Summer Rain (Tony/Steve)

posted on 28 Jun 2016 16:52 by translatefiction in MyFictions directory Fiction

Summer Rain 

Pairing: Tony/Steve  

Rating: NC17 – Explicit Sex Scene  

Summary: เมื่อโทนี่กับสตีฟต้องมาติดที่ดาดฟ้าตึกอเวนเจอร์กลางดึกในฤดูร้อน และถ้านั้นยังไม่แย่พอฝนดันเลือกมาตกตอนนี้พอดี แล้วฝนกับสตีฟที่ตัวเปียกเนี้ยเป็นสิ่งที่แย่ที่สุดในโลก แย่มากเลยล่ะ แย่จริงๆ เพราะถ้าโทนี่ไม่ได้เข้าไปในตึกในสองสามวินาทีนี้เขาอาจจะกดกัปตันคนดีแล้วโชว์หนังสดให้คนทั้งนิวยอร์คได้เห็นน่ะสิ   

Note: แต่งร่วมกิจกรรม #heroอาทิตย์ละครั้ง สัปดาห์ที่7 ในหัวข้อ rain นะคะ บอกนิดนึงว่าคนแต่งไม่ชินกับการแต่งพอร์นเป็นคนที่ปกติไม่เขียนฉาก แต่อยากลองทำอะไรที่ไม่เคยทำบ้าง น้อมรับทุกคำติชมค่ะ แล้วก็ไม่ค่อยกล้าอ่านซ้ำเพื่ออีดิทเพราะเขิน ><  

Note 2: เรื่องนี้เกิดหลัง Avengers 2 นะคะ แต่เราจะทำเป็นลืมๆไปซะว่าหลังจากจบศึกโทนี่ดันทิ้งกัปตันของเราเอาไว้คนเดียว คิดซะว่าสองคนเขาย้ายมาอยู่ด้วยกันก็แล้วกันนะ  

 

โทนี่คิดว่าพระเจ้าต้องเกลียดเขา เดี๋ยวนะ...โลกินี้ก็นับเป็นเทพพระเจ้าใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นโทนี่รู้เลยล่ะพระเจ้าต้องเกลียดเขา รู้ซึ้งถึงกระดูกดำ รู้สึกถึงตาที่แทบจะเหล่อยู่แล้วตอนนี้เพราะต้องทำเป็นไม่แอบมองผู้ชายสูงเกือบสองเมตรผมทองข้างตัวเขาที่ดันใส่เสื้อยืดสีขาวแนบเนื้อ เสื้อยืดที่ตอนนี้เปียกฝนโชกชุ่มจนไม่สามารถปกปิดอะไรได้เลยสักนิดเดียว เขามองเห็นแผงอกกว้างของสตีฟ ตุ่มไตสีเข้มเม็ดเล็กๆบนหน้าอกที่ชูชันเพราะความเย็น จนเขาอยากจะช่วยสงเคราะห์โดยการใช้ปากเขาคลุมครอบส่งความอบอุ่นให้พวกมัน ก็ต้องเกลียดแน่ๆอยู่แล้วถึงได้ส่งให้เขามาอยู่ที่นี่นาทีนี้กับสิ่งที่น่าเย้ายวนใจที่สุดในโลกโดยที่เขาแตะต้องไม่ได้    

“โทนี่” เสียงดุๆของเจ้าของร่างที่โดนเขามองอย่างโลมเลียไปทั่วตัวพูดเตือนเขาอีกครั้ง  

 

“จ๋า” โทนี่ตอบรับอย่างใจลอยเพราะตอนนี้เขายังไม่อาจละสายตาจากต้นแขนน่ากัดที่เปียกชุ่มโชกไปด้วยฝนได้เลย โอ๊ยแล้วไม่ใช่แค่เสื้อนะที่เปียกลู่ติดตัวอีกคน แต่กางเกงวอร์มหนักหนาก็เหมือนถูกฝนลากดึงจนเปิดให้เขาเห็นกล้ามเนื้อตัววีชัดเจน รวมถึงขนอ่อนๆที่ไล่จากหน้าท้องลงไปข้างใต้นั้น ชวนให้โทนี่คิดซุกซนอยากจะลากลิ้นเลียไปตามขนว่ามันจะไปหยุดที่ไหนกันน้า  

 

“นี้คุณหาทางกลับเข้าไปในตึกได้รึยัง แล้วนี้เป็นอะไรเหม่อมาเกือบนาทีแล้วนะ”  

 

แค่นาทีเดียวเองเหรอ โทนี่รู้สึกเหมือนเป็นเวลาชั่วกัปชั่วกัลป์ที่เขารู้สึกร้อนวูบวาบเหมือนเพลิงเผาไปทั้งตัวเพราะสตีฟ...สตีฟที่กำลังเปียกฝน...เปียกไปทั้งตัว...ถึงกางเกงในเลยรึเปล่านะ เอ หรือว่าหมอนั้นจะไม่ใส่กางเกงในนอนกันนะ คิดปุ๊บก็เหมือนกำลังจะขาดอากาศขึ้นมากระทันหัน ออกซิเจนอยู่ไหน ช่วยด้วย โอ๊ย ถ้าสตีฟไม่ได้ใส่กางเกงในจริงๆล่ะ เขาต้องตายแน่ๆ ชีวิตสี่สิบปีของเขาจะต้องตายอยู่ตรงนี้ สาเหตุการตายก็คือเพราะคิดถึงเซกซ์จนสมองระเบิด หรือว่าไอ้นั้นของเขาจะระเบิดก่อนก็ไม่รู้ เพราะตอนนี้โทนี่รู้สึกว่าร่างกายส่วนนั้นของเขามันกำลังดันกับซิปกางเกงยีนส์เสียจนเขาอึดอัดไปหมด อยากจะยื่นมือลงไปปลดซิป ไม่สิอยากให้สตีฟยื่นมือลงไปปลด   

แต่เพราะบอกแล้วว่าพระเจ้าเกลียดเขา เพราะขณะที่โทนี่กำลังคิดถึงเรื่องใต้สะดืออย่างหนักหน่วง สิ่งที่สตีฟทำกลับเป็นเดินผ่านเขาไปที่ประตูเข้าตึกอเวนเจอร์แล้วพยายามจะออกแรงพังประตู มาพังซิปกางเกงของเขาแทนเถอะ ไปพังทำไมน่ะประตู  

...อ๋อ...นึกได้ละ เพราะพวกเขาดันมาติดอยู่ที่ดาดฟ้าในวันที่เครื่องปฏิกรณ์เกิดระเบิดทำให้ทั้งตึกไฟดับ แล้วก็ทีมอเวนเจอร์ที่เหลือก็ไม่มีใครอยู่สักคน ทุกคนดันไปแคมป์ฤดูร้อนที่ฟาร์มบาร์ตัน ส่วนสตีฟอาสาอยู่คอยดูแลเขา ส่วนโทนี่นะเหรอเขาไม่ได้รับเชิญด้วยซ้ำ!!! (แม้คลิ้นท์จะบอกว่าบอกโทนี่แล้วก็เถอะ แต่เฮ้บอกเขาตอนที่เขายังไม่ได้ดื่มกาแฟนี้ไม่นับนะ) เมื่อวานนี้เดินขึ้นมาจากแลบก็เห็นแค่สตีฟเหลืออยู่คนเดียวในบ้าน  

คืนนี้หลังจากที่เรียนรู้จากไฟรเดย์ว่ากัปตันขึ้นมานั่งที่ดาดฟ้าคนเดียวเงียบๆ เขาก็เลยคิดว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ขอโทษเรื่องทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องอัลตรอน พวกเขาควรจะเปิดอกกันใช่ไหม (ใช่เลยเขาอยากเปิดอกสตีฟซะจริงๆเลย แบบเปิดโดยการกระชากเสื้อยืดนั้นให้ขาดออกแล้วก็สำรวจหน้าอกนั้นด้วยนิ้วและลิ้นของเขา เดี่ยวนะอ้าวนี้ไม่ใช่เปิดอกอย่างที่คนปกติทำเหรอ) จะมีเวลาไหนดีไปกว่าตอนที่สตีฟสงบๆก่อนนอนล่ะ ดังนั้นโทนี่ก็เลยเดินขึ้นมาบนนี้ ไม่ได้พกอะไรเลยนอกจากตัว หัวใจ และปอดเหี่ยวๆ ระหว่างที่โทนี่กำลังอารัมภบท (เฮ้ เข้าใจไหมว่าจะเอาคำว่าขอโทษหลุดออกจากปากเขาน่ะมันยากมาก ขอเวลากันนิ๊ดนึง) ฟ้าก็ร้องโครมครามก่อนที่ฝนจะเทลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่ขลุ่ย  

และเหมือนซวยซ้ำซวยซ้อน ก่อนที่พวกเขาจะกลับเข้าตึกได้ฟ้าดันผ่าโครมลงมาที่กลางทะเล ทำลายเครื่องปฏิกรณ์อาร์คที่ให้พลังงานกับตึกนี้จนพัง ปกติไม่มีปัญหาหรอกเพราะมีพลังงานสำรองแต่ฟ้าดันผ่าเปรี้ยงลงอีกทีทำลายโรงไฟฟ้าทำให้แมนฮัตตันกลายเป็นเมืองมืดสนิท (ฟ้