฮร์รี่ไม่คิดจะถอย เขามองกลับอย่างท้าทาย มองใบหน้าหวานๆ ผมที่ดูนุ่มน่าสัมผัส ร่างบาง และตาสีเทาเป็นประกายเหมือนเหล็ก "ใช่" 
 
มัลฟอยเปิดปากแต่เขาไม่ได้พูดอะไรมา แต่ทันทีที่เขาลดมือที่ปิดหน้าผากลง มือทั้งสองก็พาดไปที่หลังคอแฮร์รี่ดึงอีกคนให้ก้มลงมาจรดริมฝีปากกับเขา
 
แฮร์รี่เบิกตากว้างอย่างตกใจ มองดูตัวอักษรสีดำสนิทบนหน้าผากของอีกคน ...แฮร์รี่ พอตเตอร์ ... ตัวอักษรนั้นจ้องเขากลับราวกับจะเยาะเย้ยเขา ก่อนที่มันจะจางหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อปากนิ่มๆของมัลฟอยประกบกับปากเขา
ก่อนที่แฮร์รี่จะได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น มัลฟอยก็รีบดันตัวออก ยกมือมาเช็ดริมฝีปากของตัวเองเหมือนรังเกียจเต็มที 
"ถ้านายบอกใครนะ ฉันจะทำให้นายรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็นแน่พอตเตอร์" พูดจบร่างบางก็เดินผลักประตูออกไปจากห้องน้ำ 
 
"ยังกับว่านายไม่ได้ทำให้ฉันเหมือนตกนรกทั้งเป็นอยู่แล้วน่ะ" แฮร์รี่พูดกับตัวเอง 
 
###
 
 
"เฮอร์ไมโอนี่ ทำไมคาถายินยอมของเธอมันถึงมีผลสั้นขนาดนั้น น่าจะเตือนกันหน่อยสิ ฉันโดนจู่โจมหลังจากนั้นไม่ถึงสิบนาที" แฮร์รี่บ่นพร้อมทิ้งตัวลงนั่งข้างเพื่อนสนิท
 
เฮอร์ไมโอนี่ขมวดคิ้ว วางปากกาขนนกลง ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา 
"แล้ว ใคร นะที่จู่โจมนายแฮร์รี่" 
 
แฮร์รี่เกาหลังคอตัวเอง รู้สึกถึงความร้อนที่แก้ม "ไม่มีใครซะหน่อย" แฮร์รี่โกหก และดูจากท่าทางของเฮอร์ไมโอนี่แล้วคำโกหกของเขาก็ไม่ได้ทำให้เธอเชื่อเลยสักนิดเดียว 
 
"แฮร์รี่ คาถานั้นน่ะมีผลเต็ม 24 ชั่วโมงแน่นอน นอกจากนายจะบอกว่าฉันที่เป็นคนร่ายคาถาทำอะไรผิด" แฮร์รี่รีบส่ายหน้าปฎิเสธ เขาต้องให้เฮอร์ไมโอนี่ช่วยทำการบ้านอีกหลายครั้ง ทำให้เพื่อนสาวโกรธคงไม่ดีแน่ 
 
"ถ้าอย่างนั้นก็มีเหตุผลเดียว นายอยากให้คนคนนั้นจูบนาย
 
แฮร์รี่หน้าแดง หวังว่ารอนจะไม่เคยเล่าให้เฮอร์ไมโอนี่ฟังเกี่ยวกับบางอย่างที่เขาตะโกนออกไปในเวลากลางคืน รอนไม่เคยเข้าใจว่าทำไมฝันของแฮร์รี่ถึงมีคำพูดอะไรแบบ นายชอบแบบนี้ไหมล่ะเจ้าหน้าบาก หรือ นายรู้สึกดีใช่ไหมพอตเตอร์ แต่ถ้าเป็นเฮอร์ไมโอนี่น่ะไม่แน่
 
"ฉัน...อาจจะ" เขายอมรับในที่สุด แต่ก็ไม่ยอมบอกเฮอร์ไมโอนี่เด็ดขาดว่าคนคนนั้นคือใคร แม้เด็กสาวจะเซ้าซี้แค่ไหนก็ตาม
 
"เดี๋ยวๆ เฮอร์ไมโอนี่ หน้าผากของเธอไม่มีชื่ออยู่แล้วนี้" 
 
เด็กสาวหน้าแดงขึ้นมาทันที "ก็แบบว่า"
 
"เธอจะไม่บอกฉันเหรอว่าเป็นใครที่ทำให้หน้าผากของเธอกลับมาเป็นเหมือนเดิมน่ะ" 
 
"มะ..ไม่เด็ดขาด แล้วก็ได้แฮร์รี่ฉันก็ไม่ถามเธอแล้วก็ได้" เฮอร์ไมโอนี่ยอมแพ้ในที่สุด 
 
และเมื่อรอนเดินเข้ามา ผมเปียกจากการไปอยู่ข้างนอกแอบดูทีมบ้านฮัฟเฟิลพัฟซ้อมควิซดิซ สายตาของเขาก็มองหาเฮอร์ไมโอนี่เป็นคนแรก ส่วนหญิงสาวก็ยิ่งหน้าแดงมากขึ้นไปอีก แฮร์รี่หัวเราะก๊ากออกมา 
"ฉันคิดว่าฉันรู้แล้วหล่ะว่าเป็นใคร" 
 
 
 
คืนนั้นแฮร์รี่พยายามจะตื่นให้นานที่สุด เพราะเขารู้ว่าทันทีที่เขาหลับ เขาจะฝันแบบนั้นอีกครั้ง..โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์วันนี้ ไม่มีทางเลยที่เขาจะไม่ฝัน 
...ความฝันที่เต็มไปด้วยเดรโก มัลฟอย 
 
จบตอนที่ 1
 

edit @ 1 Sep 2015 05:32:17 by translator