I will run to you (and will never let you go again) - Harry's Story

posted on 19 Mar 2016 22:24 by translatefiction in MyFictions directory Fiction

I will run to you (and will never let you go again) - Harry's Story 

ตอนพิเศษของเรื่อง One Step Forward, Two Step Backwards 

 

เสียงส้นสูงกระทบพื้นดังก้องในลอฟท์ขนาดใหญ่ที่มองเห็นถนนแคมเดน ปลุกให้เจ้าของห้องพักค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นจากนิทรา ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เพราะคนเดียวที่กล้าเดินเข้ามาในอพาร์ทเมนต์ของเขาโดยไม่กลัวเกรงในตอนเช้าขนาดนี้มีเพียงคนเดียวเท่านั้น เขาปิดตาลงอีกครั้งหวังว่าเขาจะหลับไปก่อนที่เธอจะเดินมาเจอ แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้น

 

"แฮร์รี่ พอตเตอร์" เสียงดุของหญิงสาวดังก่อนที่ขาเรียวนั้นจะพาเจ้าของร่างเข้ามาถึงห้องนอนเขา

"ลุกขึ้นได้แล้วพ่อตัวดี" เธอพูดพร้อมกับเดินไปเปิดผ้าม่านในห้องเขา เปิดให้แสงอาทิตย์ส่องเข้ามาเต็มๆ

 

"ให้ตายเหอะเฮอร์ไมโอนี่ ถ้าไม่ทำร้ายกันซักวันจะตายไหมเนี้ย" เขาสบถพร้อมกับพยายามกลิ้งหลบแสงแดดที่ทำให้อาการปวดหัวเมาค้างของเขายิ่งแย่ขึ้นไปอีก

"เห็นใจกันบ้างได้ไหม ฉันเพิ่งเลิกกับแฟนนะ" เขาขมวดคิ้วมองเธอ

 

แต่แทนที่จะฟังเขา เธอกลับแค่กลอกตาอย่างรำคาญ พร้อมกับกอดอกมองเขานิ่ง "อย่าเอาจาเร็ดมาเป็นข้ออ้าง นายเลิกกับเขามาตั้งสองสัปดาห์แล้ว และนายไม่ได้เศร้าเลยสักนิด เมื่อวานฮันนาห์เห็นนายไปอี๋อ๋อกับสาวใหม่ที่ร้านหม้อรั่วใหญ่ ดีนะที่เธอช่วยปิดไม่ให้หนังสือพิมพ์เก็บภาพนาย"

 

แฮร์รี่สบถ เขาน่าจะรู้ว่าฮันนาห์ต้องคาบข่าวไปฟ้องเฮอร์ไมโอนี่ ชายหนุ่มยกมืออย่างยอมแพ้ "ก็ได้ๆ แต่เธอจะมาว่าฉันไม่ได้ ในเมื่อฉันโสดแล้วฉันจะไปเที่ยวกับใครก็ต่อใครก็ได้" แฮร์รี่พูดพร้อมกับบิดขี้เกียจขับไล่อาการเมื่อยขบ ก่อนจะดันตัวขึ้นมานั่ง เขายังอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ชุดเดิมที่เขาใส่ตั้งแต่เมื่อวาน

 

เธอกวาดตาดูเขาแล้วเม้มปากอย่างไม่พอใจ "ไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลย ฉันจะทำอาหารเช้าไว้รอ"

 

"เธอไม่มีนัดกับคนไข้รึไง" แฮร์รี่ถามพร้อมหาวหวอดๆ หวังว่าเธอจะมีนัดเช้าแล้วต้องรีบออกไปก่อนจะมีเวลาสอบปากคำเขา

 

"ไม่ต้องคิดจะหลุดไปได้ง่ายๆเลยย่ะ แล้วคนไข้ของฉันก็คือนายไง" พูดจบเธอก็หันหลังแล้วเดินออกไป โดยไม่ลืมตะโกนมาสำทับ "อย่าคิดจะนอนต่อเชียวนะแฮร์รี่ ฉันไม่กลัวจะใช้คาถาจิกหัวนายลงอ่างน้ำเย็นเฉียบแน่"

 

ชายหนุ่มทำหน้าเบ้ แต่ก็ลุกขึ้นโดยดี แล้วลากสังขารไปอาบน้ำ เพราะเขารู้ว่าเฮอร์ไมโอนี่ไม่ได้พูดเล่นเรื่องจะใช้คาถากับเขา หลังจากออกมาจากห้องน้ำเสร็จชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องครัวที่มีกลิ่นชาและกลิ่นขนมปังปิ้งหอมฉุยลอยขึ้นมาแตะจมูก

 

"เธอก็มีข้อดีเหมือนกันนะเฮอร์ไมโอนี่" แฮร์รี่พูดพร้อมกับเดินไปหยิบชาที่เพื่อนสาวทำไว้ให้ขึ้นมาจิบ ทันทีที่น้ำชารสอ่อนไหลผ่านลงคออาการเมาค้างของเขาก็ค่อยๆทุเลาลง เธอคงใส่น้ำยาวิเศษลดอาการเมาค้างลงไปในชานั้นด้วย นี้แหละข้อดีของการมีเพื่อนสนิทเป็นผู้บำบัด

 

"รู้สึกดีขึ้นมาบ้างรึยัง" เธอถามพร้อมกับเหล่มองเขา

 

ชายหนุ่มพยักหน้า ก่อนจะหยิบขนมปังขึ้นมาเคี้ยว "แล้วมีอะไร"

 

"ก็เป็นห่วงสิ หลังจากฟังฮันนาห์เล่าให้ฟังฉันก็ต้องมาดูให้เห็นกับตาว่านายไม่เป็นไร ฉันนะอุตส่าห์จะให้เวลานายทำใจที่เพิ่งเลิกกับจาเร็ด แต่ฉันก็น่าจะรู้..." เธอพูดแค่นั้นแล้วหยุดพร้อมกับส่ายหน้า

 

ท่าทางของเธอทำให้เขาต้องขมวดคิ้ว "เธอหมายความว่ายังไง น่าจะรู้อะไร"

 

"น่าจะรู้ว่านายจะไม่เสียใจเลยสักนิด แล้วก็ไม่เสียเวลาสักวินาทีที่จะหาแฟนใหม่น่ะสิ ไม่รู้ฉันลืมได้ยังไงว่านายเป็นอย่างนี้เสมอๆ เป็นวงจรรักๆเลิกๆที่ฉันเอียนสุดๆ ฉันคิดว่านายจะจริงจังกับจาเร็ดนะ"

 

"เฮ้ ฉันจริงจังกับจาเร็ดนะ" แฮร์รี่รีบประท้วง

 

"เหรอยะ แต่อาการเสียใจสักนิดล่ะก็ไม่มี พวกนายคบกันเป็นปี...นานที่สุดที่นายเคยคบใครตลอดเกือบสี่ปีที่ผ่านมาเลย ฉันคิดว่านายจะเปลี่ยนไปแล้วซะอีกแฮร์รี่" หญิงสาวเงียบไปอึดใจก่อนจะมองหน้าเขาแล้วถามเบาๆ "เธอจะเป็นแบบนี้ตลอดไปเลยรึไง ตั้งสี่ปีแล้วนะแฮร์รี่"

 

"เฮ้ ก็ฉันยังไม่เจอคนที่ฉันอยากอยู่ด้วยจริงๆนี้ แล้วไม่ใช่ฉันคนเดียวในโลกซะหน่อยที่มีแฟนหลายคน--"

 

"ฉันไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องนั้น" เธอพูดแทรก "ฉันหมายถึงทุกอย่างที่นายทำแฮร์รี่ หลังจากเรียนจบนายก็ไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน นายเปลี่ยนคนรักไปเรื่อยๆ นายไม่แคร์ใคร--"

 

"แล้วมันผิดตรงไหน" แฮร์รี่ถามเสียงสูง

 

"นายไม่กลับไปกริมโมลด์เพลซนานแค่ไหนแล้ว นายไม่เคยเขียนจดหมายตอบกลับใครอีกแล้ว ให้ตายสิฉันเป็นห่วงนายนะแฮร์รี่" เธอพูดต่อโดยไม่สนใจคำตะโกนของเขา

"ทั้งในฐานะเพื่อน แล้วก็ในฐานะผู้บำบัดจิตของนาย ฉันต้องรู้ว่านายจะไม่กลับไปเป็นซึมเศร้าเหมือนตอนที่นายเพิ่งจบ" เฮอร์ไมโอนี่พูดถึงช่วงเวลาหนึ่งปีหลังเรียนจบฮอกวอตส์ที่เขาเข้าออกคลินิคบำบัดจิตเพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับและอาการเครียดจากสงคราม

 

"ฉันก็กำลังพยายามอยู่ไม่เห็นรึไง" แฮร์รี่พูดอย่างหงุดหงิด "ฉันพยายามจะมีชีวิตโดยที่ไม่ต้องสะดุ้งตื่นว่าใครพยายามจะฆ่าฉันหรือเปล่า มันไม่ง่ายนะเฮอร์ไมโอนี่ เธอไม่ได้มีไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้ตามล่าเธอตลอดสิบเจ็ดปี หรือรู้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้พ่อแม่และคนที่เธอรักทุกๆคนต้องตาย!"

 

หญิงสาวกุมมือเขา "ฉันเข้าใจ ฉันเลยไม่กดดันนาย แต่...แต่แฮร์รี่สักวันนายต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมอยู่กับอดีต แล้วนายก็ทำอย่างนี้มาตลอดสี่ปี ครั้งสุดท้ายที่นายพูดเรื่องอนาคตน่ะมันเมื่อไหร่กันแฮร์รี่"

"จำได้ไหมตอนปีแปดนายดีกว่านี้ตั้งเยอะ--"

 

"ฉันไม่อยากพูดถึงมัน" แฮร์รี่ตัดบท นั้นแหละเรื่องที่เขาไม่เคยเล่าให้เฮอร์ไมโอนี่ฟัง เขาไม่เคยบอกเธอว่าทำไมตอนนั้นเขาถึงไม่สติแตกทั้งๆที่เป็นปีที่สงครามเพิ่งจบ ทำไมเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าเขารู้สึกว่าเขาไม่อยู่ใต้น้ำ และทำไมหลังจากนั้นทุกอย่างในชีวิตเขามันถึงดิ่งเหวไปหมด เรื่องที่เกิดขึ้นในปีแปดที่ฮอกวอตส์เป็นความลับที่เขาจะเก็บลงโลงคนเดียว

...ไม่ใช่เพราะเขาอับอายที่เขารักเดรโก มัลฟอย...แต่มันตรงกันข้ามต่างหาก เขาอับอายที่เขาเลือกทำอะไรที่ทำร้ายคนที่รักเขาได้ขนาดนั้น

...แต่สุดท้ายเขาก็ทำแบบนั้นกับคนรักของเขาทุกคน...เขายังไม่ได้เล่าให้เฮอร์ไมโอนี่ฟังว่าทำไมเขากับจาเร็ดเลิกกัน และเขาก็หวังว่า