I'll be seeing you 6/? (Tony/Steve)

posted on 15 Jun 2016 22:14 by translatefiction in MyFictions directory Fiction

https://mllelanefiction.wordpress.com/2016/06/12/ill-be-seeing-you-6-tonysteve/ ไปอ่านใน WP ของเราก็ได้นะคะ 

 

หลังจากเกิดเรื่องวันนั้นก็ดูเหมือนบัคกี้จะอยู่กับสตีฟตลอดเวลา หรือสองคนนั้นอาจจะเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ช่วงสองสัปดาห์ก่อนหน้าอาจจะเป็นว่าโทนี่เองซะอีกที่ทำให้สองคนนั้นต้องห่างกันไป พอไม่ต้องเก็บเขาเป็นความลับอีกแล้ว (นี้เขากลายเป็นความลับไปซะตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาคือโทนี่ สตาร์คนะ เขาไม่ใช่โครงกระดูกในตู้ให้ตายสิ!!!) สตีฟก็กลับมาเป็นคู่รัก --- หมายถึงเพื่อนรักกับบัคกี้อีกครั้ง หรือคู่รัก...ก็ในเมื่อสองคนนี้ทำตัวหวานแหววชวนอ้วกได้ตลอดเวลา อย่างตอนนี้เป็นต้น

“ยืนนิ่งๆสิบัค” สตีฟพูดแล้วขมวดคิ้วอีกครั้ง มองคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างเป็นแบบให้สตีฟวาดรูป นี้มันเป็นไททานิครึไง เปลี่ยนจากแจ็คกับโรสเป็นสตีฟกับบัคกี้ ถ้าเมื่อไหร่บัคกี้เริ่มถอดเสื้อเขาจะวิ่งหนีออกจากห้องเลยให้ตายสิ...หรืออาจจะไม่...เฮ้ไม่ใช่ความผิดเขาซะหน่อยที่หมอนั้นก็ไม่ได้หน้าตาดูแย่สักเท่าไหร่

คนที่ถูกสั่งให้ยืนนิ่งเลิกคิ้ว ก่อนจะส่งยิ้มกวนๆกลับมาให้คนวาด เวลาอยู่ด้วยกันสองคนนั้นเหมือนกับว่ามีภาษาพิเศษที่เขาไม่รู้ว่าเขากำลังคุยอะไรกันอยู่ แม้เขาจะนั่งอยู่ห่างออกไปแค่ไม่ถึงห้าฟุตพร้อมกับพยายามแกล้งทำเป็นยุ่งอยู่กับการหาทางแก้สมการแล้วหาพลังงานที่มากพอที่จะส่งเขากลับไปในโลกอนาคตได้ เปิดรูหนอนเวลาขึ้นมาอีกครั้ง สองสัปดาห์ที่ผ่านมาเขาหมกมุ่นกับเรื่องนี้ไม่น้อย พยายามจะคิดว่าเขาจะส่งตัวเองกลับไปก่อนที่พ่อกับแม่จะตาย บางทีอาจจะไปเตือนพวกเขาทั้งสองคนแต่ปัญหาคือเขาไม่สามารถควบคุมการเดินทางได้ ไม่มีทางที่แค่สมองเขาเพียงอย่างเดียว จะคำนวณหาทิศทางของการเดินทางผ่านเวลาได้ ดูเหมือนสิ่งเดียวที่ใช้ควบคุมมันได้ก็คือเจ้าเครื่องมือแปลกๆที่พาเขามาที่นี่

บางทีเพราะอะไรๆมันก็ไม่ได้คืบหน้าเท่าที่ควรทำให้วันนี้เขาหงุดหงิดยิ่งกว่าทุกวัน และการมีไอ้หน้าหล่อนั้นมายิ้มกวนๆตรงหน้าก็ไม่ได้ช่วยอะไรสักนิด อย่างน้อยถ้าอยู่ด้วยกันสองคน เขายังอาจจะคุยนู้นคุยนี้กับสตีฟได้ แต่พอบัคกี้มาอยู่ด้วยหมอนั้นกลับเอาทั้งเวลาทั้งความสนใจของสตีฟไปซะหมด

...รู้สึกเหมือนถูกทิ้งเลย...โทนี่คิดอย่างหงุดหงิดพร้อมกับขีดๆเขียนๆลงไปในกระดาษ พร้อมกับแช่งชักหักกระดูกบัคกี้ บาร์น

“นายไม่ชอบบัคกี้สินะ” สตีฟหันมาถามเขาหลังจากเดินกลับมาหลังจากไปส่งบัคกี้กลับบ้าน

โทนี่กลอกตา ก็มีอะไรให้ชอบกันบ้าง เจอกันครั้งแรกก็ข่มขู่เขา เจอกันครั้งต่อๆไปก็ยึดเอาสตีฟไป แถมยังชอบพูดเรื่องผู้หญิง บัคกี้ทำให้เขานึกถึงพวกเด็กมหาวิทยาลัยในหอพักกรีก พวกที่ไม่เข้ากับโทนี่เลยสักนิด

“เขาเองก็ไม่ชอบผมเหมือนกัน” โทนี่ตอบอ้อมแอ้ม ซึ่งเป็นความจริงนะเพราะหลายๆครั้งที่บัคกี้กันเขาให้อยู่ห่างจากสตีฟ ยังกับว่ายังไม่เชื่อใจเขาอย่างนั้นแหละ ตลกชะมัดเขาน่ะไว้ใจได้ยิ่งกว่าใครซะอีก

“ก็เขาเป็นห่วงฉัน”

ไม่ใช่เป็นห่วงแล้วมั้ง ต้องเรียกว่าโคตรหวง แล้วมาหวงสตีฟกับเขาเนี้ยนะ วุ้ย โทนี่บ่นกับตัวเอง เขานี้เหมือนคนร้ายตรงไหนไม่ทราบ

“เพื่อนคุณน่ะบางทีก็เกินไป” โทนี่เน้นเสียงแล้วเดินไปที่ครัว พวกเขาต้องเก็บกวาดล้างจานก่อนที่จะเข้านอน ถ้าจาร์วิสมาเห็นเขาทำงานบ้านขนาดนี้คงดีใจจนน้ำตาไหล

“แล้วทำไมคุณเป็นเพื่อนกับเขาไม่ทราบ หมอนี้มีดีอะไรบ้าง คุณดูไม่ใช่พวกเดียวกับเขาเลยสักนิดเดียว เขาเป็นแบบ...ไม่รู้สิ...เขาเป็นนักมวยใช่ไหม แล้วคุณก็เป็นจิตรกร ดูเหมือนคนละโลก”

“เรารู้จักกันตั้งแต่เด็ก” สตีฟเดินมาหยุดข้างๆเขาแล้วรับจานต่อจากโทนี่มาเช็ด

“แล้วถ้าฉันไม่รู้จักนายดีกว่านี้ฉันคงต่อยปากนายไปแล้วที่ว่าบัคกี้ว่าไม่มีอะไรดี เขาเป็นหนึ่งในคนดีที่สุดที่ฉันรู้จักเลย”

โทนี่หันมามองอีกคนหน้าเหวอ อะไรนะ “นี้คุณมีเพื่อนคนอื่นบ้างเปล่าเนี้ย”

สตีฟก้มหน้าขมวดคิ้ว “ก็นั้นแหละที่ทำให้บัคกี้เป็นคนดี ขณะที่คนอื่นไม่มีใครอยากจะเป็นเพื่อนเด็กขี้โรค พูดจาผางๆ แถมหาเรื่องหัวโจกประจำโรงเรียนไม่เว้นแต่ละวัน แต่เขากลับมองเห็นฉัน...อย่างที่ฉันเป็น...ไม่ใช่แค่ไอ้ตัวเล็กที่สร้างแต่ปัญหาอย่างคนอื่น เขาเป็นเพื่อนคนแรกของฉัน เขาเป็นคนที่คอยระวังหลังให้ฉัน เป็นคนเดียวที่อยู่กับฉันตั้งแต่เด็กจนโต”

“นายไม่ควรจะตัดสินเขาจากที่แค่นายเห็นนะโทนี่”

โทนี่เม้มปากแล้วตัดสินใจไม่พูดต่อ แม้ในใจเขาจะอดคิดไม่ได้ว่าเพราะคุณไม่เคยให้โอกาสคนอื่นน่ะสิ ในสายของสตีฟมีแค่บัคกี้คนเดียวก็พอแล้ว และเขาแน่ใจว่าถ้าตอนนั้นเขาอยู่ที่นั้นเขาก็จะเลือกเป็นเพื่อนกับสตีฟเหมือนกัน

และเขาพยายามจะบอกตัวเองว่าอารมณ์หงุดหงิดน่ะมาจากเรื่องงาน ไม่ใช่อารมณ์อิจฉาเลยสักนิด

#####################################

ในที่สุดก็ได้เรื่อง โทนี่คิดกับตัวเองขณะที่ลักลอบเข้าไปในแลบ 1 โดยใช้กุญแจที่ขโมยมาจากอดัม เขารู้ว่าเขามีเวลาไม่กี่วันก่อนที่จะมีใครรู้ว่ากุญแจของอดัมหายไป ดังนั้นเขาต้องเร่งมือแล้ว คืนนี้ไม่มีใครอยู่ในแลบเพราะดูเหมือนทุกคนจะมีประชุมกับกลาโหม โทนี่ได้ยินเลขาของพ่อพูดเรื่องนี้ผ่านๆ โอกาสดีของเขาสุดๆ

ตาสีเข้มกวาดมองไปทั่วห้องแลบ เครื่องจักรแปลกหน้าอย่างที่ไม่เคยเห็น แล้วก็แผนภูมิธาตุ เขารู้คร่าวๆว่าพ่อกับแมนฮัตตันโปรเจ็คซึ่งเป็นการสร้างระเบิดอะตอม ชายหนุ่มหยิบโน้ตขึ้นมาอ