Temporary Fix - Harry/Niall

posted on 24 Apr 2016 23:34 by translatefiction in MyFictions

Summary: แฮร์รี่ไม่ควรจะทำให้เขาใจเต้นแรงขนาดนี้ เขาไม่ควรจะต้องการมากกว่านี้ มันควรจะเริ่มและจบแค่บนเตียง แต่...เรื่องหัวใจมันไม่เคยง่ายขนาดนั้น

Rating: NC17 - Explicit Sex Scene


Saw your body language and I know how you're feeling

          เสียงลมหายใจของชายสองคนดังประสานกันในห้องสูทกว้างของโรงแรมระฟ้าในเคปทาวน์ กระจกใสจากในห้องนั้นมองออกไปเห็นทั้งเวิ้งน้ำสุดลูกหูลูกตาและภูเขาเทเบิลชื่อดังของที่นี่
          แต่แขกทั้งสองคนในห้องนั้นกลับไม่ได้สนใจวิวแสนวิเศษที่โรงแรมนี้เสนอเลยแม้แต่น้อย 
 
          “ฮะ...แฮร์รี่” เสียงทุ้มครางเรียกชื่อคนที่กำลังใช้ปากครอบครองส่วนแก่นกายแข็งขืนของเขา ลิ้นของแฺฮร์รี่ทำให้เขาแทบจะเป็นบ้า ชายหนุ่มผมทองสะอื้นเบาๆจากลำคอและยกมือขึ้นมาจับศีรษะของอีกคนเอาไว้ เขาทั้งอยากจะผลักไสอีกคนออกเพราะเขาแทบจะทนไม่ไหวและอยากจะดึงให้ริมฝีปากร้อนๆนั้นดูดกลืนเขาให้ลึกลงไปมากกว่านี้ สุดท้ายเขาก็เลือกทำแค่ไล่นิ้วไปเรือนผมยาวของอีกคนแทน แฮร์รี่ครางจากคออย่างเห็นชอบและเสียงนั้นทำให้ไนออลเกือบจะบินขึ้นไปถึงอีกฝั่งของความปรารถนา 
 
          "จะ...จะไม่ไหวแล้ว" ไนออลพยายามจะผลักไสชายอีกคน เขาไม่อยากให้ค่ำคืนนี้จบลงเร็วเกินไป แต่ดูเหมือนแฮร์รี่จะมีความคิดอื่น หนุ่มผมยาวควานหาขวดสารหล่อลื่นที่อยู่ข้างตัวโดยไม่หยุดปรนเปรอความหฤหรรษ์ให้อีกคน เมื่อนิ้วแข็งแรงสอดแทรกเข้ามาในร่างเขา ชายหนุ่มก็แอ่นร่างขึ้นจากเตียงอย่างไม่สามารถความคุมได้ แฮร์รี่ค่อยๆดึงนิ้วออกแล้วใช้สองนิ้วสอดเข้าไปใหม่ นิ้วเรียวยาวคู่นั้นทำให้เขารู้สึกเต็ม แต่มันไม่จบแค่นั้น แฮร์รี่ค่อยๆขยับนิ้วทั้งคู่เข้าออกช้าๆ พร้อมกับวนนิ้วเหมือนจะหาอะไรสักอย่าง และดูเหมือนเขาจะประสบความสำเร็จไม่ช้าเมื่อไนออลครางกระเส่าออกมา แฮร์รี่ไปแตะโดนจุดรวมประสาทข้างในกายเขา ในที่สุดแฮร์รี่ก็ปลดปล่อยส่วนอ่อนไหวของเขา ริมฝีปากอิ่มคู่นั้นยิ้มยกอย่างพอใจเมื่อเห็นสภาพของไนออล แฮร์รี่ค่อยๆดึงนิ้วออก ตาสีเขียวเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทตามแรงปรารถนา ไนออลถอนหายใจแต่แล้วเขาก็ต้องจิกนิ้วเกร็งเพราะแทนที่จะดึงนิ้วออกไปจนสุด แฮร์รี่กลับกระแทกมันกลับมาใหม่และคราวนี้เขาก็ประสบความสำเร็จในการทำให้ไนออลถึงจุดสุดยอด ร่างเพรียวเกร็งไปทั้งตัว คลื่นความสุขพัดผ่านไปทั้งกายเขาดึงเขาเข้าไปในความมืดที่แสนหรรษา 
 
          แต่ก่อนที่ไนออลจะกลับเข้ามาจากอีกฝากฝั่ง แฮร์รี่ก็ยกขาเขาขึ้นพาดบ่าแล้วสอดใส่เข้ามาในตัวเขา มือหนาจับสะโพกเขาไว้แน่น แฮร์รี่เติมเต็มเขาอย่างลึกซึ้ง ทั้งร่างเขายังไวต่อสัมผัสจากการไคลแม็กซ์และสัมผัสที่รุนแรงลึกล้ำของแฮร์รี่ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังบินสูงขึ้นไปอีก เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัว แฮร์รี่ก้มมาครอบครองริมฝีปากของเขา จูบนั้นเหมือนกับเซกซ์ของแฮร์รี่ ดูดดื่มและดุดัน ในที่สุดร่างของชายหนุ่มผมยาวก็กระตุกเขากรีดร้องเบาๆเข้าไปในปากของไนออล ก่อนจะถอนริมฝีปากออกมา 
 
          แฮร์รี่ปล่อยขาของเขาลง แล้วกลิ้งออกมาจากเหนือร่างไนออล ก่อนจะดึงถุงยางใช้แล้วมาผูกก่อนจะโยนไปที่ถังขยะข้างเตียง 
          "นายยอดเยี่ยมเหมือนเคย" แฮร์รี่พูดพร้อมกับหอบ ใบหน้าหล่อเหลานั้นหันมาส่งให้ยิ้มให้เขา พร้อมกับยื่นกระดาษทิชชู่จากข้างเตียงมาให้เขาเช็ดคราบบนตัว
 
          รอยยิ้มของซาตาน ไนออลคิดในใจอย่างเกลียดตัวเอง รอยยิ้มที่ล่อลวงให้เขาตกนรกจนถึงตอนนี้ 
          "เออ ขอบใจ แล้วก็ไปนอนห้องนายไป" ไนออลผลักอีกคนหมายจะให้ตกจากเตียง แต่คงเป็นเพราะเซกซ์ทำให้แขนขาเขาอ่อนไปหมด ทำให้เขาไม่สามารถจะทำให้แฮร์รี่ขยับได้แม้แต่สักนิดเดียว 
 
          "ไม่ นอนคนเดียวนอนไม่หลับ" แฮร์รี่พูดสั้นๆแค่นั้น แล้วดึงผ้าห่มของไนออลขึ้นมาคลุมร่าง ผมสีเข้มกระจายบนหมอนที่ควรจะเป็นของเขาคนเดียว 
 
          ไนออลถอนหายใจ นี้แหละคือจุดเริ่มต้นของเรื่องยุ่งยาก เพราะแฮร์รี่นอนคนเดียวไม่หลับนี้แหละ มันเริ่มเมื่อหนึ่งเดือนกว่าๆตั้งแต่ตอนที่พวกเขาเริ่มทัวร์ ตอนแรกแฮร์รี่ก็แค่มาเคาะประตูห้องเขากลางดึงพร้อมกับส่งสายตาเศร้าๆแล้วขอนอนด้วยกันธรรมดานั้นแหละ และแน่นอนว่าถึงสมองของไนออลจะเตือนเขาว่าการยอมให้คนที่เขาแอบชอบมาตลอดสี่ปีมาขึ้นเตียงด้วยกันมันเป็นหายนะที่รอจะเกิดเขาก็ไม่ฟัง เขาเปิดประตูให้หนุ่มอายุน้อยกว่าขึ้นเตียงเขาอย่างง่ายๆ และจากนั้นมันจะเริ่มกลายเป็นนอนด้วยกันและกอด นอนด้วยกันและจูบ และนอนด้วยกันและเซกซ์
 
          ...และตลอดเวลาเขาไม่เคยจะปฏิเสธแฮร์รี่...ไม่ปฏิเสธตอนที่แฮร์รี่ยื่นหน้ามาจูบเขาท่ามกลางคืนที่มืดสนิทในเพิร์ธ ไม่ปฏิเสธตอนที่แฮร์รี่ใช้มือสั่นๆปลดเข็มขัดของเขาในห้องสูทที่โอซาก้า และไม่ปฏิเสธเมื่อแฮร์รี่เดินมาหาเขาพร้อมกับถุงยางและสารหล่อลื่นที่โรงแรมในสิงคโปร์ 
 
          ...รู้ทั้งรู้ว่ามันคือระเบิดเวลา...เพราะสำหรับแฮร์รี่เขาก็คือเครื่องคลายเหงา แต่สำหรับเขา...แฮร์รี่เป็นมากกว่านั้นมาตลอด 
 
 
You caught my attention, you were looking at me first
 
          ถ้าถามไนออลวินาทีแรกที่เขารู้สึกตัวว่าเขาแอบชอบเพื่อนคนนี้แล้วคือตอนที่แฮร์รี่กอดเขาเอาไว้แน่นขณะเดินผ่านฝูงคนที่มามุงเขาที่ X-Factor มันอาจจะดูเหมือนเรื่องเล็กๆ แต่ตลอดเวลาที่แฮร์รี่กอดเขาไว้จากข้างหลังกระซิบถ้อยคำปลอบใจใส่หูเขานั้น เป็นครั้งแรกที่ไนออลไม่ตื่นกลัวเวลาถูกรุมล้อม แต่กลับรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นรัวและเขาได้แต่ภาวนาว่าแฮร์รี่จะคิดว่าหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะของเขานั้นเป็นเพราะความกลัวเท่านั้น 
 
          และมันก็ยังไม่เปลี่ยน ผ่านมาห้าปีเต็มๆ แฮร์รี่ยังคงมีความสามารถพิเศษที่ทำให้เขารู้สึกสงบและตื่นเต้นไปพร้อมๆกันได้ ทุกครั้งที่แฮร์รี่อยู่ใกล้ๆมันเหมือนทั้งโลกของเขาดับลงและสิ่งเดียวที่ยังคงส่องสว่างก็คือแฮร์รี่เท่านั้น
          ...เหมือนกันตอนนี้...
 
          พวกเขายิ้มกว้างให้กับการแสดงที่เพิ่งจบลงที่ดูไบ มันเป็นการแสดงสุดท้ายก่อนจะพักเบรคสองเดือน พวกเขาทุกคนสมควรจะต้องพัก หลังจากเรื่องวุ่นๆที่เกิดขึ้น แล้วยังอัลบัมที่ห้าอีกเล่า ไนออลเหลือบมองแฮร์รี่ เขาไม่แน่ใจว่าอีกคนมีแผนอะไรช่วงเบรค แฮร์รี่ไม่ได้บอกอะไรเขาเลย ที่จริงแฮร์รี่ทำเหมือนว่าทุกอย่างเป็นปกติ ไม่เหมือนว่าหลังจากคืนนี้พวกเขาจะไม่ได้เจอหน้ากันอีกเกือบเดือน ก่อนจะถึงเวลาเข้าห้องอัด
 
          คิดแล้วเขาก็อดเจ็บหัวใจเล็กๆไม่ได้ รู้ทั้งรู้ว่าเขาเป็นแค่เครื่องคลายเหงา ที่ทันทีเมื่อถึงบ้าน แฮร์รี่ก็คงลืมเขาโดยทันที แต่เขาก็ได้แต่หวังว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันจะมีความหมายอะไรบ้าง 
          ...แต่มันก็ไม่... 
 
          "นายมีแผนจะทำอะไรรึเปล่าไน" ลูอีถามเขา หลังจากพวกเขาจบการแสดงและรอให้รถมารับกลับโรงแรม 
 
          "คงไปออกัสต้ามั้ง รอรี่ชวนฉันเอาไว้แล้ว แล้วก็ไม่รู้สิแต่งเพลง แล้วก็ไปสตูดิโอ" ไนออลตอบพร้อมคิดถึงเรื่องที่เขาตั้งใจจะทำ
 
          "โซเฟียชวนนายกับสาวออซซี่คนนั้นน่ะให้ไปงานกาล่าการกุศลของเธอนะ" เลียมพูดแทรกขึ้นมา 
 
          "เมลิสสาเหรอ" ไนออลถาม เขากับเมลิสสาเป็นเพื่อนกัน ไม่รู้ว่าโซเฟียเอาความคิดจากไหนว่าถ้าพวกเขาเป็นแฟนมันจะต้องน่ารัก เธอพยายามจะให้เขาชวนเมลิสสาออกเดทให้ได้
 
          "ใช่ๆ อย่าลืมนะเว้ย" เลียมกำชับอีกรอบ ทำให้ไนออลต้องขมวดคิ้วอย่างยุ่งยากใจ เพราะเขาเองก็ไม่ได้อยากจะออกไปไหนมาไหนกับเธอ ไม่ใช่เพราะเขารังเกียจเธอ แต่เพราะเขาไม่อยากให้เธอหรือว่าใครต้องเข้าใจผิด
 
          เขาไม่ได้คิดกับเธอแบบนั้น และเขารู้ดีว่าการที่ต้องถูกดึงไปดึงมาโดยที่ไม่รู้แน่ชัดว่าความสัมพันธ์ของเราคืออะไรมันปวดหัวใจขนาดไหน ไนออลคิดพร้อมกับเหลือบหนุ่มผมยาวที่ยังคงเงียบสนิท 
 
          แต่แทนที่แฮร์รี่จะก้มหน้ามองมือถือเหมือนเคย อีกคนกลับกำลังมองไนออลนิ่ง ไม่มีรอยยิ้มประดับอยู่บนหน้าเหมือนเคย แต่ทันทีที่อีกคนสบตาเขา เด็กหนุ่มอายุน้อยกว่าก็หันหน้าไปอีกทาง ไม่แม้แต่จะพยักหน้าหรือส่งยิ้มให้ ท่าทางอารมณ์ดีที่แฮร์รี่มีบนเวทีหายวับไปกับตา...หมอนั้นคงเหนื่อยแน่ๆ...ถึงจะคิดอย่างนั้นเขาก็ห้ามความรู้สึกน้อยใจไม่ได้ 
.
.
.
          เสียงเคาะประตูทำให้เจ้าของห้องที่กำลังจัดกระเป๋าเพื่อเตรียมตัวไปออกัสต้าในวันรุ่งขึ้นต้องเงยหน้าขึ้นมา ชายหนุ่มขมวดคิ้ว แล้วภาวนาในใจขอให้ไม่ใช่แฟนเพลงที่ย่องขึ้นมาเคาะห้องเขาดึกๆดื่นๆขนาดนี้ ชายหนุ่มเดินไปที่หน้าประตูมองลอดตาแมว ก่อนจะรีบเปิดประตูออกเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามคือใคร
          "เฮ้ นึกว่านายจะไปตั้งแต่คืนนี้" ไนออลทักแฮร์รี่ที่เดินเข้ามาพร้อมกับขวดวิสกี้และแก้วสองใบในมือ เมื่อแฮร์รี่เดินผ่านเขาก็ได้กลิ่วิสกี้ในลมหายใจอีกคนชัดเจน ให้ตายสินี้แฮร์รี่ต้องดื่มไปเยอะขนาดไหนนะ
 
          "ยัง แต่เป็นพรุ่งนี้เช้า" แฮร์รี่พูดพร้อมกับวางแก้วลงบนพื้นพรมกลางห้อง ดวงตาของอีกคนกวาดมองไปทั่วห้องเขา "ไม่ได้มากวนใช่ไหม" แฮร์รี่ถามพร้อมกับกัดริมฝีปากอย่างไม่แน่ใจ ทำให้ไนออลต้องรีบตอบ
 
          "ฉันจัดกระเป๋าเสร็จแล้ว ไม่ได้กวนหรอก" น่าประหลาดชะมัดที่ยิ่งพวกเขารู้จักกันนานเท่าไหร่ก็เหมือนแฮร์รี่จะเกรงใจเขามากเท่านั้น ถ้าเป็นเมื่อก่อนเด็กหนุ่มอายุน้อยกว่ามักเข้ามากขลุกในห้องเขาโดยไม่แม้แต่คิดจะไปไหนถึงเขาจะออกปากไล่ แต่เมื่อไหร่นะที่พวกเขาค่อยๆห่างกันออกไป จนต้องมีคำถามแบบนี้ 
          "นาย...นายมาหาเพื่อนดื่มเหรอ" ไนออลพยักเพยิดไปที่วิสกี้ที่แฮร์รี่วางบนพื้น 
 
          ชายหนุ่มผมยาวพยักหน้าพร้อมกับตบข้างตัวเรียกให้ไนออลมานั่งข้างๆกัน เขาอยากจะปฏิเสธอยู่หรอก เพราะการเมาค้างขึ้นเครื่องบินเป็นอะไรที่ทรมาณเป็นที่สุด แต่สุดท้ายเขาก็ไม่สามารถปฏิเสธแฮร์รี่ได้เหมือนเคย ก่อนจะรู้ตัวเขาก็รับแก้วที่มีของเหลวสีอำพันมาแล้ว เขาไม่ได้ชอบวิสกี้ด้วยซ้ำ ถ้าเป็นเบียร์หรืออะไรแบบนั้นคงจะดีกว่า ไนออลคิดแต่ก็ยกแก้วขึ้นกรอกปากอย่างง่ายๆ แอลกอฮอล์เผาคอเขาไม่น้อย และเมื่อเขาหันไปมองอีกคน แฮร์รี่ก็จ้องเขานิ่งจนไนออลเริ่มรู้สึกกระสับกระส่าย
 
          "นายเป็นอะไรรึเปล่า วันนี้มาแปลก เงียบเชียว" เขาถามออกมา 
 
          แฮร์รี่ยังคงจ้องหน้าเขาเหมือนจะหาอะไรบางอย่างก่อนจะพูดออกมา "นายเคยคิดว่านี้คือทัวร์ครั้งสุดท้ายของพวกเราไหม" 
 
          หัวใจของไนออลกระตุก เพราะนั้นเป็นเรื่องที่เขาคิดตั้งแต่ตอนที่เซนออกไป และเขาแน่ใจว่าพวกเขาทั้งสี่คนคิดเหมือนกัน เพียงแต่ไม่มีใครที่จะกล้าพูดมันออกมา 
          "คิดสิแฮร์รี่" เขาสารภาพออกมา
          "ตะ...แต่มันไม่สำคัญหรอกว่าจะเป็นทัวร์สุดท้ายรึเปล่า แค่พวกเราทำให้ดีที่สุด แล้วดูสิพวกเรามาไกลขนาดไหน" นั้นเขาไม่ได้พูดเล่น จนถึงทุกวันนี้เขายังไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กผู้ชายตัวเล็กๆจากมัลลิการ์คนนั้นจะกลายมาเป็นหนึ่งในนักร้องที่มีคนซื้อตั๋วเขามาชมคอนเสิร์ทเยอะที่สุดในโลก...เขาจะได้เล่นกีตาร์ต่อหน้าคนเป็นล้านๆ เขาจะได้ร้องเพลงกับเพื่อนสนิทของเขามาตลอดสี่ปี
          "แล้วเรายังมีอีกอัลบัมนะ" ไนออลเตือน ใช่แล้วพวกเขายังมีดนตรีและเรื่องราวที่ยังอยากจะบอกเล่า
 
          แฮร์รี่ไม่ตอบแต่กลับยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบ คิ้วขมวดมุ่น
          "ไม่กดดันเลยเนอะ อัลบัมที่อาจจะเป็นอัลบัมสุดท้ายในชีวิตพวกเรา" แฮร์รี่พูดแล้วยิ้มอย่างขมขื่น ให้ตายสิท่าทางของอีกคนดูเศร้าจนเขาต้องรีบขยับตัวเข้าไปใกล้ มือยกมือขึ้นโอบไหล่อีกคนเอาไว้
 
          "ไม่ใช่อัลบัมสุดท้ายของนายหรอกแฮร์รี่ฉันเชื่อ" ไนออลพูดมาจากใจจริง เพราะเขารู้ว่าถึงไม่มีวัน ไดเร็คชั่น ไม่มีอีกสี่คนคอยเคียงข้างแฮร์รี่ก็ยังจะสามารถเป็นศิลปินเดี่ยวได้ คิดแล้วเขาอาจจะเจ็บแต่มันคือความจริง แฮร์รี่ไม่ได้ต้องการพวกเขาอีกแล้ว ที่จริงแล้วไนออลอออกจะประหลาดใจด้วยซ้ำที่เซนเป็นคนแรกที่ออกจากวง เขาคิดมาตลอดว่ามันจะเป็นแฮร์รี่
 
          "ไม่ใช่อัลบั้มสุดท้ายของพวกเราต่่างหาก" แฮร์รี่หันมาแก้ ลมหายใจอุ่นๆกระทบแก้มของไนออล
 
          ชายหนุ่มผมทองส่ายหน้า "ของนายน่ะถูกแล้วเพราะฉันกำลังพูดถึงหลังจากไม่มีวัน ไดเร็คชั่นอีกแล้ว"
 
          "ไนออล" แฮร์รี่เรียกชื่อเขาเหมือนเตือนว่ารู้ตัวหรือไม่ว่าเขากำลังพูดอะไรอยู่
 
          "นายก็ยังจะเป็นนักร้อง เป็นศิลปิน เป็นอะไรก็ได้ที่นายอยากเป็น เพราะนี้คือนายแฮร์รี่...นายพิเศษกว่าใครอยู่เสมอ"
 
          แฮร์รี่ไม่ตอบแต่กลับก้มหน้าลงก่อนจะถามเสียงเบา "นายจะไม่โกรธเหรอถ้าฉันจะร้องเพลงโดยไม่มีนาย ไม่มีพวกเรา" น้ำเสียงและท่าทางของแฮร์รี่ทำให้ชายหนุ่มรู้ว่านี้แหละคือสาเหตุที่คืนนี้หนุ่มผมยาวคนนี้มาหาเขาพร้อมเหล้า แฮร์รี่คงกำลังคิดเรื่องนี้อยู่แน่ๆ 
 
          "ไม่" คำตอบของเขาทำให้อีกคนเงยหน้าขึ้นมามองเขา พร้อมกับเลิกคิ้วอย่างสงสัย แต่ไนออลไม่บอกหรอกว่าเขาคงเจ็บไม่น้อย เมื่อมันเกิดขึ้นจริง และเขาคงต้องขอเวลาสักหน่อยก่อนที่จะชินกับการได้ยินชื่อแฮร์รี่เดี่ยวๆโดยไม่มีคำว่าวัน ไดเร็คชั่นพ่วงท้าย แต่เขาจะโกรธอีกคนได้อย่างไร แฮร์รี่ทำเต็มที่แล้วสำหรับวง เขาเป็นคนที่ทุ่มเทกับวงแค่ไหนไนออลเห็นอยู่กับตาแทบทุกวัน และแม้จนกระทั่งวันนี้ วันที่คำว่าวงแตกอยู่ใกล้ราวกับจะสัมผัสได้ แฮร์รี่ก็ยังรู้สึกผิดที่จะต้องไปเป็นนักร้องเดี่ยว 
          "แต่แค่...แค่อย่าทำแบบเขา" ทั้งสองคนรู้ว่าไนออลกำลังพูดถึงใคร "ฉันอยากจะมีโอกาสได้ลานายเข้าใจไหม อย่าทำเหมือนเราเป็นคนแปลกหน้า" 
 
          แฮร์รี่ไม่ได้ตอบอะไร สุดท้ายพวกเขาก็แค่กินเหล้าแล้วนั่งคุยเรื่องสัพเพเหระ และไม่นานเขาก็รู้สึกง่วงงุนจนแทบลืมตาไม่ไหว อ้อมแขนอุ่นๆของแฮร์รี่โอบเขาไว้ไม่ห่างและมันทำให้เขาอยากหลับเหลือเกิน ขณะที่กำลังจะเข้าสูนิทราเขาก็ได้ยินเสียงทุ้มกระซิบเบาๆข้างหู 
          "นายเป็นคนสุดท้ายที่ฉันอยากจะลา" คำพูดที่เขาไม่แน่ใจว่าเขาได้ยินจริงๆหรือเขากำลังฝันไป
 
All you need to know is you can call me when you're lonely
 
          ไนออลตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการหิวน้ำและปวดหัวตุบๆ เขาไม่ได้ดื่มเยอะขนาดนั้นกับแฮร์รี่เมื่อคืน แต่เพราะเขาเล่นดื่มวิสกี้เพียวๆตอนท้องว่าง ดังนั้นมันจึงออกฤทธิ์แรงกว่าปกติ ดวงตาของชายหนุ่มกวาดมองไปทั่วห้อง และถ้าเขาหวังจะพบเพื่อนร่วมวงที่ควรจะหลับเป็นตายข้างๆเขา เขาก็ต้องผิดหวัง ที่นอนข้างเขายับย่นหากแต่เย็นเฉียบเหมือนกับว่าคนที่นอนอยู่บนนั้นจากไปตั้งแต่ก่อนเขาตื่นนานโข ในที่สุดสายตาเขาหยุดที่โน๊ตข้างๆหัวเตียง ลายมือขยุกขยิกของใครบางคนที่ไนออลรู้จัก 
          เจอกันอีกเดือนนึงนะ แล้วนี้เบอร์ฉัน 000-000-0000 เท็กซ์หรือโทรก็ได้. H.
 
         แค่โน๊ตเท่านั้น แฮร์รี่ไม่คิดจะปลุกเขาแล้วพูดประโยคพวกนั้นต่อหน้าเขาเลยสักนิด ไม่มีคำกล่าวลา ไม่มีคำบอกว่าจะคิดถึง ไม่มีจูบลา ไม่มีบอกว่าแฮร์รี่จะไปไหน คิดแล้วความรู้สึกน้อยใจก็แล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ แฮร์รี่ทำเหมือนเขาเป็นเหมือน one night stand แล้วก็ให้เบอร์ถ้าเผื่ออยากเจอกันอีกครั้ง ชายหนุ่มขยำโน๊ตหมายจะปาทิ้ง แต่สุดท้ายเขาก็ทำไม่ลง นักร้องหนุ่มมองกระดาษโน๊ตยับยู่ยี่ในมือก่อนจะพับมันเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆแล้วเก็บไว้ในกระเป๋า
 
          สุดท้ายเขาก็ไปสนามบินด้วยอารมณ์ขุ่นมัว โกรธที่สุดคือตัวเองที่เก็บโน๊ตบ้าๆนั้นไว้ ขณะรอเครื่องบินเขาก็นึกได้ว่าเลียมฝากให้เขาเชิญเมลิสสามางานกาล่าที่โซเฟียจัด ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดเบอร์โทรระหว่างประเทศไปหาหญิงสาวชาวออสเตรเลีย 
          "เฮ้ เมลิสสานี้ไนออลนะ" ชายหนุ่มกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์เมื่อได้ยินเสียงตอบรับจากปลายสาย น้ำเสียงของหญิงสาวดูจะดีใจไม่น้อยที่เขาโทรมา และนั้นทำให้เขายิ้มออกมานิดๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่เป็นคนที่ถูกรักน่ะมันรู้สึกดีขนาดไหน
          "โซเฟียฝากชวนเธอมางานกาล่าการกุศลของเขาที่ลอนดอน อยากมาไหม" 
 
          "ในฐานะคู่เดทของคุณเหรอคะ" เสียงหวานถามกลับ และเขาลังเล เขาอยากตอบว่าในฐานะเพื่อนของเขา...แต่เมื่อคิดถึงโน๊ตยับยู่ยี่ในกระเป๋า และใครบางคนที่จากไปโดยไม่คิดจะลา ไนออลก็ตอบรับเธอง่ายๆ 
 
          "ใช่ครับ ผมจะบอกให้คนส่งตั๋วไปให้คุณนะ" เมื่อเธอบอกว่าเข้าใจดีแล้วเขาก็วางสาย รู้ตัวว่าเขากำลังทำผิดที่ทำให้เมลิสสาคิดว่าเขาจีบเธออยู่ แต่ให้ตายสิเขาไม่เคยรู้สึกเหมือนตัวเองไร้ค่ามาก่อนขนาดเช้านี้ 
 
          ชายหนุ่มถอนหายใจอีกครั้ง เก็บมือถือลงในกระเป๋าก่อนจะล้วงเอาสมุดปกหนังออกมา บางทีถ้าได้เขียนเพลงสักหน่อยเขาอาจจหัวโล่งขึ้นมาบ้างก็ได้ 
          
 
You can own me and we'll call this what you like
 
          
          สัปดาห์แรกหลังหลังหยุดทัวร์ทุกอย่างเป็นไปอย่างดี ไนออลใช้เวลาที่ออกัสต้าก่อนจะบินกลับมาที่ลอนดอน การได้ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนที่ไม่ถามเขาเกี่ยวกับเรื่องวงทำให้หัวเขารู้สึกใจสงบขึ้นเยอะ 
          
          แม้แต่ตอนที่โดนปาปารัซซี่รุมหลังออกจากงานกาล่าพร้อมเมลิสสาเขาก็ไม่หัวเสีย คงเพราะเขาได้คิดอะไรระหว่างสัปดาห์นั้น เขารู้สึกว่าเขาตัดสินใจถูกที่เลือกส่งเมลิสสากลับบ้านหลังจากงานกาล่าจบ เขากอดเธอแล้วบอกเธอว่าเขาไม่ได้คิดกับเธอมากกว่าเพื่อน แน่นอนว่าเธอต้องเศร้า แต่เธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงไร้เหตุผล เธอไม่ดึงดันหรืออะไรทั้งนั้น ไนออลอดรู้สึกชื่นชมหญิงสาวไม่ได้ เธอเข้มเข็มกว่าเขามาก ด้วยความสัตย์จริงหากวันหนึ่งแฮร์รี่พูดกับเขาตรงๆแบบนี้อย่างที่เขาพูดกับเธอ เขาก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะสามารถส่งยิ้มกลับไปให้เจ้าตัวอย่างที่เมลิสสาทำให้เขาได้หรือเปล่า
 
          สุดท้ายแม้กระทั่งผ่านไปเป็นสัปดาห์เจ้ากระดาษโน๊ตยับยู่ยี่นั้นก็ยังคงอยู่ในกระเป๋าเขา ไนออลพยายามจะไม่คิดถึงมัน หรือคิดถึงเจ้าของของมัน ที่ตอนนี้เงียบหายไปจากชีวิตเขาเลย เขาแน่ใจว่าแฮร์รี่มีเบอร์โทรเขา เพราะเขาเป็นคนบอกให้แฮร์รี่เมมเบอร์เขาหลังจากเพิ่งเปลี่ยนเบอร์ใหม่ แต่เขาก็ไม่เคยได้รับโทรศัพท์จากอีกคน ไม่มีแม้กระทั่งข้อความบอกว่าเจ้าตัวสบายดี หรือขอโทษที่กลับออกไปโดยไม่บอกลา มันเหมือนกับว่าพวกเขาไม่ได้นอนร่วมเตียงเดียวกันตลอดเกือบสามเดือนที่ผ่านมา 
.
.
.
       
          เสียงโทรศัพท์ปลุกให้เขาตื่นตั้งแต่เช้า ไนออลค่อยๆลืมตาขึ้นแล้วดูชื่อคนที่โทรเข้ามา มันไม่ได้ขึ้นชื่อ แต่เขารู้ว่านี้คือเบอร์ของใคร เพราะเขามองเบอร์โทรเดียวกันนี้ในลายมือขยุกขยิกเป็นสิบๆครั้งๆ 
          "ฮัลโหลแฮร์รี่" ไนออลรับกดรับ หัวใจเต้นรัว ความรู้สึกน้อยอกน้อยใจที่เคยมีมันหายไปหมด ให้ตายสิเกลียดตัวเองชะมัดที่เป็นอย่างนี้ 
 
          "เฮ้ นายอยู่ที่บ้านรึเปล่า" เสียงทุ้มพร่าที่คุ้นเคยทักทายและถามเขากลับ
 
          หนุ่มผมทองขมวดคิ้ว "อยู่ บ้านในลอนดอนนะ ตอนนี้นายอยู่ไหน" มีอะไรสักอย่างในน้ำเสียงของแฮร์รี่ที่แปลกไป และมันทำให้เขารู้สึกเป็นห่วง แฮร์รี่ทำเหมือนเข้มแข็ง เขาแกล้งยิ้มได้ตลอดเวลา แต่ไนออลรู้ดีว่าเด็กหนุ่มคนนั้นเซนซิทิฟขนาดไหน
          "นาย--" 
 
          "ฉันไปหาได้ไหม" แฮร์รี่พูดแทรกขึ้นก่อนที่เขาจะได้ถามว่าอีกคนเป็นอะไรรึเปล่า และคำถามของแฮร์รี่ทำให้คนที่ยังรู้สึกงัวเงียผุดลุกขึ้นทันที เขาเป็นห่วงแฮร์รี่ๆจริงๆแล้ว 
 
          "ได้สิ ให้ฉันไปหานายก็ได้ แต่ฉันเพิ่งตื่น--" อีกฝ่ายวางสายก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบ ไนออลสบถออกมาเบาๆ แล้วรีบลุกขึ้นจากเตียงหมายจะเดินเข้าไปอาบน้ำแล้วโทรหาแฮร์รี่อีกครั้งว่าอยู่ที่ไหน หมอนั้นบ้าชะมัดมาทำให้เขาเป็นห่วงแบบนี้แล้วก็ดันตัดสายเขาอีก แต่ทันทีที่เท้าแตะพื้น เสียงออดหน้าประตูบ้านเขาก็ถูกกดรัวๆ 
          "แม่ง" ไนออลสบถแล้วรีบก้าวเร็วไปที่ประตูก่อนจะกระชากเปิดพร้อมจะด่า แต่ทันทีที่เขาเห็นว่าใครยืนรออยู่ข้างหน้า
          "ฮะ...แฮร์รี่" 
 
          "เอ่อ" หนุ่มผมยาวมองเขาอย่างไม่แน่ใจ "ฉันเข้าไปได้ไหม ตอนนี้เลย" แฮร์รี่ถามพร้อมกับกวาดตามองเขาเหมือนกำลังจะหาร่องรอยอะไรสักอย่าง 
     
          ไนออลพยักหน้าขยับตัวให้อีกคนเดินเข้ามา "นายเป็นอะไรรึเปล่า" เขาถามออกมาเมื่ออีกคนเดินเข้ามาในบ้านแล้วปิดประตูแล้ว แต่แฮร์รี่ไม่ตอบ ชายหนุ่มเม้มปากก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเขา ไม่ใช่ต้องเรียกว่าดันเขาให้ติดกับประตูที่เพิ่งปิดไปมากกว่า เพราะแฮร์รี่ก้าวเข้ามาใกล้เหลือเกิน จนเขาต้องถอยไปชนกับประตู ตาสีเขียวมองเขานิ่ง 
          "แฮร์รี่ นายโอเคไหม" 
 
          "อยู่คนเดียวรึเปล่า" แฮร์รี่ไม่ตอบคำถามเขาอีกครั้ง นิ้วเรียวยาวเชยคางเขาขึ้นพร้อมกับมองสำรวจที่คอของเขาเหมือนจะหาอะไรบางอย่าง แต่อะไรล่ะ 
          "เมื่อคืนหลังจากงานกาล่าของโซเฟียนายกลับบ้านคนเดียวรึเปล่า" แฮร์รี่พูดด้วยน้ำเสียงแปลกๆแบบนั้นอีกแล้ว ดวงตาสีเขียวจ้องเข้าไปในตาเขาทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่มีทางโกหกได้ 
 
          "คนเดียวสิ" ไนออลพูดแล้วแสร้งหัวเราะ พยายามจะทำให้บรรยากาศที่อยู่ดีๆก็มาคุนั้นเย็นลง "คิดว่าฉันจะกลับกับใครหือ เลียมรึไง" 
 
          แฮร์รี่ไม่ตอบ ก่อนที่เขาจะรู้ตัวแฮร์รี่ก็จับไหล่เขาแน่นและประทับจูบลงไปอย่างหนักหน่วง เขาตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจในคราวแรกแต่ในไม่ช้าเขาก็เปิดปากรับอีกคน มือของเขายกขึ้นมาโอบรอบคอแฮร์รี่ สอดลิ้นเข้าไปสัมผัสลิ้นอีกคน ร่างกายเต็มไปด้วยความปรารถนา แม้ว่าสมองเขากำลังจะบอกว่านี้มันไม่ดีเลย เขากำลังจะทำให้หัวใจตัวเองต้องถูกบดเป็นชิ้นๆหลังจากแฮร์รี่ใช้เขาเสร็จ แต่เขาก็หยุดตัวเองไม่ได้ เขาดึงร่างอีกคนให้แนบชิดมากขึ้น มือขยุ้มผมยาวยุ่งเหยิงของอีกคน
          แฮร์รี่เป็นคนแรกที่ถอนริมฝีปากออก ตาโตคู่นั้นมองเขาเหมือนไม่แน่ใจ แต่ก่อนที่เขาจะได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ริมฝีปากร้อนๆก้มมาสัมผัสเขาอีกครั้ง พร้อมกับมือหนาที่ลูบไล้ไปตามหน้าท้องเขาก่อนจะเลื่อนต่ำลงผ่านขอบกางเกงนอนเข้าไปกอบกุมส่วนนั้นของเขาที่ขยายขึ้นมา ไนออลครางออกมาเบาๆ แฮร์รี่หยุดจูบอีกครั้งเพื่อที่จะดึงกางเกงเขาให้หลุดออก ก่อนจะปลดกางเกงยีนส์ของตัวเองตาม แล้วกุมส่วนแข็งขืนของพวกเขาเอาไว้ก่อนจะขยับมือช้าๆ แล้วค่อยๆเพิ่มความเร็วขึ้นทีละน้อย และไม่นานเขาก็รู้สึกว่าทั้งร่างกายกำลังสั่นไหวก่อนความรู้สึกเสียวซ่านจะกระตุบวาบไปทั่วกาย ทั้งร่างเขาเกร็งขณะที่เขาปลดปล่อยออกมา ไม่ช้าแฮร์รี่ก็หยุดขยับพร้อมกับครางตามออกมาเช่นกัน 
          ไนออลหายใจหอบ มือยังคงเกาะไหล่แฮร์รี่ไว้แน่น ยิ่งตอนนี้ที่เขากำลังขาอ่อนแบบนี้อีกคนเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเขาไม่ให้ลงไปกองกับพื้น เซกซ์กับแฮร์รี่ยังคงเยี่ยมเหมือนทุกที และความรู้สึกผิดหลังจากมีเซกซ์ก็ยังคงเหมือนทุกครั้งไม่มีผิด เพียงแต่คราวนี้มันปนด้วยความประหลาดใจ เพราะถ้าเป็นช่วงทัวร์เขายังคงตอบตัวได้ว่าที่แฮร์รี่นอนกับเขาเพราะชายหนุ่มคงไม่อยากนอนกับแฟนๆที่ไล่ตาม แต่ช่วงหยุดแบบนี้เขาแน่ใจว่าแฮร์รี่มีนางแบบ นายแบบ มารอให้เลือกขึ้นเตียงไม่ขาด แล้วทำไมกันนะ...ทำไมถึงยังมาหาเขา 
          "นะ...นายยังไม่ตอบฉันเลยว่านายโอเครึเปล่าแฮร์รี่" 
 
          แฮร์รี่เงียบไปก่อนจะพึมพำอะไรสักอย่างกับไหล่ของเขาที่เจ้าตัวยังคงซบอยู่ ทำให้เขาต้องถามอีกครั้งเพราะเขาไม่ได้ยินคำตอบนั้น 
          "ฉันบอกว่าฉันโอเค ฉันแค่คิดถึงนาย" แฮร์รี่พูดแล้วเงยหน้ามองเขา มีอะไรบางอย่างในดวงตาคู่นั้นที่เขาอ่านไม่ออก มันทำให้เขารู้สึกอยากเป็นบ้า เพราะเขาควรจะรู้จักทุกอารมณ์ของแฮร์รี่ ให้ตายสิพวกเขาอยู่ด้วยกันมาสี่ปีกว่า 
          "นายไม่โทรหาฉันเลย ไม่ส่งข้อความอะไรมาด้วย" แฮร์รี่พูดต่อเหมือนน้อยใจ เขาได้แต่อยากตอบว่าแฮร์รี่เองก็ไม่โทรหาหรือส่งข้อความมาหาเขานั้นแหละ ถ้าเจ้าตัวไม่ต้องการเซกซ์จากเขา ไอ้การโทรหาเมื่อเช้าคงไม่เกิดขึ้น แต่เพราะสายตาเศร้าๆคู่นั้นที่ยังคงมองมาที่เขา หรือบางทีเพราะเขาไม่อยากจะทะเลาะ ไนออลจึงได้แต่เก็บสิ่งที่คิดไว้ในใจแล้วเงียบ 
 
          "กางเกงนายเลอะหมดแล้ว" เขาพูดเปลี่ยนเรื่อง ซึ่งก็จริง กางเกงยีนส์สีดำของแฮร์รี่เลอะเทอะด้วยคราบสีขาวจากที่มืออีกคนไปป้าย "นายต้องเปลี่ยนกางเกงก่อนกลับนะ เดี๋ยวฉันไปหยิบให้" ไนออลตั้งใจจะผลักอีกคนออกเบาๆแล้วเดินไปที่ห้องนอน แต่มือของแฮร์รี่กลับรั้งเขาเอาไว้ ก่อนเจ้าของมือนั้นจะยกตัวเขาขึ้น ไนออลต้องรีบโอบคออีกคนเอาไว้เพราะกลัวจะตก 
 
          "ฉันยังไม่ได้พูดว่าจะกลับซะหน่อย" แฮร์รี่พูดแล้วอุ้มเขาไปที่ห้องนอนพร้อมกับมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์มุมปากบอกให้เขารู้ว่าแฮร์รี่ตั้งใจจะทำอะไรเมื่อไปถึงห้องนอน และเมื่อเขาถูกปลุกอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เสียงโทรศัพท์หนวกหู แต่เป็นเพราะจูบเบาๆบนหน้าผากและกลิ่นวาฟเฟิลที่แฮร์รี่ทำให้เขา 
 
 
You can control me, even if it's just tonight
 
          "ทำไมนายไม่ใช้เพลงนี้ล่ะ" เสียงโทมัสถามเขา ขณะที่พวกเขาลองเล่นเพลงอื่นๆที่อยู่ในสมุดโน๊ตของไนออล "เซ็กซี่น่าดู You can call me. When you're lonely. When you can't sleep. I'll be your temporary fix. You control me. Even if it's just tonight. หรือว่ามันเซ็กซี่ไปสำหรับวงของนาย" 
 
          ไนออลหยุดมือที่กำลังเล่นกีตาร์ ไม่หรอกไม่ได้เซกซี่ไปเลย เขาเขียนเพลงนั้นในระหว่างที่บินจากดูไบไปออกัสต้า ในชั่วโมงที่เขาคิดถึงอีกคนเป็นที่สุด เกลียดตัวเองที่สุดที่ต้องเจ็บปวดกับสิ่งที่แฮร์รี่ทำ มันคือเพลงที่...เขาเขียนมาจากความรู้สึก เขาอยากให้มันเป็นแค่นั้น เป็นแค่เรื่องที่เกิดขึ้นกลางคืน แต่สุดท้ายมันก็ไม่จบแค่นั้น 
          "มัน...มัน...ยังไม่เสร็จน่ะ" ไนออลตอบออกมาในที่สุด เขาไม่ได้โกหก มันยังไม่เสร็จ มันเป็นแค่คอรัสเท่านั้น เขาไม่อยากเขียนต่ออีกแล้ว เพราะเขารู้ว่าเขาไม่มีวันกล้าจะร้องมันออกไป เพลงนี้...มันส่วนตัวมากเกินไป ทุกคนแต่งเพลงจากประสบการณ์ก็จริง แต่สำหรับคนอย่างเขาที่ปกป้องความเป็นส่วนตัวที่สุด เขาไม่อยากให้เรื่องส่วนตัวหลุดออกไปกับเพลง เขาไม่ใช่เอ็ด หรือเทย์เลอร์ ที่จะร้องเพลงเกี่ยวกับหัวใจที่ทำให้แตกสลายได้โดยที่ไม่รู้สึกเจ็บทุกครั้งที่ต้องร้องมันออกมา 
 
          และโทมัสคงจับอะไรจากสีหน้าหรือน้ำเสียงของเขาได้เพราะชายหนุ่มหยุดถามถึงเพลงนั้นทันที เขาพลิกผ่านสมุดจดไปที่เพลงอื่นๆ แล้วถามความเห็นของไนออลแทน 
 
          ทั้งวันเขาอยู่ที่สตูดิโอของ TMS โดยที่ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่มันก็สนุกที่ได้คุยกับโปรดิวเซอร์คนอื่นๆที่ไม่ใช่จูเลี่ยนบ้าง ไนออลยิ้มน้อยๆพร้อมกับวางกีตาร์คู่ใจเก็บลงในเคส แต่ก่อนที่จะปิด มือถือเขาก็สั่นขึ้นมาก่อน มือหนาล้วงไปหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกง พลิกดูชื่อคนที่โทรมาก่อนจะขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยเข้าใจ 
          "เฮ้ แฮร์รี่มีอะไรรึเปล่า" เขาถามออกไป พวกเขาเพิ่งแยกจากกันเมื่อเช้า คิดถึงเรื่องเมื่อเช้าแล้วไนออลก็รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา เขาไม่คิดว่าแฮร์รี่จะโทรหาเขาอีกครั้งเร็วขนาดนี้ และที่เขาไม่คิดมากที่สุดก็คือประโยคถัดไปที่เขาได้ยินมาจากหูโทรศัพท์ 
 
          "นายว่างรึเปล่า มาดินเนอร์กันไหม" 
 
          ไนออลต้องเลื่อนโทรศัพท์มาดูให้แน่ใจว่าเบอร์ที่โทรหาเขาเป็นเบอร์ของแฮร์รี่จริงๆ ไม่ใช่คนที่เสียงเหมือนกันโทรมาหาเขา เพราะแฮร์รี่ สไตล์ ไม่เคยชวนเขาดินเนอร์ ไม่สิไม่ใช่แค่เขาแต่เป็นเพื่อนร่วมวงทุกคน มันเหมือนกับว่าเพราะพวกเขาเจอหน้ากับเกือบ 200 วันทุกปี เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่ได้หยุดพวกเขาจึงทำทุกอย่างที่จะไม่ต้องเจอหน้ากัน แฮร์รี่มีกลุ่มเพื่อนสนิทที่ไม่ใช่วัน ไดเรคชั่น ไม่...ไนออลไม่ได้อิจฉา เขาเข้าใจดี เพราะเขาเองก็มีเพื่อนที่ไม่ใช่วัน ไดเรคชั่นเช่นกัน 
 
          "มีอะไรรึเปล่า" เขาไม่ตอบ แต่เลือกถามแฮร์รี่กลับ "นายทำตัวแปลกๆตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว" เขาพูดเบาๆ พร้อมกับมองไปรอบๆสตูดิโอให้แน่ใจว่าไม่มีใครได้ยินว่าเขากำลังคุยอยู่ 
 
          ปลายสายเงียบไป ทำให้ไนออลรู้สึกร้อนรนขึ้นมา "คือไม่ได้หมายความว่าฉันไม่ได้อยากไป ให้ตายสิแฮร์รี่แต่นายทำให้ฉันเป็นห่วงเข้าใจไหม แล้วก็ตกลง นายอยากจะไปดินเนอร์ที่ไหน" อีกฝ่ายตอบกลับเป็นชื่อร้านอาหารในโซโหที่ไนออลไม่รู้จักก่อนจะตัดสายไป
 
          และอีกครึ่งชั่วโมงรถยนต์ส่วนตัวของเขาก็หยุดหน้าร้านอาหาร ชายหนุ่มก้าวเข้าไปในร้านอาหารที่มีโต๊ะเพียงไม่กี่โต๊ะ แสงไฟสลัวๆ และลักษณะการตกแต่ง ทำให้เขาคิดว่าแฮร์รี่น่าจะเคยพาคู่เดทสักคนมาที่นี่ เขาอดรู้สึกหึงหวงอีกคนไม่ได้ รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีสิทธิ์ เพราะเขาไม่ได้เป็นอะไรกับแฮร์รี่มากไปกว่าเพื่อนร่วมวงเลย 
          พนักงานเสิร์ฟพาเขามาหยุดที่โต๊ะในมุมอับที่ชายหนุ่มผมยาวนั่งอยู่คนเดียว ดวงตาของแฮร์รี่มองเขาเหมือนกับไม่เชื่อว่าเขาจะมาอยู่ตรงนี้จริงๆ ไนออลต้องขมวดคิ้วอีกครั้ง หรือว่าแฮร์รี่ไม่ได้ตั้งใจจะชวนเขากันนะ 
 
          "เฮ้ โทษทีที่ชวนกระทันหัน" แฮร์รี่พูดทักทายเป็นประโยคแรก "ฉัน...ฉันไม่คิดว่านายจะตกลง ไม่คิดว่านายจะมาจริงๆด้วยซ้ำ" ชายหนุ่มพูดแล้วก้มหน้ายิ้มกว้าง
 
          "ฉันสิไม่คิดว่านายจะชวนจริงๆ ปกตินายไม่แฮงก์เอาท์กับคนไม่คูลอย่างฉันนี้ กริมมี่ทิ้งนายหรือไงเนี่ยหืมสไตล์" ไนออลกระเซ้ากลับ เขาไม่อยากให้บรรยากาศประหลาดมากไปกว่านี้ 
 
          แฮร์รี่เงยหน้าขึ้นมามองเขา รอยยิ้มนั้นจางลงนิดหน่อย แสงสลัวๆในร้านทำให้เขาอ่านสีหน้าของแฮร์รี่ยากขึ้น "สั่งอะไรไหม ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อวากิว กับลอบสเตอร์นะ" คำพูดของแฮร์รี่ทำให้ไนออลแน่ใจว่าอีกคนต้องเคยมาร้านนี้แน่นอน คิดแล้วเขาก็ไม่ค่อยหิวอีกแล้ว ที่จริงเขาไม่อยากอยู่ตรงนี้อีกแล้ว แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วเห็นใบหน้าอีกคนเขาก็ต้องฝืนยิ้มแล้วเรียกบริกรมาสั่งอาหารและไวน์ บางทีถ้าเขาเมามันคงทำให้เขาหยุดคิดเรื่องแฮร์รี่กับคนรักอื่นๆสักที 
 
          "นายทำอะไรช่วงเบรคนี้บ้าง" ไนออลถามขณะตัดเนื้อเป็นชิ้นเล็กๆ เนื้อวากิวของที่นี่อร่อยอย่างที่แฮร์รี่พูดไม่มีผิด 
 
          "ไม่มีอะไร ไปแอลเอ แต่งเพลง แล้วก็กลับมาที่นี่รออัดเสียง" 
 
          ไนออลพยักหน้าตอบรับ อยากจะถามว่าถ้าพวกเขาไม่ต้องอัดเสียงด้วยกันแฮร์รี่จะกลับมาที่ลอนดอนรึเปล่า เพราะตอนนี้ดูเหมือนบ้านของแฮร์รี่จะเป็นที่แอลเอไปแล้ว 
 
          "รู้ไหมฉันไม่เคยเขียนเพลงได้เร็วขนาดนี้เลย" แฮร์รี่พูดต่อ ดวงตาจับจ้องใบหน้าเขานิ่ง 
 
          "ชักอยากฟังเพลงที่นายแต่งซะแล้ว มันเกี่ยวกับอะไรล่ะ" เขาถามยิ้มๆ เขารู้ว่าแฮร์รี่มักจะมีมุมมองแปลกๆที่ไม่เหมือนใครเสมอ 
 
          "เกี่ยวกับฉัน" ไนออลหัวเราะลั่น จนทำให้อีกคนต้องทำหน้าดุใส่ "เฮ้อย่าหัวเราะสิ ฉันไม่ได้หมายความว่าฉันเป็นพวกนาร์ซิซิสที่เขียนเพลงเกี่ยวกับตัวเองซะหน่อย ฉันหมายความว่ามันเกี่ยวกับความรู้สึกของฉัน" แฮร์รี่พยายามอธิบาย 
 
          "โอเคๆ ไม่หัวเราะแล้ว ว่ามา" เขาเคี้ยวเนื้อแล้วยกแก้วไวน์ขึ้นมาจิบตามขณะฟังแฮร์รี่พูดช้าๆถึงเพลงที่เขากำลังแต่ง ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด 
 
          "มันเกี่ยวกับความรู้สึกของฉัน เวลาที่ฉันนึกถึงใครบางคน คนที่ฉันเพิ่งจะรู้ตัวว่าฉันต้องการมากแค่ไหนก็ตอนที่พวกเขาแยกจากกันแล้ว คนคนนั้นเป็นคนเดียวที่ฉันสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ต่อหน้าเขา มันเป็นเพลงที่บอกว่าฉันไม่รู้ว่าระหว่างเรามันจะเรียกว่าอะไรดี ฉันไม่รู้ว่าจะบอกคนคนนั้นยังไงดี" 
 
          ไนออลกระพริบตาถี่ๆ หวังว่าไอ้ความร้อนหลังขอบตาของเขามันจะหายไปโดยเร็ว...แฮร์รี่มีคนรักแล้ว...เสียงในหัวเขาตะโกนบอกเขา เลิกฝันได้แล้วไนออล เขาพยายามจะฝืนยิ้มส่งไปให้แฮร์รี่ เขารู้ตัวว่าเขาจะพูดอะไรสักอย่างออกมา อย่างเช่นถามแฮร์รี่ว่าสาวหรือหนุ่มที่โชคดีคนนั้นเป็นใคร แต่เขาทำไม่ได้ เพราะเขาไม่แน่ใจว่าเสียงเขาจะไม่สั่นถ้าเขาเปิดปากพูด  
          "กะ..ก็น่าสนใจดี" ไนออลกัดฟันพูดออกมาสั้นๆ ก่อนจะส่งชิ้นเนื้อเข้าปากอีกครั้ง เขาอยากจะรีบกินให้เสร็จๆแล้วกลับไปซะ เขาไม่อยากอยู่ตรงนี้อีกแล้ว ไม่อยากเห็นดวงตาสีเขียวนั้นเป็นประกายแวววาวอย่างมีความสุข ไม่อยากเห็นใบหน้านั้นยิ้มเมื่อนึกถึงใครบางคนที่เขาไม่รู้จัก ใครกันนะที่ทำให้แฮร์รี่ยิ้มออกมาอย่างนั้นได้ 
          ...มีคนเคยบอกว่า ถ้าคุณรักใครสักคนจริงคุณจะต้องยินดีที่เห็นเขามีความสุข...แต่คนที่พูดอย่างนั้นจะรู้ไหมว่ามันยากแค่ไหน 
 
          "ดีใจนะที่นายพูดอย่างนั้นเพราะฉันอยากจะให้นายฟัง" แฮร์รี่พูดเบาๆ ก่อนที่อีกคนจะเลื่อนมือมาแตะที่หลังมือของเขาเบาๆ "...ที่บ้านของฉัน" สายตาที่เร่าร้อนของแฮร์รี่นั้นบอกชัดว่านั้นไม่ใช่ข้อเสนอให้กลับไปแค่ฟังเพลงแน่ๆ
 
          ชายหนุ่มหยุดนิ่ง เขาควรจะพูดว่าไม่ แม้ว่าข้อเสนอของแฮร์รี่มันจะเย้ายวนแค่ไหนก็เถอะ แต่แฮร์รี่มีคนที่เขารักอยู่แล้ว เขาทำบ้าอะไรอยู่ ทำไมเขาถึงยังอยากจะกลับไปที่บ้านของแฮร์รี่ ไปให้อีกคนใช้ร่างกายของเขา 
          ...แต่นายก็มีความสุขไม่ใช่เหรอ...เสียงเล็กๆในหัวเขาดังขึ้น ใช่เซกซ์มันเยี่ยม และในช่วงเวลานั้นเขาสามารถแกล้งทำเหมือนกับว่าเขาคือคนรักของแฮร์รี่ได้ แค่เวลาที่อยู่บนเตียง 
          และมันก็เป็นอีกครั้งที่เขาพ่ายแพ้ความต้องการของตัวเอง ชายหนุ่มพยักหน้าสั้นๆ รอยยิ้มกว้างที่อีกคนส่งมาให้มันทำให้หัวใจเขากระตุก
          หนุ่มผมทองสูดหายใจลึกแล้วบอกตัวเองว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้าย คืนนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะยอมให้หัวใจสำคัญกว่าเหตุผล สำคัญกว่าความถูกต้อง
          ...แค่คืนนี้เท่านั้น...
 
I'll be your temporary fix
 
          ชายหนุ่มผมทองเปิดตาขึ้นช้า เขามองผ่านหน้าต่างที่ไม่คุ้นเคยอยู่สักครู่ก่อนจะรู้สึกตัวว่าเขาไม่ได้อยู่ที่บ้านตัวเอง ท้องฟ้าข้างนอกค่อยๆสว่างขึ้นทีละนิด แสงสีแดงแต้มที่ขอบฟ้าบอกให้เขารู้ว่านี้ยังคงเป็นเวลาเช้ามืด ชายหนุ่มพยายามพลิกตัวให้เบาที่สุด เขาไม่อยากปลุกร่างโปร่งข้างตัว ไนออลมองดูใบหน้าของแฮร์รี่ที่ยังคงหลับสนิท ใบหน้านั้นดูสงบ คิ้วเรียวสวยคู่นั้นไม่ขมวดมุ่นเหมือนเคย มันทำให้แฮร์รี่กลับมาดูเป็นเด็กหนุ่มอายุยี่สิบกว่าๆอย่างที่เจ้าตัวเป็นจริงๆอีกครั้ง เขาอยากจะยื่นมือไปสัมผัสแก้มนุ่ม ไล้นิ้วไปตามริมฝีปากสีชมพูสวย เขาอยากจะจดจำใบหน้าสวยๆยามหลับนี้เอาไว้ในความทรงจำตลอดไป เพราะนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะเห็นแฮร์รี่แบบนี้แล้ว 
          เขารู้สึกขอบตาร้อนผ่าว พร้อมกับเสียงสะอื้นที่มันเกือบจะหลุดรอดออกมาจากคอเขา ให้ตายสิเขาจะมาร้องไห้เป็นเด็กๆแค่เพราะแฮร์รี่ไม่รักเขาได้ยังไง คิดแล้วชายหนุ่มก็ก้าวลงจากเตียงนุ่ม ค่อยๆเก็บเสื้อผ้าที่พวกเขาถอดทิ้งไว้ตามทางตั้งแต่ประตูหน้าบ้าน สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ฟังเพลงที่แฮร์รี่ว่า ซึ่งก็คงดีกว่า เพราะสุดท้ายเขาคงได้ฟังมันในวันที่แฮร์รี่เอาไปที่สตูดิโออยู่ดี อย่างน้อยก็ยังพอมีเวลาให้เขาทำใจ 
          ...และบางทีเขาน่าจะเขียนเพลงนั้นให้เสร็จ... 
          ...เผื่อบางทีมันจะได้ซึมเข้าหัวเขาซะทีว่าเขาไม่ใช่คนรัก...
          ...เขามันก็แค่ของชั่วคราว ใช้แล้วทิ้งได้ตามต้องการ...
.
.
.
          เมื่อเขาเจอแฮร์รี่อีกครั้งก็เป็นวันที่พวกเขาประชุมครั้งแรกสำหรับอัลบัมล่าสุด แน่นอนว่าระหว่างนี้พวกเขามีอัดเพลงบางเพลง แต่หลักๆเลยวันนี้พวกเขาจะระดมสมองแล้วเลือกเพลงที่จะอัดจริง ทุกคนเตรียมตัวพร้อมรวมทั้งเขาด้วย ซีดีเดโมของเพลงที่เขาแต่งอยู่ในกระเป๋าเป้ของเขา ในที่สุดเขาก็ทำเสร็จ และมันไม่ได้เปลี่ยนอะไรสักนิด ความเจ็บที่ต้องฝืนยิ้มให้แฮร์รี่ไม่ได้ลดลงเลยสักนิด แต่อย่างน้อยเขาก็ได้พูดเรื่องของเขาออกไป ไนออลเข้าใจเป็นครั้งแรกว่าทำไมคนถึงแต่งเพลงอกหัก 
 
          "เพลงนี้ ผมตั้งใจจะให้มันออกมาเป็นร๊อคนิดๆ เนื้อหาอาจจะ...ไม่ค่อยเหมาะกับผู้ฟังของเราสักเท่าไหร่" ไนออลพยายามทำให้ทุกคนหัวเราะ รวมทั้งเขาด้วย เพราะให้ตายสิเขาประหม่าสุดๆ 
          
          "นายหมายถึงนายพูดถึงเรื่องเซ็กซ์เหรอไนล์ที่รัก" ลูอีพูดแซวขึ้นมาทำให้ทุกคนหัวเราะลั่น "จะเป็นสาวคนไหนนะที่เป็นแรงบันดาลใจให้นาย" 
 
          "ไม่มีเว้ย" เขารีบหันไปแก้ พร้อมกับเหลือบมองแฮร์รี่ที่กำลังขมวดคิ้วมองเขา 
 
          "เอาล่ะ ฟังเลยดีกว่า" จูเลี่ยนรีบห้ามทัพก่อนที่เขากับลูอีจะแซวกันไปมากกว่านี้ เสียงกลองตีเป็นจังหวะสนุกสนานดังขึ้น พร้อมกับเสียงเขาที่ร้องออกมา ทุกคนขยับนิ้วไปตามจังหวะเพลงพร้อมกับพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ไนออลยิ้มออก แต่แล้วเขาก็ต้องหุบยิ้มทันทีที่หันมาอีกทางแล้วเห็นสีหน้าของแฮร์รี่ 
 
          ใบหน้าของแฮร์รี่ซีดเผือด ริมฝีปากเม้มแน่น และดวงตาเบิกกว้างมองเขานิ่ง ก่อนมันจะปิดลงช้าๆพร้อมกับเจ้าของดวงตาคู่นั้นส่ายหน้าน้อยๆ โชคดีที่ไม่มีใครบนโต๊ะนั้นเห็นว่าแฮร์รี่มีอาการยังไงกับเพลงของเขาไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครเลือกเพลงนี้แน่ๆ และเขาคงต้องตอบคำถามจากลูอีแน่ๆว่าใครเป็นแรงบันดาลใจของเพลงนี้ 
 
          สุดท้ายเขากับแฮร์รี่ก็ไม่ได้คุยกัน เขาพยายามหลบหน้าแฮร์รี่เอง และก็เป็นเขาเองที่หนีกลับมาก่อนที่แฮร์รี่จะอัดเสียงเสร็จ ขอให้เขาได้เตรียมหัวใจอีกสักวัน 
 
 
Let me be your good night
 
          เสียงออดที่กดถี่ๆ ปลุกให้เจ้าของบ้านที่กำลังหลับไหลตื่นขึ้นมา ดวงตาสีฟ้าเขม้นมองนาฬิกาข้างเตียง พร้อมสบถยาว ใครกันนะเล่นมากดออดบ้านเขากลางดึกแบบนี้ ชายหนุ่มเดินลงบันไดโดยไม่ลืมคว้าไม้กอล์ฟติดมือมาด้วย 
          "ไนออลเปิดเดี๋ยวนี้" เสียงทุ้มๆที่คุ้นเคยดังลั่นมาจากอีกฝั่งของประตู ชายหนุ่มเบิกตากว้างอย่างตกใจก่อนจะรีบทิ้งไม้กอล์ฟแล้วปลดกลอนประตูเปิดให้หนุ่มผมยาวก้าวเข้ามาในบ้าน แฮร์รี่ยังคงอยู่ในชุดที่เขาใส่ไปสตูดิโอวันนี้ ผมยาวดูยุ่งเหยิงกว่าที่เขาเห็นกลางวันเหมือนเจ้าตัวขยี้ผมอย่างหงุดหงิดซ้ำๆ 
 
          "นายเล่นเกมส์อะไรอยู่ไน" แฮร์รี่ใช้เท้าปิดประตูปังแล้วหันมาดันร่างเขาติดกำแพง ตาสีเขียวเป็นประกายกร้าว
 
          "นายนั้นแหละ เป็นบ้าอะไร กลับไปซะ" เขาพยายามผลักอกอีกคน แต่เขาลืมไปเลยว่าแฮร์รี่แข็งแรงแค่ไหน ร่างสูงโปร่งรวบข้อมือเขาแล้วกดไว้ข้างศีรษะเขา ก่อนจะก้มหน้าลงมาจูบเขาอย่างหนักหน่วง ริมฝีปากคู่นั้นบดขยี้เขาอย่างไม่ปราณี ลิ้นของแฮร์รี่ดึงดันจะรุกรานเข้ามาในโพรงปากเขาฉกชิงลมหายใจเขาไปพร้อมๆกัน 
 
          "ใช่ฉันมันเป็นบ้าไปแล้ว เพราะเพลงนั้นของนาย" แฮร์รี่พูดผ่านจูบเขายังคงไม่หยุด และแม้ไนออลจะพยายามเบี่ยงหน้าหนีแต่อีกคนก็ไล่ตามริมฝีปากเขาอย่างไม่ลดละ 
          "ฉันฟังซ้ำเป็นร้อยๆรอบ ถามตัวเองว่านายหมายถึงใคร" ลมหายใจร้อนๆสัมผัสข้างหูเขา พร้อมกับลิ้นสากเลียลำคอเขา 
          "เพราะถ้ามันหมายถึงฉัน นายก็โคตรจะทึ่มเลยที่ไม่รู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับนาย" หัวใจของไนออลกระตุกวูบ เขาหันกลับมามองอีกคนอย่างตกใจ แฮร์รี่มองหน้าเขานิ่ง แตะหน้าผากลงกับหน้าผากของไนออลก่อนจะพูดต่อ 
          "และถ้านายไม่ได้หมายถึงฉัน นายก็กำลังทำให้ฉันเป็นบ้าเพราะฉันทั้งหึงทั้งหวงนายจนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว อยากจะไปกระชากคอใครก็ตามที่นายพูดถึงในเพลงนั้น ให้ตายสิบอกสิว่าเป็นฉัน บอกทีว่าเป็นฉัน" แฮร์รี่พูดอย่างเว้าวอน 
 
          ไนออลพูดไม่ออก เขายังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่านี้มันเกิดอะไรขึ้น แฮร์รี่เมารึเปล่า แต่เขาไม่ได้กลิ่นแอลกอฮอล์ออกมาลมหายใจอีกคน หรือเมากัญชา นั้นก็ไม่น่าใช่เหมือนกันเพราะแฮร์รี่ไม่มีกลิ่นกัญชา 
 
          "ฉันหึงนายจะบ้าตาย หึงทุกคนที่อยู่รอบตัวนาย นายไม่รู้ตัวเลยรึไงไนออล" แฮร์รี่พูดต่อเบาๆ เขาขยับใบหน้าลงประชิดลำคอของไนออล ก่อนจะขบเม้มอย่างแรงจนเขาแน่ใจว่ามันจะต้องเป็นรอยพรุ่งนี้ เขาคิดอย่างตกใจแล้วพยายามดิ้นรนให้หลุดจากการเกาะกุมของอีกคน แต่แขนแข็งแรงของแฮร์รี่ตรึงเขาเอาไว้ ที่เขาทำได้จึงแค่ทำให้แฮร์รี่ถอนริมฝีปากออกจากคอเขา 
 
          "ทะ..ทำไม" เขาถามเสียงสั่น 
 
          "นายยังถามอีกเหรอว่าทำไม" แฮร์รี่มองเขาเหมือนไม่เชื่อสายตาตัวเอง "เพราะฉันรักนายยังไงเล่า นายคิดว่าระหว่างเรามันคืออะไร นายคิดว่าทุกอย่างมันก็แค่เซกซ์เหรอ" 
 
          ไนออลกัดริมฝีปากแล้วกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ 
 
          "ฉันทุ่มเทให้วัน ไดเรคชั่นแค่ไหนนายก็รู้ ฉันไม่เสี่ยงกับทุกอย่างเพียงแค่เพราะเซกซ์หรอกไน" แฮร์รี่พูดช้าๆ เหมือนให้แน่ใจว่าเขาจะเข้าใจ 
          "ฉันชอบนายตั้งแต่ตอนแรกที่เจอ ฉันต้องการนายมาเป็นปีๆ ต้องบอกตัวเองทุกวันว่ามันเป็นไปไม่ได้ ฉันจะเอาคนมาเสี่ยงไม่ได้" ไนออลไม่แน่ใจว่านั้นเป็นสิ่งที่ออกจากใจเขาหรือแฮร์รี่กันแน่ เพราะแม้มันจะออกจากปากแฮร์รี่แต่มันก็เหมือนกับสิ่งที่เขาคิดมาตลอด 
          "จนกระทั่งปีนี้ จนกระทั่งตอนที่ฉันรู้ว่าถึงฉันจะทำตัวดีแค่ไหน ถึงฉันจะอยู่ในกรอบตลอดเวลายังไงวงพวกเราก็กำลังจะแตก ยังไงสักวันพวกเราก็ต้องจบ แล้วทำไมฉันจะไม่ทำตามใจตัวเองสักครั้งล่ะ ฉกฉวยสิ่งที่ฉันอยากได้มาตลอด" ถึงตรงนี้แฮร์รี่ก็ปิดตาลง ฝังจมูกเข้ากับซอกคอของเขา 
          "ฉันคิดว่ามันเป็นแค่เซกซ์สำหรับนาย ฉันไม่มีทางเป็นอะไรอย่างอื่นได้มากกว่านั้น นายไม่ต้องการมากกว่านั้น สิ่งที่ฉันทำได้ก็คือมีนายบนเตียง ฉันเคยคิดว่าฉันเองก็ต้องการแค่นั้น แค่นั้นก็พอแล้ว แต่มันไม่พอ ฉันไม่ได้ต้องการนายแค่ตอนกลางคืน ฉันต้องการนายทุกเวลา เช้า สาย บ่าย เย็น ฉันหึงทุกคนที่เข้าใกล้นาย ฉันเหมือนคนบ้าที่มองหน้านายตอนหลับเพราะมันเป็นช่วงเวลาเดียวที่นายเป็นของฉันอย่างแท้จริง รู้ไหมว่าฉันอยากจะโทรหานายเป็นร้อยๆครั้งหลังจากที่เราแยกกันแต่ฉันกลัวว่านายจะไม่ต้องการ แล้วฉันก็คุมตัวเองได้จนกระทั่งฉันเห็นภาพของนายกับเธอ" ไนออลรู้ทันทีว่าแฮร์รี่หมายถึงอะไร ภาพของเขากับเมลิสสา 
          "แล้วฉันก็มาที่นี่ แล้วนายก็ยังมีเซกซ์กับฉัน แล้วเธอก็ไม่อยู่ที่นี่ มันทำให้ฉันมีหวัง มันทำให้กล้าที่จะชวนนายออกเดท" หน้าอกของไนออลกระตุก สรุปดินเนอร์วันนั้นคือเดทสินะ "แล้วก็กล้าพอที่จะเล่าให้นายฟังเกี่ยวกับเพลงที่ฉันแต่งให้นาย" 
          "แต่วันรุ่งขึ้นนายก็หลบออกจากบ้านฉันเงียบๆ ไม่มีคำลา ฉันตื่นขึ้นมาคนเดียวตอนเช้าพร้อมกับคิดว่านายคงไม่ต้องการมากกว่านั้น แล้วอยู่ดีๆนายก็มาทิ้งระเบิดด้วยเพลงนั้น ถ้านายหมายถึงฉันจริงๆ ให้นายรู้เอาไว้เลยว่านายไม่เคยเป็นแค่ฝันดีๆ แต่นายเป็นทุกวินาทีดีๆของฉัน" 
 
          "แฮร์รี่" ไนออลเรียกชื่ออีกคนแผ่วเบา ให้ตายสิเขาตาบอดขนาดนี้ได้ยังไง พวกเขาสองคนตาบอดขนาดนี้ได้ยังไง 
 
          "ฉันไม่อยากจะแค่ส่งนายเข้านอน แต่ฉันอยากจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับนายทุกเช้า อยากจะหัวเราะกับนาย อยากจะจับมือนายแล้วพานายไปชอปปิ้ง อยากจะให้นายบอกฉันว่าให้ฉันเลิกกินกล้วยในที่สาธารณะได้แล้ว อยากจะ--" แฮร์รี่ไม่มีโอกาสพูดต่อจนจบเพราะริมฝีปากของไนออลปิดริมฝีปากของอีกคนเอาไว้เสียก่อน เขาจูบแฮร์รี่เบาๆ อ่อนหวาน นุ่มนวล อย่างที่เขาอยากทำเสมอ มันไม่ใช่แค่เซกซ์อีกแล้ว มันมากกว่านั้นและเขาอยากให้แฮร์รี่ได้รับรู้เช่นกัน ในที่สุดข้อมือเขาก็ถูกปลดปล่อยเพราะอีกคนใช้ทั้งสองมือรวบตัวเขาไว้แน่น ส่วนแขนที่เป็นอิสระของเขาก็โอบรอบคออีกคนเอาไว้ 
 
          "ใช่ฉันแต่งเพลงนั้นให้นาย" ไนออลพูดเบาๆ "เพราะฉันมันดันตกหลุมรักนายแบบถอนตัวไม่ขึ้น แล้วฉันก็คิดมาตลอดว่าแม้ฉันจะได้ตัวนายแค่ชั่วคราวมันก็พอแล้ว" 
 
          แฮร์รี่มองเขา ก่อนจะยิ้มกว้างออกมา "แล้วถ้าไม่ใช่ชั่วคราวล่ะ ถ้าเป็นตลอดไปล่ะ นายจะอยากได้ตัวฉันรึเปล่า" 
 
          ไนออลไม่ตอบแต่เขาดึงอีกคนลงมาจูบอีกครั้ง "แล้วนายก็ต้องเลิกกินกล้วยในที่สาธารณะด้วย" 
 
          ทั้งคู่หัวเราะร่วนอย่างมีความสุข 
 
The End

Comment

Comment:

Tweet

Tags